สมบัติพระศุลี (ฉบับย่อ)

ผมมีเรื่องแปลกประหลาดที่สุดซึ่งผมได้ประสบมาเล่าให้ฟัง ที่จริงผมเคยเจอเรื่องแปลกๆ มากมาย ผมชื่อ
อัลเลน ควอเตอร์เมน มีอาชีพเป็นพรานล่าช้าง ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา
เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณสิบแปดเดือนมาแล้ว เป็นตอนที่ผมได้พบกับเซอร์เฮนรี่ เคอร์ติส และกัปตันกู๊ด
ทั้งสองเดินทางมาจากประเทศอังกฤษ เพื่อตามหาพี่ชายของเซอร์เฮนรี่ในแอฟริกา เซอร์เฮนรี่กังวลมาก
เพราะไม่ได้รับข่าวจากพี่ชายมาสามปีแล้ว
เขาขอให้ช่วยค้นหา ผมจึงเล่าให้ฟังว่าสองสามเดือนก่อนหน้านั้นผมเคยพบพี่ชายของเขา
ซึ่งกำลังเตรียมตัวเดินทางไปตามล่าที่เก็บสมบัติของพระศุลี หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเขาอีกเลย
พระศุลีเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอลเมื่อหลายร้อยปีก่อน มีประวัติของพระองค์อยู่ในคัมภีร์ไบเบิล
พระศุลีร่ำรวยมาก มีทองคำและเงินเต็มปราสาทราชวัง แล้วยังมีเพชรนิลจินดามากมาย
เล่าลือกันว่าความมั่งคั่งของพระศุลีได้มาจากเหมืองทองคำ, เงิน และอัญมณีในแอฟริกา
ทว่าไม่มีใครรู้เรื่องราวที่แท้จริง
ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าเหมืองอยู่ที่ไหนกันแน่ ผมเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับเหมืองนั้นมามาก
และใช้เวลานานกว่าจะเล่าทุกสิ่งที่รู้ให้เซอร์เฮนรี่กับกัปตันกู๊ด แต่ทั้งสองก็ตั้งอกตั้งใจฟัง
" เล่ากันว่าใกล้ๆ เหมืองที่เป็นที่อยู่ของพวกนักรบร่างสูง" ผมเริ่ม " ดูเหมือนว่าผู้หญิงของชนเผ่านี้จะมีเวทมนต์คาถาเก่งกล้า
ผมเคยรู้จักชายคนหนึ่งซึ่งตายเนื่องจากพยายามไปที่เหมืองแห่งนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน ชื่อของเขาคือ โฮเซ่ ซิลเวสเตร
ตอนที่พบกัน ผมกำลังตั้งค่ายพักอยู่ที่ริมทะเลทราย ซิลเวสเตรผ่านมาและขอพักแรมด้วย เช้าวันรุ่งขึ้นเขาบอกว่า
" ผมกำลังจะเป็นคนร่ำรวยที่สุดในโลก" จากนั้นเขาก็เดินทางฝ่าเข้าไปในทะเลทราย มุ่งไปสู่เทือกเขาพระศุลี
ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของทะเลทราย ลือกันว่าเหมืองสมบัติอยู่แถวนั้น ตอนนั้นผมคิดว่าซิลเวสเตรคงจะบ๊อง
เพราะทะเลทรายกว้างตั้งหนึ่งร้อยสามสิบไมล์ ไม่มีใครสามารเดินทางข้าไปได้
" หนึ่งสัปดาห์ต่อมา โฮเซ่ ซิสเวสเตร ก็กระเสือกกระสนกลับมายังค่ายพักของผม "น้ำ...น้ำ.."
เขาร้องสภาพของเขาดูไม่ได้เลย ตัวเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ใบหน้าซีดเหลือง ริมฝีปากแตกระแหง
ลิ้นกลายเป็นสีดำ"
" ผมพยายามจะช่วย ทว่าเขากำลังจะตาย คืนนั้นเขาเป็นไข้สูงและเพ้อเรื่องเพชร,
เทือกเขาพระศุลี และทะเลทราย
" เช้าวันต่อมาเมื่ออาการสงบลง เขาเอาแต่จ้องมองไปในทะเลทรายแล้วชี้ที่เทือกเขาซึ่งอยู่ลิบๆ "ผมกำลังจะตาย"
เขาพูด " คุณดีต่อผมมาก ผมขอมอบสิ่งนี้ให้คุณ บางทีคุณอาจทำสำเร็จ แต่ก่อนอื่นคุณจะต้องข้ามทะเลทรายไปให้ได้
ผมกำลังจะตาย เพราะมัน"
จานั้นซิลเวสเตรได้ยื่นผืนผ้าเก่าขาดวิ่นให้ผม มันเป็นแผนที่รุ่งริ่งเก่าเหลือง
" สิ่งนี้เป็นมรดกตกทอดในครอบครัวของผม" เขากล่าว "แผนที่นี้อายุกว่าสามร้อยปี
ผู้ที่เขียนมันขึ้นมามีชื่อว่า โฮเซ่ ดา ซิลเวสตร้า ชื่อเหมือนผมมาก เขาตายบนเทือกเขาเหล่านั้น
แต่ก่อนตายได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ คนรับใช้ของเขาไปพบศพจึงนำจดหมายและแผนที่มาส่งให้ทางบ้าน"
ซิลเวสเตรต้องพูดอย่างยากลำบาก เขาชะงักเพื่อสูดลมหายใจ " ผมต้องชดใช้ชีวิตสำหรับราคาแผนที่นี้
จงไปเถอะ คุณอาจจะได้เป็นคนร่ำรวยที่สุดในโลก" สติเขาเริ่มเลื่อนลอย และพูดจาเลอะเลือน
เหมือนคนเสียสติ จากนั้นอีกชั่วโมงเขาก็ตาย
ผมรู้ว่าทั้งเซอร์เฮนรี่และกัปตันกู๊ดไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องที่ผมเล่านัก
ผมได้ลอกแผนที่ไว้แผ่นหนึ่งและพกติดตัวอยู่เสมอ แต่ยังไม่เคยเดินทางไปตามแผนที่นั้นเลย
ผมจึงหยิบแผนที่ออกมาให้เซอร์เฮนรี่กับกัปตันกู๊ดดู
โฮเซ่ ดา ซิลเวสตร้า ยังได้เขียนจดหมายติดมากับแผนที่เก่า ซึ่งผมก็ได้คัดลอกไว้เช่นกัน
ผมจึงอ่านให้คนทั้งสองฟัง
ข้า โฮเซ่ ดา ซิลเวสตร้า กำลังอยู่ในถ้ำบนยอดทางซ้ายของภูเขาแฝด ข้ากำลังจะอดตาย
ปีนี้คือ ค.ศ.1590 หนังสือที่ข้าเขียนอยู่นี้ ข้าเขียนลงบนเสื้อโดยใช้กระดูกท่อนหนึ่งแทนปากกา
และใช้เลือดของข้าเองแทนน้ำหมึก หวังว่าคนรับใช้ของข้าคงจะพบแผนที่นี้
ข้าได้เห็นเพชรซึ่งเป็นสมบัติพระศุลีแล้ว สมบัติถูกเก็บไว้ในห้องเก็บสมบัติ เบื้องหลังความตายสีขาว
แต่ข้าได้เสียทีหลงกลกากูลนังแม่มด จึงไม่สามารถนำเพชรออกมาได้
ไปตามแผนที่นี้ เมื่อท่านไปถึงภูเขาแฝดให้ปีนขึ้นไปบนลูกซ้ายจนถึงยอดที่ปกคลุมด้วยหิมะ
จากนั้นก็ไปตามถนนที่พระศุลีได้สร้างไว้ ใช้เวลาเดินสามวันจากยอดเขาหิมะไปถึงขุมทรัพย์พระศุลี
จงฆ่ากากูลเสีย!
โฮเซ่ ดา ซิลเวสตร้า
" ผมเคยเดินทางรอบโลกมาแล้วสองหน แต่ยังไม่เคยได้ยินเรื่องลึกลับตื่นเต้นแบบนี้เลย" กัปตันกู๊ดบอก
" เอาล่ะครับ เซอร์เฮนรี่ ผมจะเล่าเรื่องพี่ชายของคุณให้ฟัง" ผมกล่าว "ตอนที่พบกัน
เขากำลังออกเดินทางไปหาขุมสมบัติ เขามุ่งหน้าสู่เทือกเขาพระศุลี ผมได้มอบแผนที่ของซิลเวสตร้าให้เขาไป"
เซอร์เฮนรี่ตื่นเต้นมาก บางทีพี่ชายของเขาอาจยังคงมีชีวิตอยู่! นี่เป็นร่องรอยดีที่สุดที่ค้นได้
"ถ้าเช่นนั้นผมจะไปตามเส้นทางที่เขาใช้ ผมต้องหาเขาจนพบ"
เซอร์เฮนรี่ได้ขอให้ผมร่วมทางไปด้วย เขารู้ว่า ผมเป็นคนนำทางที่ดีและเต็มใจจะจ่ายให้ผมอย่างงาม
นอกจากนี้ยังยอมให้ผมกับกัปตันกู๊ดเก็บเพชรที่เราอาจพบไว้ได้ตามต้องการ
ผมถูกชะตากับเซอร์เฮนรี่และกัปตันกู๊ด ส่วนเพชรในขุมทรัพย์นั้นก็ช่างล่อใจเสียจริงๆ
จึงตัดสินใจไปกับพวกเขา

