ต้องใจมั่น ยิ้มได้ เมื่อภัยมา
ถามว่าใครพูดเป็นคนแรก พูดตอนไหน
ไชยยันต์เป็นคนพูด พูดติดตลกตอนที่รู้จากเจ้าเกอะว่าเจ้าลูจะมาเอาตัวดารินไปเป็นเมีย ไชยยันต์จึงพูดหน้าตายว่า "ทำไมไม่ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอ วางแผนฉุดคร่ากันอย่างนี้ไม่ดี" กับ "สงสัยจะซุ่มดูหมอดารินตอนอาบน้ำในห้วย แล้วก็ไม่รู้ใช้กล้องติดเทเลโฟโต้ถ่ายภาพไว้บ้างหรือเปล่า"
ตอนดารินกับรพินทร์ติดบนฝั่งสางเขียวแล้วหนีขึ้นไปบนถ้ำโดยมีนังเที๊ยะนำไป ถามว่า ดารินมีปืนกี่กระบอก มีกระสุนเหลือกี่นัด
5 กระบอก 28 นัด
ดารินเป็นหมอ เป็นนักวิทยาศาสตร์ ถามว่ามาเชื่อเรื่องภูติผีปีศาจในตอนไหน
ผีนังเที๊ยะมาปรากฏตัว
ผีเข้าสิงบุญคำ รพินทร์แก้อย่างไร
ต่อยบุญคำจนสลบ บางทีก็เอาไฟจากแบตเตอรี่รถยนต์มาชอร์ต
ลูกปืนอาคมที่รพินทร์ยิงขึ้นฟ้าสู้กับบริวารของนางตะเคียนมีอะไรบ้าง
เศษหวายที่ตัดจากหวายที่เขาใช้เข้าพิธีลากลูกนิมิตเวลาสร้างโบสถ์ เหล็กไหล ปรอท หินจากสะเก็ดดาว และเบ็ด
โดยปกติของการเดินทาง ผู้เขียนจะพูดถึงอาหารมือ้ใดมื้อหนึ่งเสมอ แต่มีเหตุการณือยู่ 2 ครั้งที่ผู้เขียนไม่ได้เอ่ยถึง ทำให้คณะเดินทางไม่ได้อาหารเลยในวันนั้น ถามว่าเหตุการณ์ทั้ง 2 คือตอนไหนบ้าง
ครั้งแรกตอนที่เจ้าลูนำไปสู่ถิ่นฐานของมัน โดยออกแต่เช้าตรู่เดินตลอกวันไม่ได้พักจนถึงเวลาทำพิธี ต่อสู้กัน หนีไปทางสะพาน สะพานขาด รพินทร์กับดารินติดอยู่ฝั่งนี้
อีกครั้งตอนหนีช้างเข้าถ้ำตกเหว พลัดหลงกัน แล้ววันหนึ่งบ่ายฝนตกหนักรพินทร์ดารินและบุญคำพบร่องรอยของเชษฐาจากปลอกกระสุนปืนและก้นซิกก้า เช้าวันรุ่งขึ้นออกตามแต่เช้าไม่ได้กินอะไร จนช่วงเย็นสู้กับพวกผีดิบ กว่าจะได้กินมื้อนั้นก็ตอนไปช่วยไชยยันต์กับมาเรียที่ติดในสุสาน
ดารินเปรียบเทียบมาเรียว่าเหมือนดาราภาพยนต์คนใด
บริจิต บาโดต์
ลูกปืนที่ใช้กับปืนลูกซองมีหลายชนิด มีชนิดหนึ่งที่กล่าวถึงในเรื่องเพชรพระอุมา ชื่อ โอ-โอ บั๊ก ถามว่า โอ-โอ บั๊กสีอะไร
สีเขียว
ในคณะเดินทางมีใครไม่ใส่รองเท้าบ้าง
แงซายกับพรานพื้นเมือง ลูกหาบ คะหยิ่น ส่างปา
ตอนที่ตามรอยแงซายที่ถูกวิญญาณวรมันต์เข้าสิง มีช่วงหนึ่งที่บรรยายไว้ว่า
.หนทางมันยิ่งสูงขึ้น - และสูงขึ้น เหมือนกับว่าจะไต่ขึ้นไปสู่หลังคาโลก ที่มีดวงตะวันแดงฉานปานลูกไฟแผดแสงกล้ารอคอยย่างอยู่ ไม่มีทางที่เลี่ยงหรือหลีกลงด้านอื่น เพราะรอยของผีก็องกอยปรากฏทิ้งไว้ให้เห็นชัดทุกระยะ บางครั้งหนทางก็ไต่ชันจนถึงกับต้องค่อยๆปีนป่ายพยุงกันขึ้นไปอย่างเชื่องช้า บางครั้งก็เป็นเนินลาดพอที่จะเดินได้โดยสะดวก แต่ก็ต้องฝืนกับกฏดึงดูดของโลก
