|
(นิตยสารจักรวาลรายสัปดาห์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 40 ประจำวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2513)
4175/1 ถนนยมราช นครราชสีมา
เรียน คุณ "พนมเทียน" ที่รัก
ความจริงผมก็เป็นคนมีนิสัยไม่สู้จะดีเหมือนๆ กับคุณวริน อมาตยกุล ที่จดหมายถึงคุณตามที่ลงในจักรวาล ฉบับ 28 ตุลาคม นี้แหละ ค่าที่เคยเป็นครูบาอาจารย์ อยู่สิบกว่าปี ไอ้สันดานครูมันเลยติด คิดถึงแต่เรื่องความถูกต้องอย่างเดียวเลยเที่ยวเตือนใครต่อใครเขาให้วุ่น ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ขอร้อง ความจริงความเห็นของคุณวรินฯ นั้น ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มทีเดียว คำว่า "ราชนิกุล" นั้นก็คือคำเดียวกับคำ "ราชินีกุล" หมายถึงพวกสืบเชื้อสายมาจากพระราชินี ซึ่งเดี๋ยวนี้อาจจะมีอยู่น้อยมาก นอกจาก จะสืบสาวราวเรื่องกันขึ้นไป คำ "อมาตยกุล" ก็ดูเหมือนจะเป็นพวก "ราชนิกุล" เหมือนกัน แต่ผมไม่กล้ายืนยัน เพียงแต่คิดว่าเคยทราบมาเช่นนั้นเท่านั้น ที่รู้ชัดๆ ก็คือ นามสกุล "ชูโต" ก็เป็นราชนิกุล ถ้าไม่เชื่อผมก็ไปอ่านประวัติเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีในหอสมุดดูก็ได้ พวก สุจริตกุล ก็ใช่ ดังนั้น พวกราชนิกุลโดยมาก ผมเข้าใจว่าทั้งหมดเลย ไม่มีฐานันดรศักดิ์ หม่อมราชวงศ์ หรือ หม่อมหลวง และไม่มี "ณ อยุธยา" ต่อท้ายราชนิกุล ที่เป็นเจ้าก็มี คือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี ที่ได้มีอิศริยศักดิ์ก็เนื่องจากเป็นพี่สมเด็จพระราชินีในรัชกาลที่ 1 ส่วนสกุลของพระองค์ท่าน จะเป็นนามสกุลอะไร มี "ณ อยุธยา" ต่อท้ายชื่อหรือไม่ ผมไม่สามารถจะสืบทราบได้ ทราบแต่เพียงว่า เป็น "ราชนิกุล" ไม่ใช่ "ราชสกุล" เพราะเป็นฝ่ายพระราชินี แต่ถ้าท่านมีลูก มีหลาน ก็คงเป็นพระองค์เจ้า หม่อมเจ้า ฯลฯ เช่นกัน เพราะท่านเป็นเจ้าฟ้า
แต่เรื่องเช่นนี้ เราก็ไม่สามารถจะชี้ชัดได้ เพราะผู้ที่ได้รับสถาปนาเลื่อนอิศริยศักดิ์ขึ้นเป็นเจ้านั้น ไม่ทราบว่าจะทรงพระกรุณาโปรดฯ ให้เป็นทั้งสกุล หรือว่าจะเป็นแต่เพียงคนเดียว เพราะเท่าที่เห็นๆ กันอยู่ หม่อมเจ้าที่ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้า เมื่อมีบุตรก็หาได้เป็นหม่อมเจ้าไม่ คงเป็นหม่อมราชวงศ์ตามศักดิ์เดิม เป็นอันว่ายกเฉพาะพ่อคนเดียว ถ้าจะโปรดยกทั้งสกุล ก็ต้องทรงพระกรุณาโปรดฯ เอาไว้ให้ชัดแจ้ง เช่นที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดให้สมเด็จเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศรเป็น "เจ้าฟ้า" ก็โปรดยกทั้งตระกูล ตระกูล "ฉัตรชัย" ชื่อของคุณพนมเทียนก็เหมือนกัน ก็ทรงยกให้ราชกุลนี้มี พระองค์เจ้าหญิงมยุรฉัตร พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร เป็นศักดิ์ "พระองค์เจ้า" และมีบุตรก็เป็น "หม่อมเจ้า" ทั้งที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของพระองค์เจ้าดังกล่าว พระนามมานั้น มีอิศริยศักดิ์เป็นพระองค์เจ้าเท่านั้น นี่เป็นเรื่องของการโปรดเฉพาะเรื่องเฉพาะราย
แต่ที่โปรดให้เลื่อนแต่เพียงองค์เดียวก็มีอยู่มาก เช่น พระองค์เจ้าวรรณไวทยากรณ์ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ หรือ พระองค์เจ้าธานีนิวัต กรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิยากร ก็ทรงโปรดยกขึ้นเพียงองค์เดียว พระโอรส พระธิดา คงเป็น "หม่อมราชวงศ์" เท่านั้น หาได้ยกขึ้นเป็นหม่อมเจ้าด้วยไม่
ดังนั้น ถ้าเราไม่รู้เรื่องมาเดิมจึงไม่สามารถจะอธิบายได้ พจนานุกรมที่คุณอ้างนั้นผิดแน่ เชื่อคุณวรินเขาเถอะ ผมเองไม่ได้มีเชื้อมีสายอะไร แต่ผมก็อดรำคาญไม่ได้ เมื่อเห็นคนไทยเราใช้ภาษาของเราเองไม่ถูก เรื่อง "บรรดาศักดิ์ของสตรี" ก็เช่นเดียวกัน ผมอดรำคาญและขวางหูขวางตาเสียไม่ได้ เมื่อเห็นเขาใช้กันผิดๆ จนเดี๋ยวนี้เกือบจะไม่มีใครรู้ว่า คำที่ถูกเป็นอย่างไร คือ บรรดาศักดิ์ "คุณหญิง" และ "ท่านผู้หญิง" "ท่านหญิง" เวลาเรียก "คุณหญิง" เฉยๆ ใครๆ ก็เรียกถูก แต่พอเอาสามัญนามบอกวงศ์ญาติบรรจุเข้าไปด้วย เกิดผิดกันทั้งเพ เช่นเป็น แม่ ย่า ป้า น้า อา ยาย ที่ถูกจะต้องเอาคำสามัญนามบอกวงศ์ญาติไว้ตรงกลาง ระหว่าง "คุณ" กับ "หญิง" เป็น คุณแม่หญิง คุณป้าหญิง คุณยายหญิง เป็นต้น แต่เดี๋ยวนี้ใช้กันเปรอะไปเลย เป็น คุณหญิงแม่ คุณหญิงยาย ผมได้ยินแล้วคลื่นเหียนเหลือกำลัง ถ้าเป็นท่านผู้หญิง ก็ใช้ว่าท่านย่าหญิง ท่านแม่หญิง ฯลฯ ในทำนองเดียวกัน สำหรับ "ท่านหญิง" ได้แก่ หม่อมเจ้าหญิง ก็ใช้ว่า ท่านแม่ ท่านป้า ฯลฯ แถมอีกนิดถ้าเป็น พระองค์เจ้าหญิง เดิมใช้ เจ้าครอกแม่ เจ้าครอกป้า ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น เสด็จแม่ เสด็จป้า ดังนี้เป็นต้น
เพราะความรำคาญ ผมก็อุตริเขียนลงหนังสือ "บทบัณฑิตย์" ซึ่งเป็นนิตยสารของเนติบัณฑิตสภาโฆษณาไปหนหนึ่งแล้ว ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน แต่นั่นแหละ หนังสือนี้แพร่หลายเฉพาะในวงการของผู้พิพากษาตุลาการ แต่ถึงจะโฆษณาอย่างไรก็คงไม่ได้ผลอยู่ดี เพราะแม้แต่พวกราชสกุลเองก็ยังพูดกันผิดๆ นับประสาอะไรกับประชาชนคนเดินถนน ไอ้ผมมันบ้าไปเอง ที่เกิดไปรำคาญไม่เข้าเรื่อง เพราะผมเป็นคนคลั่งภาษาไทย ถ้าคุณจะนำเรื่องที่แต่งเป็นคำฉันท์ไปลงพิมพ์ในหนังสือของคุณบ้าง