เราใช้เวลาเตรียมตัวเดินทางหลายวัน คืนก่อนวันที่จะออกเดินทาง มีชาวแอฟริกาคนหนึ่งมาขอพบ
เขาอายุประมาณสามสิบหน้าตาดี คล้องคอด้วยสร้อยที่ทำจากเล็บสิงโตและสวมเสื้อโค้ตยาวของทหารที่เอว
และสะโพกมีหนังสัตว์พันโดยรอบ เขาตัวสูงมากทีเดียว
" ข้าชื่อ อุมโบป้า" เขาแนะนำตัว "ข้าได้ข่าวว่า พวกท่านกำลังหาคนที่ช่วยนำทางไปทางเหนือได้
ที่นั่นเป็นบ้านเกิดของข้า ข้าจากมาตั้งแต่เล็ก ตอนนี้อยากกลับไปบ้านเกิดอีกครั้ง ข้าช่วยนำทางได้"
เราออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น การเดินทางช่างยาวไกลและยากลำบาก
กว่าจะไปถึงริมทะเลทรายได้ต้องใช้เวลาเดินทางถึงสี่เดือน
..................................................................
...................................................................
....................................................................
.............................................

(สมบัติพระศุลี แปลแบบย่อๆโดยหน่าจ้อย)
|