ไม่มีความยากแค้นแสนสาหัสใดๆของการเดินทางจะยิ่งไปกว่าการเดินขึ้นเขาอันไม่รู้ที่กำหนดหมาย ขาของทุกคนสั่นดิกและอ่อนเปลี้ย น่องตึงปวดร้าวมีความรู้สึกเหมือนจะระเบิดออกมา รองเท้าที่เดินย่ำกันมาจนเคยชินและไม่เคยกัดมาเลย ก็เริ่มจะแสดงพิษสงของมัน เพราะต้องใช้จิกและยันอยู่ตลอดเวลา ทั้งมาเรียและดารินอยากจะถอดออกทิ้ง และเดินไปด้วยเท้าเปล่าอย่างพวกพรานพื้นเมือง แต่ก็ตระหนักได้ดีว่า นั่นย่อมเป็นสิ่งโหดร้ายทารุณเหนือไปกว่า
อีกตอนคือ ตอนตามรอยแงซายก็พบรอยเท้าแงซายมาโดยตลอดและรพินทร์เองก็จำรอยเท้านั้นได้
อีกตอนที่ตามไอ้แหว่งที่หน้าน้ำตก แงซายไม่เดินตามรพินทร์จนรพินทร์ต้องย้อนกลับมาเพราะรู้ว่าไปผิดทาง เจอแงซายนั่งรออยู่ แงซายแก้ตัวว่าที่ไม่ตามไปเพราะหนามตำเท้า กำลังแกะออก
แต่ที่ชัดเจนที่สุดก็ตอนที่วิญญาณขุนพลวรมันต์มาปลุกมาเรียในคืนที่อยู่กับไชยยันต์ตามลำพัง(ตอนตกเหวหลงกับคณะใหญ่) แล้วตอนเช้าทั้งคู่พบรอยเท้า
.."มันเป็นความงงงัน ฉงนสนเท่ห์ใจชนิดใหม่ที่เกิดขึ้น เพราะพื้นทรายในระหว่างก้อนหินเตี้ยๆเหล่านั้น มีรอยตีนคู่หนึ่งปรากฏอยู่อย่างชัดเจน ตำแหน่งไหนเป็นพื้นทรายยุ่ยอ่อนก็มีรอยนำหนักตัวประทับบุ๋มลงไป สามารถเห็นสัณฐานได้ทั้ง ๕ นิ้ว ส่วนที่ตรงไหนเป็นพื้นหินแข็งเรียบ ก็ปรากฏเป็นรอยจากฝุ่นที่เหยียบย่ำไว้"
ปืน .300 เวเธอร์บีแม็กนั่ม ของดารินมีศูนย์กล้องขยาย4เท่าติดมาด้วย ต่อมาศูนย์กล้องพัง ถามว่าพังตอนไหน
ตอนตกเหวในถ้ำช่วงที่ตามรอยก็องกอย หลบหนีไฟป่าเข้าถ้ำ หลังจากมุดออกจากถ้ำใต้ภูเขาออกมาได้ ก็พบว่าศูนย์กล้องดังกล่าวพังเสียแล้ว รพินทร์จึงถอดออก
เสียงดารินร้องครางออกมาอย่างตดใจ เมื่อพบว่าศูนย์กล้องขยายสี่เท่าที่ติดประจำกับ .300 เวเธอร์บีแม็กนั่ม ของหล่อน เล็นซ์ด้านหน้าแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี ตัวกล้องคดและน้ำเข้าไปเต็ม ศูนย์กล้องมันจะพังไปตอนไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน เจ้าของเพิ่งจะมาสังเกตเห็นเดี๋ยวนี้เอง
สร้อยคอของรพินทร์ที่เคยถอดให้ดารินใส่คอกันวิญญาณร้ายชักจูง ในนั้นมีไถ้อยู่อันหนึ่ง ในไถ้นั้นมีอะไรบ้าง
งาช้างกำจัดที่ลงอาคมไว้ หนังหน้าผากเสทอ เหรียญพดด้วง เหรียญชวา อุลกะมณี หวายลากลูกนิมิต แล้วก็เหล็กไหล
..
