|
| |
| กลอย |
|---|
Dioscorea hispida Dennst
กลอยเป็นไม้ลงหัวชอบขึ้นตามที่โปร่งๆป่ารกร้างและไหล่เขาทั่วๆไปที่มีดินร่วยซุยพบมากทางเหนือของเทือกเขาหิมาลัยพม่าไทย
จีนกัมพูชาเวียดนามลาวและมาเลเซียกลอยมีลักษณะลำต้นเรียวมักเลื้อยพันต้นไม้อื่นที่อยู่ใกล้เคียงกลอยเป็นไม้วงศ์DIOSCOREACEAE
โดยทั่วๆไปเมื่อนำหัวกลอยมาปอกเปลือกหั่นเป็นแว่นบางๆพบว่าสีของเนื้อกลอยจะแตกต่างกันออกไปคือมีคั้งแต่สีขาวนวล
จนถึงเหลืองเข้มทางกลุ่มงานพฤกษศาสตร์กองพฤกษศาสตร์และวัชพืชได้แบ่งกลุ่มพืชสกุลกลอยออกเป็น2กลุ่มตามลักษณะ
การเลื้อยพันไม้ใหญ่อื่นๆคือลักษณะที่พืชพันไปทางขวา (ทวนเข็มนาฬิกา)และพันไปทางขวา(ตามเข็มนาฬิกา)
ส่วนชาวบ้านจะแบ่งง่ายๆตามลักษณะของลำต้นและตามสีในเนื้อหัวกลอยกล่าวคือกลอยข้าวเจ้าจะมีลักษณะของ
เถาและก้านใบสีเขียวส่วนกลอยข้าวเหนียวมีเถาสีน้ำตาลอมดำ ลักษณะใบของกลอยทั้งสองชนิดมี3 แฉกคล้ายใบถั่ว
เส้นใบถี่ส่วนเถาจะมีหนามแหลมตลอดเถาดอกออกเป็นช่อมีดอกย่อยดอกเล็กๆสีขาวจำนวนมากหัวกลอยจะฝังในดิน
ตื้นๆ มีหลายหัวติดกันเป็นกลุ่ม เท่าที่พบมีตั้งแต่3หัวถึง14หัวใน1กอขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหัวกลอยวัด
ได้ตั้งแต่2.5ซมถึง25ซม.
มีชื่อพื้นเมืองต่างๆเช่นกลอยมันกลอยกลอยข้าวเหนียวกลอยหัวเหนียวก๋อยนกกอยหัวกลอยและกลอยนก เป็นต้น
เมื่อนำหัวกลอยมาปลอกเปลือกและหันเป็นแว่นบางๆ จะพบว่ากลอยข้าวเจ้าจะมีเนื้อสีขาวนวลและเนื้อหยาบกว่ากลอยข้าวเหนียวซึ่ง
มีสีเหลืองอ่อมถึงเหลืองเข้ม(สีทอง)เนื้อเหนียวและรสชาดดีกว่ากลอยข้าวเจ้า ซึ่งมีเนื้อร่วยซุย ฉะนั้นชาวบ้านหรือเกษตรกรจึงนิยม
รับประทานกลอยข้าวเหนียวมากกว่ากลอยข้าวเจ้า
เนื่องจากกลอยเป็นพืชแป้งที่มีพิษอย่างแรงเพราะในเนื้อแป้งมีสารไดออสคอรีน(Dioscorine)ฉะนั้นถ้านำมารับประทานโดยไม่ทำ
ลายสารพิษก่อนจะทำให้เกิดอาการเบื่อเมาเพราะสารนี้จะไปทำลายระบบประสาทส่วนกลางทำให้เป็นอัมพาตถ้ารับประทานสดๆ
ขนาดเท่าผลมะม่วงอกร่องจะทำให้ตายภายใน6ชั่วโมง วิธีเอาสารพิษ(Dioscorine)ออกจากกลอย
ก่อนนำไปบริโภควิธีการทั่วๆไปคือปอกเปลือกหัวกลอยให้สะอาด หั่นเป็นแว่น แต่ละแว่นหนาประมาณ1-1.5ซม.นำหัวกลอยที่
หั่นแล้วใส่ในภาชนะ ใส่ชิ้นกลอยที่หั่นแล้วลงไปในภาชนะหนาประมาณ10ซม. โรยเกลือให้ทั่วหน้า1-2ซม.แล้วใส่ชิ้นกลอยลงไปทำสลับกับเกลือ
จนกว่าจะหมดทิ่งไว้ค้างคืนวันรุ่งขึ้นนำกลอยที่หมักออกมาล้างน้ำ ให้สะอาดใส่ชิ้นกลอยที่ล้างแล้วลงไปในถุงผ้าดิบหรือผ้าขาวบาง
นำของหนักทับไว้เพื่อไล่น้ำเบื่อเมาของกลอยออกให้หมดหลังจากนั้นนำชิ้นกลอยจากถุงผ้าเทกลับลงไปในภาชนะเดิมใส่น้ำให้ท่วมเนื้อกลอย
ทิ้งไว้ค้างคืนรุ่งเช้าจึงนำชิ้นกลอยมาล้างให้สะอาดและทำเช่นเดิม ประมาณ5-7วันจึงจะปลอดภัยจากสารพิษและนำมาบริโภคหรือ
ปรุงอาหารได้หรือจะผึ่งแดดให้แห้งเก็บตุนไว้เมื่อจะบริโภคจึงนำ ชิ้นกลอยมาแช่น้ำนำไปนึ่งหรือปรุงอาหารอื่นรับประทานได้
ประโยชน์ทางยา แพทย์ตามชนบทใช้ปรุงยาแก้เถาดานที่กลิ้งเป็นก้อนในท้องใช้หุงเป็นน้ำมันใส่แผลกัดฝ้าหนองได้ดี
ในต่างประเทศใช้สารสะกัดจากกลอยทำเป็นยาคุมกำเนิด ทางด้านการเกษตรใช้เป็นสารพิษฆ่าแมลงเพราะมีtatacorinอยู่ในหัวกลอยโดย
นำน้ำที่แช่หัวกลอยมาฉีดฆ่าแมลงเพลี้ยอ่อนแมลงสิง และแมลงทั่วไปส่วนชาวป่าใช้เป็นยาพิษอาบลูกธนูในอินเดียใช้หัวกลอยเป็นสบู่ฟอกศรีษะ
เพื่อกำจัดเหานอกจากนี้ยังใช้เบื่อปลาได้อีกด้วย
นอกจากกลอยข้าวเหนียวกลอยข้าวเจ้าแล้วยังมีกลอยอีกชนิดหนึ่งเรียกว่ากลอยจืด ลักษณะของใบและดอกคล้ายกับกลอยธรรมดา
แต่เถาไม่มีหนามและ ในหัวไม่มีสารพิษจึงหาได้ยาก และคาดว่าจะสูญพันธุ์หมดแล้ว
ปรากฎในเรื่องในช่วงเวลาต่างๆกัน โดยพรานของรพินทร์มักเป็นคนไปขุดมาแล้วเอามาเผาไฟให้สุกก่อนกิน
 
กลอยที่พบตามธรรมชาติ
 ดอกกลอย

เส้นทาง : สารบัญ ผ่าเพชรพระอุมา พืชฯ กลอย
|