วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาลักษณะของนวนิยายแนวผจญภัยในป่า โดยวิเคราะห์จากนวนิยายแนวผจญภัยเรื่อง คิงโซโลมอนส์ไมนส์ ล่องไพร และ เพรชพระอุมา ภาคหนึ่ง ศึกษาอิทธิพลของนวนิยายเรื่อง คิงโซโลมอนไมน์ ที่มีต่อ ล่องไพร และ เพรชพระอุมา ภาคหนึ่ง และศึกษาอิทธิพลของล่องไพร ที่มีต่อเพชรพระอุมา รวมทั้งศึกษาลักษณะเฉพาะตนของนวนิยายเรื่อง เพชรพระอุมา
จากการศึกษาวิเคราะห์นวนิยายแนวผจญภัยเรื่อง คิงโซโลมอนไมน์ ล่องไพร และ เพชรพระอุมา สรุปได้ว่านวนิยายแนวผจญภัยในป่าต้องประกอบไปด้วยตัวละครหลักสองกลุ่มคือฝ่ายนายจ้างและพรานนำทาง ซึ่งมีความจำเป็นบางอย่างต้องเดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นเคย ในการเดินทางจะต้องมีแผนที่หรือคนนำทาง และระหว่างเดินทางตัวละครต้องเผชิญกับอันตรายนานัปการจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอดก่อนการเดินทางถึงจุดหมาย
ผลการวิจัยเปรียบเทียบนวนิยายผจญภัยทั้งสามเรื่องพบว่า ล่องไพร และ เพชรพระอุมา ได้รับอิทธิพลมาจาก คิงโซโลมอนไมนส์ น้อย อินทนนท์นำแนวคิดเรื่องการเดินทางเข้าไปในป่าเพราะเหตุผลบางอย่างจาก คิงโซโลมอนไมนส์ มาเป็นแนวในการประพันธ์นวนิยายชุด ล่องไพร ส่วนพนมเทียนได้รับอิทธิพลทั้งด้านโครงเรื่อง (การเดินทางเข้าไปในป่าเพื่อหาสมบัติและตามหาคนที่หายสาบสูญ) ตัวละคร ฉากและเหตุการณ์ บทสนทนาและการจบเรื่องในการแต่ง เพชรพระอุมา ภาคหนึ่ง
นอกจากได้รับอิทธิพลมาจาก คิงโซโลมอนไมนส์ พนมเทียนน่าจะได้รับอิทธิพลในการแต่งนวนิยายเรื่อง เพชรพระอุมา มาจาก ล่องไพร ด้วย เพราะเรื่องราวการผจญภัยบางตอนใน เพชรพระอุมา คล้ายกับ ล่องไพร แต่อิทธิพลที่ได้รับนั้นไม่ชัดเจนเท่ากับอิทธิพลที่ได้จากนวนิยายเรื่อง คิงโซโลมอนไมนส์ แม้พนมเทียนจะได้รับอิทธิพลในการแต่งนวนิยายเรื่อง เพชรพระอุมา มาจากนวนิยายเรื่องอื่นแต่ เพชรพระอุมาก็เป็นนวนิยายที่มีลักษณะเฉพาะตนสูงเรื่องหนึ่ง เพราะพนมเทียนนำอิทธิพลที่ได้รับมาผสมผสานเข้ากับประสบการณ์และความรู้ในด้านต่างๆของตนเข้าไปอย่างเหมาะสมทำให้ เพชรพระอุมา สนุกสนานและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น