มาเรียได้ทำตำหนิที่เสือหิน ถามว่าตำหนินั้นคืออะไร
รอยกากบาทสีชมพูจากน้ำยาทาเล็บของดารินที่สะโพกหลังด้านขวา
นายปืนโต เป็นฉายาของใคร
คะหยิ่น เรียกไชยยันต์
ไชยยันต์กับเชษฐาเคยเป็นนายทหาร ถามว่าเคยออกรบหรือไม่ ถ้าเคย สมรภูมิใด
สมรภูมิเกาหลี
ในการยิงสู้กับตะขาบยักษ์ที่นิทรานครตอนตามรอยไชยยันต์ (รพินทร์ ดาริน บุญคำปีนขึ้นเข้าโพรงถ้ำเล็กๆ) มีกระสุนนัดไหนที่ด้าน ยิงไม่ออกบ้าง
.458 นัดที่ 3 ด้าน และ ปืนสั้น .44 (ของดาริน) นัดที่ 3 เช่นกันที่ด้าน
ไพรมหากาฬ เล่ม 3
เมื่อถึงหุบชะมด คณะของเชษฐาได้แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม
กลุ่มแรกไปตามกองเกวียน ส่วนกลุ่มทีสองไปตามแกะรอยไอ้แหว่ง ผู้ติดตามแกะรอยไอ้แหว่งมีใครบ้าง
(รพินทร์ เชษฐา ดาริน ไชยยันต์ แงซาย เกิด )
วังช้าง หรือที่นอนของช้าง มีลักษณะใด ?
( ดงเถาวัลย์ขนาดใหญ่ แต่ละเถาที่เลื้อยคดเคี้ยวไปมา
มีลำต้นใหญ่ขนาดหน้าแข้ง ประสานพันเกี่ยวกันราวกันโครงอะไรสักอย่างหนึ่งที่มนุษย์มาประดิษฐ์ไว้ บริเวณนั้นพื้นโล่งเตียน
เหมือนใครมากวาดทางไว้เป็นเวิ้งถ้ำอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ไม่น้อยกว่ายี่สิบตารางกิโลเมตร โดยไม่มีต้นไม้ชนิดอื่นขึ้นกีดขวางเลย เบื้องบนปกคลุมทึบไปด้วยหลังคาใบเถาวัลย์ แต่ละตอนของพื้นที่เบื้องล่างนั้น
มีลำต้นเถาวัลย์ขึ้นอยู่เป็นระยะ ๆ แบ่งอาณาเขตบริเวณอันกว้างไกล และดูเหมื่อนตรอกซอกมุมและห้องหับต่าง ๆๆ
จากห้องนี้ทะลุไปห้องโน้นหรือบางทีก็เป็นทางเดินยาวตลอดพาดสลับกันไปมาราวเขาวงกต
งามอย่างน่าอัศจรรย์) หน้า 1084-1085
สัตว์อะไร ที่ติดตามโขลงไอ้แหว่ง ห่างเป็นระยะ ๆ ?
(มหิงสา หรือ ควายป่า ตัวหนึ่ง) หน้า 1089
ควายเพริด คือ ควายอะไร ?
( ควายที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ แต่บังเอิญหลุดเข้าป่าไป หน้า 1086)
สัตว์ชนิดใด ที่ทำลานเกลี้ยงเกลาราวกับมีคนมาปัดกวาดไว้?
(นกหว้าตัวผู้) หน้า 1099
วิธีดักนกหว้า ทำอย่างไร?
( เอาไม้ไผ่สักสองสามคีบมาเหลาเพียงครึ่งหนึ่ง
ให้บางและคมราวกับใบมีดทั้งสองคม เอาด้านที่ไม่ได้เหลาปักลงกลางลานรำแพนของนกหว้า ให้ด้านที่เหลาโผล่พ้นดินราวคืบกว่า ๆ พอนกหว้ากลับมาถึงเห็นไม้ไผ่ปักอยู่ มันก็จะพยายามหาวิธีเขี่ยออกไปให้พ้น แต่ไม้ไผ่ปักแน่นเกินกว่าที่มันจะจิกหรือคุ้ยให้ออกไปได้
ในที่สุดมันก็จะใช้ลำคอยาวของมันพันเข้าไม้ไผ่อันคมกริบนั้น เอาเท้ายันพื้นแล้วกระชากถอนขึ้นโดยแรง ไม้ไผ่ก็จะเชือดคอมันตาย หน้า 1102)
เมื่อเชษฐาเห็นซอกถ้ำเล็ก ๆ ในหลืบหินใหญ่สองลูก ชัยภูมิมองด้วยสายตาผาด ๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นที่พักแรม แต่รพินทร์บอกว่าไม่เหมาะสมที่จะพักแรม โดยอธิบายเหตุผลว่าอย่างไร ?