ผมก็ยังมีให้ ขณะนี้ที่ผมมีอยู่ คือ กุรุเกษตรสงครามคำฉันท์ จุฉันท์ 2,100 บท สุรนารีคำฉันท์ จุฉันท์ 1,000 บท พระเคราะห์จร คำฉันท์ (โหราศาสตร์) จุฉันท์ ประมาณ 1,000 บท รวมแล้วอาจมากกว่าของคุณชิต บุรทัต หรือ "แสงทอง" (หลวงบุณยมาณพ) เสียอีก แต่ผมมันไม่ใช่ "คนดัง" มันก็เลย "ไม่ดัง" เป็นแต่เพียงคน "ขี้รำคาญ" เท่านั้น เรื่องบรรดาศักดิ์สตรีที่กล่าวถึงนั้นเป็นตัวบทกฎหมาย เรียกชื่อ "พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการใช้คำนำนามสตรี" ผมจึงได้เขียนอธิบายลงหนังสือดังกล่าวข้างต้นนั้น ถ้าคุณประสงค์จะนำลงผมยินดี จะลอกส่งไปให้ เพราะต้นฉบับเดิมก็คงจะทิ้งๆ ขว้างๆ ไปหมดแล้ว คงเหลือแต่ในเล่มหนังสือ "บทบัณฑิตย์" ดังกล่าวเท่านั้น
ผมอวดโม้ อวดดีเป็นคุ้งเป็นแคว ทั้งที่ผมเองก็เคย ชมคุณอยู่ว่า เก่งภาษาแขกพอดู เพราะผมอ่านเรื่องของคุณเกือบทุกเรื่อง จนจำชื่อได้ไม่หมด ผมคิดว่าอาจจะหมดทุกเรื่อง ที่คุณเขียนก็ได้ เพราะถ้าใครพูดถึงเรื่องอะไรของคุณขึ้นมา ผมก็รู้เรื่องดีทั้งนั้น คุณจะเห็นว่าผมเป็น "แฟนที่แท้จริง" ของคุณคนหนึ่ง เมื่อเห็นว่าคุณไม่แน่ใจในเรื่องที่คุณวรินเตือน ผมจึงได้เตือนซ้ำให้ ผมเป็นคนเชื่อคนยาก พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตย์ มีผิดอยู่หลายคำทีเดียว พูดไปคนเขาก็หมั่นไส้เอา เช่น คำว่า "ภาคภูมิ" ก็ผิด ที่ถูกคือ พากพูมก่อนนี้ แม้แต่คำว่า "เชิ้ต" ก็พิมพ์ผิด กลายเป็น "เชิ๊ต" ซึ่งอักษรต่ำผันด้วยไม้เอกเป็นเสียงโท ผันด้วยไม้โทเป็นเสียงตรี ไม้ตรีจึงไม่มีที่จะผัน ถ้าผมได้เปิดตรวจดูจนทั่ว เชื่อว่าคงจะมีอีกนอกจากที่ว่ามานี้ แต่คำ "เชิ๊ต" นี้ขณะนี้อาจจะแก้ไขแล้วก็ได้ เพราะมันผิดโจ่งแจ้งเหลือเกิน
ผมคุยเพลินไปแล้ว สวัสดีกันเสียที
พล่ามเสียจนไม่มีที่จะลง เลยต้องเปลืองกระดาษอีกแผ่น
สวัสดีมีชัย
วชิรินทร มนเทียรทอง
ตอบ
ขอบพระคุณอย่างยิ่งครับ อาจารย์ สำหรับคำอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับศัพท์แสง และสรรพนามในทางราชาศัพท์ ซึ่งทำให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายที่ยังไม่กระจ่างนักในเรื่องนี้ ได้รู้แจ้งเห็นจริงด้วย
ผมเอง ก็มใจรักภาษาไทย และชอบในกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์อยู่เป็นอันมาก เพราะพื้นฐานก็เรียนมาในทางนั้น ถ้าหากอาจารย์เคยประพันธ์ไว้ และเห็นว่าจะช่วยให้ปัญญาของนักเขียนรุ่นใหม่อย่างผมแตกฉานขึ้น จะกรุณาส่งมาให้ศึกษา ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง
พนมเทียน
กลับไปตอนแรก ราชสกุล ราชนิกูล ราชินีกูล
|