(การนอนพักกลางป่าไม่ควรจะเลือกบริเวณที่ใกล้ชิดกับโพลงหรือกซอกถ้ำที่ไม่สามารถจะสำรวจเข้าไปให้เห็นภายในได้ตลอด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าถ้ำนั้นไม่ใช่ถ้ำใหญ่ เพราะโพรงซอกลักษณะเช่นนั่น
ส่วนมากเป็นที่อยู่ของงู หน้า1103)
ไฟรุ่ง คือไฟที่ก่ออย่างไร ?
(ใช้ไม้แห้งท่อนใหญ่ ๆ เอาส่วนปลายหันเข้าชนกัน โดยหันปลายอีกทางหนึ่งชี้ออกไปรอบด้านทั้งแปดทิศ ติดไฟให้คุกรุ่นขึ้นตำแหน่งที่ปลายไม้ชนกันนั้นพอเกิดควันและไฟกินลามเข้าไปทีละน้อย
เมื่อท่อนใดท่อนหนึ่งถูกไฟกินหดสั้นเข้าไป ก็ขยับเลื่อนให้เข้ามาชนติดกันอีก สะดวกในการก่อไฟไว้ให้ติดอยู่ตลอดคืน โดยไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นมาคอยพะวงเฝ้าเติมเชื้อบ่อย ๆ หน้า 1106)
สัตว์อะไรที่วิดน้ำได้เพื่อจับปลากิน วิธีการอย่างไร ?
(งูเหลือม เอาตัวพันกิ่งไม้ไว้สองด้าน ไกวตัววิดน้ำให้แห้งหรือตื้นลง
จะได้กินปลาได้ง่ายขึ้น หน้า 1112)
ชาวป่าเรียก "ดอกปด" ชาวเมืองเรียกดอกอะไร ?
(ดอกรสสุคนธ์ หน้า 1121)
โขมดดงมีรูปร่างลักษณะเป็นอย่างไร ?
โขมดดง ตัวสัณฐานคล้ายแมงมุมดำมะเมื่อมเป็นเจ้าของดวงตาทับทิมคู่นั้น ส่วนทับทิมดวงใหญ่ที่เป็นเป้าสะท้อนแสงมองเห็นถนัดที่สุดทันที่ที่แสงไฟกระทบ ติดอยู่ใต้ตัวมัน ลักษณะเหมือนมันจะคร่อมกกเอาไว้คล้ายๆเป็นไข่ หรือมิฉะนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นท้องที่แนบติดอยู่กับพื้น
.. |  |
|
ลักษณะของมันน่าจะเป็นแมลงชนิดหนึ่ง แต่คงไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของกีฎะวิทยา ตัวป้อมกลมขนาดซองบุหรี่ มีขาหกขาแบบแมลงมุมมีพิษ ตาโปนสีแดงยื่นออกมาเหนือหัวซึ่งเรียวเล็ก ลักษณะเหมือนตาปู แต่มีงวงหรือปากอันยาวแหลมคล้ายยุง ส่วนปีกเหมือนปีกแมลงวัน ร่างอันแหลกเละกะรุ่งกะริ่งเพราะการกระทืบทะลักไปด้วยเลือดสีดำคล้ำคล้ายเลือดในท้องยุง ตลอดทั้งตัวเต็มไปด้วยขนน่าขยะแขยง สิ่งที่ทำให้ทุกคนงงงัน อัศจรรย์ใจอย่างขีดสุดก็คือ ทับทิมลักษณะสัณฐานแบนกลมเม็ดหนึ่ง ขนาดดวงทับทิมสะท้อนแสงที่ติดอยู่ยังบังโคลนหลังของจักรยาน ซึ่งแนบติดอยู่ใต้แผ่นท้องของมัน ไม่ผิดอะไรกับไข่ที่ติดท้องแมลงมุมอันมองดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวมัน
แต่มันไม่มีเซลล์ติดต่อถึงกันเลย แสดงว่าทับทิมเม็ดนั้นไม่ได้เป็นส่วนของอวัยวะมัน เป็นเพียงสิ่งที่มันกกหรืออุ้มติดอกอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น
..
|
ใครเป็นคนยิงโขมดดงเป็นคนแรก ?
(แงซาย หน้า 1134)
โขมดดงตายอย่างไร
(โดนเชษฐากระทืบ )
ใครเป็นคนเก็บทับทิมที่อยู่ในโขมดดงเอาไว้ ?
(เชษฐา )
นกอะไรที่มีนิสัยชอบหากินตามข้างหลังกวาง ?
(นกแต้วแร้ว หรือ นกเต้นตามกวาง หน้า 1223)
ขณะที่พักแรมอยู่ห้วยยายทองของคณะเชษฐา
มีสัตว์อะไรเข้ามาวนเวียนอยู่รอบปางพัก ?
(มหิงสาหรือควายป่า หน้า 1239 )
ขณะที่พักอย่ห้วยยายทอง เชษฐายิงสัตว์อะไรขณะอยู่ยาม ?
(เสือลายพาดกลอน หน้า 1252)
ไพรมหากาฬ เล่ม ๔
จากการบอกเล่าของรพินทร์ หนานไพรตายเพราะอะไร
(ตายเพราะยิงกระทิง กระทิงขวิดได้รับบาดเจ็บ ต่อมาทนพิษบาดแผลไม่ไหว หน้า 1264)
คุณพ่อของรพินทร์สอนรพินทร์ให้รู้จักอะไรเกี่ยวกับการล่าสัตว์?
(การล่า การติดตามรอยและการศึกษาภูมิประเทศ ถ้าปืนดี กำลังใจดี ฝีมือการยิงดีและรู้จักป่าตลอดจนสัตว์ที่จะล่าได้ดี ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
นี่เป็นหลักของนักล่าสัตว์ผู้เจริญแล้วเขายึดถือกัน หน้า 1265 )
พรานเก่าแก่โบราณพื้นเมืองสอนอะไร ให้รพินทร์เกี่ยวกับล่าสัตว์ ?
(เกี่ยวกับทางไสยเวท อาคม พิธีกรรมต่าง ๆ ในป่า เช่น การข่มป่า
การขอลาภจากเจ้าป่า การขอสมาลาโทษ
การบำบวงขอฝากสัตว์ที่ยิงได้ไว้ในความดูแลของเจ้าป่า หน้า 1265 )
เวลารพินทร์จะออกเดินป่า ทำเหมือนพรานพื้นเมือง เช่น เสกคาถาอาคม ยกมือไหว้
หรือทำอะไรแปลก ๆ หรือไม่ เพราะอะไร ?
(เขาไม่ทำเหมือนพรานพื้นเมือง แต่จะใช้วิธีสำรวมจิตให้เที่ยง
แล้วส่งกระแสจิตไปยังสิ่งที่เขาไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเหล่านั้น
จะบอกกล่าวอย่างใดก็บอกกันอยู่ในใจ ทำให้กำลังของเขาดีขึ้น หน้า ฟ1276 )
พิธีข่มป่าหรือหักป่าของรพินทร์ ทำอย่างไร เพื่ออะไร ?
(ยืนนิ่ง ๆ มองซ้ายมองขวา แล้วหักกิ่งไม้เล็ก ทิ้งคาไว้ทุกครั้ง
เพื่อให้เขามีอำนาจเหนือป่า บุกเข้าไปไม่มีอันตรายใด ๆ มาแผ้วพานได้
และอีกอย่างหนึ่ง กิ่งไม้ที่หักไว้ก็ช่วยให้จำทางได้ เมื่อเดินหลงกลับมา
หน้า 1276 )
พิธีทางไสยเวทของพรานป่ามีอะไรบ้าง ?
(มีมากมาย เช่น ๑ การข่มป่า ๒ การขอลาภจากเจ้าป่าเจ้าเขา ๓
การขอสมาลาโทษ ๔ การขอฝากสัตว์ที่ยิงได้ให้เจ้าป่าช่วยคุ้มครอง
รักษาก่อนที่จะมาขนย้าย ๕ พิธีการผูกห้าง ๖ พิธีภายหลังยิงสัตว์ได้แล้ว ๗
พิธีสะกด แก้ อาถรรพ์ หน้า 1277 )
หลังจากอออกจากห้วยยายทองแล้ว คณะของเชษฐา ตามรอยของสัตว์อะไร ?
(ตามรอย มหิงสา หรือ ควายป่า หน้า 1280 )
ดารินเอาเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าที่ใช้ถ่านแบตเตอรรี่ให้รพินทร์
โกนหนวดขณะที่อยู่ที่ใด ?
(อยู่ที่ ห้วยยายทอง หน้า 1284 )
ขณะที่คณะของเชษฐาตามรอยควายป่าไปถึงดงหนามแห่งหนึ่ง รพินทร์คาดคะเนว่า
ควายป่าจะอยู่ในที่ ๓ ทาง ที่ใดบ้าง ?
(๑ หลบซ่อนอยู่ในป่าหนาม ๒ ออกทางทุ่งแฝกด้านซ้ายมืออันเป็นทางใต้ลม ๓
ข้ามธารขึ้นหุบทางด้านขวามือทางด้านเหนือลม หน้า 1287 )
เชษฐาได้แบ่งกลุ่มออกเป็น ๒ กลุ่ม เพื่อออกตามควายป่า ๒ กลุ่ม
มีใครบ้าง ?
( กลุ่มที่ ๑ มี เชษฐา แงซาย ไชยยันต์ กลุ่มที่ ๒ มี รพินทร์
ดาริน เกิด หน้า 1287 )
สัตว์อะไร ที่มีสายตาเลวที่สุด แต่เชื่อจมูกของตัวเองมากกว่าสายตา ?
(แรด หน้า 1294 )
รพินทร์ ดาริน และเกิด พากันยิงควายป่า ทั้งหมด ๔ นัด
มีใครยิงบ้างตามลำดับ ?
( นัดที่ ๑ เกิด ยิงด้วยปืน .๓๗๕ แม๊กนั่ม เจาะเข้ากลางลำตัว
ซึ่งไม่มีความหมายอะไรเลย นัดที่ ๒ รพินทร์ยิงไล่หลังไป
หักกระดูกขาหลังด้านซ้าย ใกล้เคียงกับรอยที่เชษฐายิงบาดเจ็บไว้เมือ่วันก่อน
นัดที่ ๓ ที่ ๔ ดาริน ยิงด้วยปืน.๔๗๐ ดับเบิ้ลไรเฟิ้ล
จับเข้าส่วนสมองของควายป่าตายสนิท หน้า1306 - 1308 )
ดาริน ช่วยชีวิตรพินทร์ กี่ ครั้ง ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?
(๑ ดาริน ยิงควายป่าก่อนที่จะขวิดรพินทร์ ที่ห้วยยายทอง หน้า 1306
๒
รพินทร์ ช่วยชีวิตดาริน กี่ ครั้ง ในเหตุการณ์ใดบ้าง ?
( ๑ ช่วยไล่ช้าง ขณะดารินอาบน้ำ ๒ ช่วยยิงงูเห่า
ขณะที่ดารินอาบน้ำ
๓
ขณะที่ดารินยิงควายป่าตายแล้วนั้น ฝ่ายเชษฐา ไชยยันต์ และแงซาย
ได้ยิงสัตว์อะไร ?
(กระซู่ หน้า 1315 )
แรด กับ กระซู่ ต่างกันอย่างไร ?
( แรดมีขนาดใหญ่กว่ากระซู่ หนังก็หนามากกว่า
ส่วนขนตามตัวมีน้อยกว่ากระซู่ รอยเท้าคล้ายรอยช้างรุ่น
มีเล็บบเพียงเท้าละสามเล็บ ฟันหน้าที่กรามมีอยู่สองงคู่
ส่วนกระซุ่มีหนังเรียบกว่าแรดไม่ขรุขระนัก มีรอยพับตรงช่วงไหล่เพียงพับเดียว
ขนยาว ฟันหน้าข้างล่างมีอยู่คู่เดียวและมี ๒ นอ มักจะยาวกว่านอแรด หน้า
1333 )
พวกพรานป่าเชื่อกันว่า ถ้ามีสัตว์ใหญ่ล้ม จะเกิดเหตุการณ์อะไร ?
( ฝนตก หน้า 1356 )
หลังจากดารินยิงควายป่า ฝ่ายเชษฐายิงกระซู่ตายแล้ว
คณะของเชษฐาก็มาพักนอนใกล้ลำธารแห่งหนึ่ง
ในตอนย่ำรุ่งได้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ?
(ฝนตกหนัก น้ำป่าพัดพาคณะของเชษฐาแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง หน้า 1357
)
ตำแหน่งที่รพินทร์ถูกน้ำพัดพามาติดอยู่ และดารินเดินมาพบรพินทร์ นั้นอยู่ทางทิศใดของที่ตั้งแค้มป์เมื่อคืน และห่างประมาณกี่ ก.ม. ?
( ทิศตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ห่างประมาณ ๒๐ - ๓๐ ก.ม. หน้า 1365 )
ระยะทางจากที่รพินทร์และดารินถูกน้ำป่าพัดพาไปหลงอยู่นั้น ขึ้นไปถึงตำแหน่งตั้งแคมป์ครั้งแรก มีหมู้บ้านกะเหรี่ยงอยู่หยอ่มหนึ่งเรียกว่าหมู่บ้านอะไร ?
(ผาเยิง หน้า 1366)
ขณะที่น้ำป่าพัดพา รพินทร์และดารินเหลืออาวุธอะไรบ้าง ?
(รพินทร์มีมีดโบวี่ ดารินมีปืนสั้นขนาด .357 อีก ๑ กระบอก หน้า
1368 )
กวางโจน คืออะไร ?
(ค่าง หน้า 1371)
หลังจากน้ำป่าพัดพาให้หลงป่า รพินทร์และดารินออกตามหาพวกของเชษฐา
รพินทร์ได้ยิงสัตว์อะไร ด้วยปืนอะไร
(เสือดาว ด้วยปืน .๓๕๗ (ปืนสั้นของดาริน) หน้า1373 )
หลังจากถูน้ำป่าพัดพา รพินทร์และดารินกินอาหารมื้อแรก เป็นอะไร ?
(ไก่ย่าง หน้า 1377
" ชีวิตคนเกิดมาชาติหนึ่งจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อได้รู้รสชาติของความสุขสบายที่สุดเท่า ๆกับยากแค้นทรมานที่สุด" รพินทร์บอกดารินขณะที่หลงอยู่ในป่าตกระลำบากด้วยกันว่าอย่างไร?
(ตอนที่รพินร์พบดารินครั้งงแรกที่บริษัทคุณอำพล เข้าใจว่า
เป็นผู้หญิงสวยในตระกูลสูง ที่พกเอาความเย่อหหยิ่งไว้เต็มตัว
อันเป็นสามัญพื้น ๆ ทั่วไป หยิบหย่ง สำอางโฉม รู้เท่าไม่ถึงการณ์
แต่ยังอวดดี ) หน้า 1378
ดารินเห็นรพินทร์ครั้งแรก คิดเกี่ยวกับรพินทร์อย่างไร ?
( เป็นคนบาเบเรี่ยนที่สุด ใจดำอำมหิต หยาบคาย
ไม่ให้เกียรติแม้กระทั่งผู้หญิง แล้วก็ไม่น่าไว้วางใจ) หน้า 1379
ข้าวลิง คืออะไร?
( ใบไม้หรือผลไม้ ตามแต่จะหากินได้) หน้า 1382
ดารินผวาเข้าไปสู่แผ่นอกอันกว้างใหญ่แข็งแรงของรพินทร์เป็นครั้งแรก
เพราะตกใจเสียงสัตว์อะไรร้อง ?
(ช้างร้อง ) หน้า 1387
ดารินได้เปิดเผยความในใจให้รพินทร์ทราบเป็นครั้งแรก ความว่าอย่างไร ?
("ฉันมีนาฬิกาอยู่เรือนหนึ่ง เที่ยงตรงแน่วแน่ที่สุด
มันเป็นนาฬิกาที่มีค่าที่สุดกว่านาฬิกาเรือนใดสำหรับฉัน เพราะมันเป็นนาฬิกาใจ
คิดอยู่เหมือนกันว่าสักวันหนึ่งฉันจะต้องมอมให้แก่ใครสักคนหนึ่ง
ที่เขาสามารถจะอ่านเวลาของมันออก คุณพูดถูกแล้วนาฬิกาเรือนนี้
ใครจะเรียกร้องเอาไม่ได้ นอกจากเจ้าของให้เอง" ) หน้า 1393
อาหารมื้อที่สองหลังจากถูกน้ำป่าพัดพา ของรพินทร์ดาริน รพินทร์ได้ยิงสัตว์อะไรได้ ด้วยปืนอะไร ?
(เก้ง ยิงด้วยปืนสั้น .๓๕๗ ของดาริน) หน้า 1394
ดารินเคยเรียกรพินทร์ว่า นายพราน บ้าง คุณ บ้าง ไม่เคยเรียก รพินทร์
(รพินทร์ เฉย ๆ ) มาก่อน แต่เมื่อคืนหนึ่ง ดารินเรียกรพินทร์ ว่า "รพินทร์"
เป็นครั้งงแรก อยากทราบว่า ทั้งสองนอนอยู่ที่ใด?
(ในถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นถ้ำของเสือลายพาดกลอนที่เขาฆ่าแม่และลูกมันแล้ว
และหลังจากมันไปคาบกะเหรียวสามคนมาแล้ว) หน้า 1432
งูจงอาง กลัวสัตว์อะไร ?
(ตะขาบ ) หน้า 1444
การทำลายล้างแพ้ชนะกันเองของสัตว์อยู่ในตัวในรูปหมุนเวียนแบบไซคลิกออร์เดอร์
คือ สัตว์อะไรบ้าง ?
(ไก่ หมู ตะขาบ ไก่แพ้หมู หมูแพ้ตะขาบ ตะขาบแพ้ไก่ ) หน้า 1445
รพินทร์หลงป่าครั้งแรก อยู่ที่ใด ?
( หลังจากออกจากตรงที่เสือกัดคน ๓ คนแล้ว
ตั้งจะไปทางที่ได้ยินเสียงคนตัดไม้ แต่รพินทร์จำทิศทางผิดไป จึงเกิดหลงทาง)
หน้า 1463
หัวหน้าหมู่บ้านกะเหรี่ยงผาเยิง แต่ได้ย้ายหมู่บ้านไปอยู่บ้านห้วยแม่เลิง ชื่ออะไร ?
(โต๊ะถะ ) หน้า 1491
แสนงอนประจำป่า คนขี้กระเซ้า นักแหย่โทสะ นักกวนประสาท คือใคร?
(แสนงอนประจำป่า คือ ดาริน คนขี้กระเซ้า และ นักแหย่โทสะ คือ
ไชยยันต์ นักกวนประสาท คือ รพินทร์) หน้า 1510 และ 1512
คณะของเชษฐะช่วยปราบสัตว์อะไรที่ห้วยแม่เลิง ? ได้ทั้งหมดกี่ตัว ?
(เสือ )
ผิดป่า คือ การกระทำอย่างไร?
( การกระทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่ไม่ชอบด้วยทำนองคลองธรรมตามประเพณีหรือผิดศีลธรรม
เช่น หญิงมีสามีอยู่แล้วไปมีชู้กับชายอื่น ) หน้า 1523
รพินทร์นิยมยิงเสือในขณะที่มันเผ่นหรือกระโจนเข้าใส่ กี่ ครั้ง เหตุการณ์ใดบ้าง ?
( ๑ ยิงเสือดำในสถานีกักสัตว์ของคุณอำพล
๒ ยิงไอ้โคร่ง เพื่อช่วยชีวิตแงซายไว้ ที่โป่งกระทิง
๓ ยิงไอ้ดาว ขณะที่โผนลงมาใส่
๔ ยิงเสือตัวเมียขณะที่ลากกะเหรี่ยง ๓ คน ]
จากการบอกเล่าของรพินทร์ พรานยิ้ม ที่อยู่หนองน้ำแห้ง มีชื่อด้านใด วาระสุดท้ายตายเพราะอะไร ?
( มีชื่อด้านเอารังผึ้ง และตายเพราะผึ้งจำนวนมากต่อย ทนพิษไม่ไหว )
หน้า 1602
คูรำ คืออะไร ?
(เลียงผา ) หน้า 1608
ที่หุบหมาหอน ไชยยันต์ยิงสัตว์อะไรที่อยู่ไกลไม่น้อยกว่า 150 เมตร และยิงด้วยปืนอะไร ?
(ละมั่ง ) หน้า 1667
สัตว์ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าทุ่งมีอยู่ กี่ชนิด อะไรบ้าง
3 ชนิด คือ ควายป่า กระทิง และแรด
เขาเกือกม้าอยู่ห่างจากนิทรานครเท่าไร
18 - 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 3 - 4 ชั่วโมง
ตอนพบแรดอาร์สินอยในครั้งแรกตอนออกจากนิทรานคร รพินทร์ต้องการประหยัดกระสุนปืน แต่สุดท้ายก็ต้องยิง ถามว่าเสียกระสุนไปกี่นัด ใครยิง
มาเรียยิงก่อน 2 นัดด้วย .375แม็กนั่ม นัดสุดท้ายที่หยุดเจ้าแรดได้เป็น .600 ไนโตรของไชยยันต์
อนุชาใช้ปืนอะไร ใช้กระสุนอะไร
ปืนไรเฟิล ดับเบิลบารเล .450 ไนโตรเอ็กเพรส กระสุน .450/.400 ไนโตรเอ็กเพรส ใช้ดินขับคอร์ไดท์ ผลิตจากบริษัทคีน็อคซื
หนานอินใช้ปืนอะไร ใช้กระสุนอะไร
ปืนลูกซองแฝด ใช้ลูกปืนเบอร์ 12 แบบกรังด์ปรีซ์ ทำด้วยกระดาษ เป็นรุ่นเก่าของอีลีย์
คำถามทบทวน ตอนดงมรณะ
เส้นทาง : สารบัญ
คำถามทบทวน
ไพรมหากาฬ