เสี้ยวหนึ่งของชีวิตมาเรีย

หลังจากศึกชิงนาง ได้ตัวมาเรียกลับจากสางเขียวแล้ว ค่ำคืนหนึ่งไชยยันต์นั่งคุยกับมาเรีย แล้วเธอก็เล่าชีวิตแต่หนหลังให้ไชยยันต์ฟัง ตอนหนึ่งเธอเล่าเรื่องพ่อเธอไปล่าสิงโต แล้วถูกสิงโตขย้ำบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล เธอจึงออกตามล่าสิงโตตัวนั้น.....ดังข้อความในหนังสือกล่าวไว้......

เช้าวันที่เก้าของการเพียรพยายามอย่างมุมานะ และความตั้งใจอันแน่วแน่ ชนิดที่ไม่มีใครเชื่อว่ามันจะสัมฤทธิ์ผลเป็นจริงขึ้นมาได้ เด็กหญิงวัย 17 ก็ประจัญหน้ากับเจ้าสิงโตมหากาฬ ผู้มีน้ำหนักตัวเกือบ 600 ปอนด์ตัวนั้นสมปรารถนา

มันเป็นเวลาประมาณ 9 นาฬิกาเศษ แดดเริ่มจะแรงกล้าขึ้นเป็นลำดับ ในภูมิประเทศอันเป็นป่าโปร่ง ที่มีทุ่งสลับไปกับละเมาะเตี้ย ซ้ายมือของหล่อนเป็นพงหญ้าคาที่สูงระดับอก ขวามือเป็นละเมาะ สลับไปกับโขดหินใหญ่ บริเวณนั้นก็คือตำแหน่งที่บิดาและหล่อนพบมันเป็นครั้งแรกนั่นเอง หล่อนสังเกตเห็นเมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้วมานั่นเอง ม้าลายฝูงหนึ่งประมาณ 6-7 ตัว พากันส่งเสียงร้อง และวิ่งกระเจิงตัดออกทุ่งด้านหน้าไปอย่างตระหนกตกใจ ครั้งแรกหล่อนเข้าใจว่ามันตื่นเสือดาว แต่ต้องการจะเข้ามาดูในหายสงสัย

พอลับเนินปลวก ก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่ในระหว่างไม้ใหญ่สองต้นนั่นเอง หล่อนก็ได้ยินเสียงพุ่มไม้ลั่น พร้อมเสียงคำรามกระหึ่มจากขวามือเยื้องไปทางด้านหลัง พอหันขวับมาหล่อนก็หลีกหลบไม่ทันเสียแล้ว สำหรับยะระประชิดตัวเพียงไม่กี่ก้าวนั้น

มันยืนแหงนหน้า แยกเขี้ยวคำรามอยู่ปานว่าป่าแถบนั้นจะถล่มทลายลงด้วยอานุภาพแห่งแก้วเสียงราชสีห์ ศีรษะของมันประกอบด้วยขนคอพองเป็นแผงมหึมา ดูราวกับจะบดบังแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาจากยอดเขา ระดับที่มันยืนอยู่สูงกว่าหล่อนขึ้นไปประมาณ 15 ฟุต เพราะโผล่ออกมาจากไหล่ตะพักตอนหนึ่งของภูเขาหินย่อมๆ แล้วมันก็กระโจนวูบเข้าใส่

หล่อนไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งปืนขึ้นถึงไหล่ ทว่าเหนี่ยวไกออกไปจากระดับที่ถืออยู่แค่เอวนั่นเอง เสียงสปริงฟิล์ด 30/06 แผดแหลมกึกก้อง กลบเสียงคำรามอย่างดุร้ายของมันหมดสิ้นทันทีที่ปืนลั่น หล่อนก็พุ่งตัวไปกลิ้งอยู่เบื้องหน้า ปืนกระเด็นหลุดมือไปไม่รู้เหนือรู้ใต้ รู้สึกแต่เพียงว่า แผ่นดินตรงบริเวณที่หล่อนยืนอยู่นั้นสะเทือนสะท้าน เพราะน้ำหนักตัวอย่างมายมากที่กระแทกลงมา

เมื่อได้สติ ฉวยปืนที่ตกอยู่ใกล้ๆ ทะยานลุกขึ้นอีกครั้ง เจ้าสิงโตตัวนั้นนอนตะแคงสนิทนิ่งอยู่กับที่ หมดฤทธิ์ลงเสียแล้ว กระสุนซิลเว่อร์ทิป น้ำหนักเพียง 220 เกรน ทะลุกลางอกของมัน เลยออกทางสะบักหลัง จบชีวิตมันลงอย่างดุษณีย์ที่สุด

"ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย กระสุน 30/06 น้ำหนักเพียงแค่นั้น จะทำให้มันตายคาที่เพียงการยิงนัดเดียวเข้าที่อก"
ไชยยันต์ร้องออกมา ลืมตาโพลง
มาเรียยิ้มกร่อยๆ ยักไหล่

"ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน และพรานคนอื่นๆ ที่มาพบเห็นเข้าภายหลัง เขาก็แทบจะเชื่อสายตาเสียมิได้ โดยบาดแผลตำแหน่งนั้น จริงอยู่ อาจทำให้มันตายได้เหมือนกันในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่ก่อนที่มันจะตาย มันก็ควรมีเวลาขย้ำฉันแหลกลาญไปก่อน ไม่ใช่ล้มคว่ำคาที่อยู่ตรงนั้น ราวกับจะมีปาฏิหาริย์เข้าช่วย แต่ข้อสงสัยทั้งมวลมันก็หมดสิ้นไปเมื่อชำแหละซากของมันออกไป เพื่อพิสูจน์ดูปฏิบัติการของกระสุนนัดนั้น ปรากฏว่าลูกซิลเวอร์ทิปตีคว้านปอด ด้วยการฉีกเปลือกหัวกระสุนออกบานในลักษณะดอกเห็ด ทำให้เกิดไฮดรอลิคช็อคอย่างรุนแรงที่สุด ทั้งปอดอันใหญ่โตของมัน มีเลือดคั่งเต็มไปหมด ทำให้มันตายลงในทันที ถ้าบังเอิญเป็นกระสุนหัวแข็ง มันก็คงไม่ถึงกับตายลงคาที่ทันที และเล่นงานฉันได้แน่ ฉันเองก็กะยิงหัวอันที่รวมประสาทของมัน แต่พลาดไปถูก เพราะฉะนั้น ฉันกล้าที่จะรับรองได้ว่า ในบรรดาไรเฟิลขนาดย่อมด้วยกันแล้ว ขนาด.30/06 จัดว่าเป็นปืนชั้นประเสริฐสุด พอแก่การไว้วางใจได้ทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเลือกแบบของกระสุนให้ถูกต้องกับสัตว์ที่จะยิง"

คุณคิดว่าเหตุการณ์ตอนนี้ คุณพนมเทียนผู้เขียนจินตนาการเอาเองหรือไปได้ไอเดียมาจากไหน

ผมเองก็ไม่ทราบ แต่บังเอิญได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับอาวุธปืนเล่มหนึ่ง ตอนหนึ่งในหนังสือผู้เขียนได้กล่าวถึง กระสุน .30-06 ไว้ดังนี้

ในประวัติศาสตร์ของการล่าสัตว์ด้วยปืนไรเฟิลแล้ว กระสุนขนาด .30-06 ก็ได้ทำเกียรติประวัติอันงามที่สุด ซึ่งจัดว่าเป็นเกียรติอันงามในประวัติของการล่าสัตว์ของโลกด้วยอันหนึ่ง นั่นก็คือ

เมื่อฤดูร้อนของปี ค.ศ.1909 ณ ป่าแห่งหนึ่งในมณฑลภาคตะวันออกของประเทศแอฟริกา มีบุรุษหนวดงาม คางสี่เหลี่ยม รูปร่างแข็งแรงผู้หนึ่ง กำลังแกะรอยตามล่าสิงห์โตอยู่ ถึงแม้ว่าจะพยายามสอดส่ายตาด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งก็ตาม แต่ก็หาสังเกตเห็นเจ้าสิงโตตัวนั้นซึ่งอยู่ในระยะใกล้ๆ ข้างหน้าไม่

ทันใดนั้น สิงโตก็เผ่นลุกขึ้นตั้งท่ากระโจนตะครุบ ด้วยสัญชาตญาณของนักต่อสู้ เขาก็ยกปืนไรเฟิลขนาด .30 นิ้ว แบบ 1906 สปริงฟิลขึ้นยิงถูกสิงโตตัวนั้นตรงหน้าอก ทำให้มันผงะหงายกลิ้งและดิ้นสิ้นชีวิตลงต่อหน้าเขาในขณะนั้น จากการตรวจบาดแผลดูก็ปรากฏว่า ปอดของมันเต็มไปด้วยเลือดอันเกิดจากการช้อคทางระบบน้ำนั่นเอง

ชายผู้นั้น เมื่อกลับบ้านเกิดเมืองนอนของเขาแล้ว ก็ได้ประพันธ์สารคดีชิ้นหนึ่ง ยกย่องปืนขนาดนี้เป็นอย่างยิ่ง ในวรรณกรรมนั้นได้บรรยายว่าปืนขนาดนี้ เป็นปืนซึ่งเขารักและชอบมากที่สุดในพวกปืนทั้งหลายทั้งหมดที่เขามีอยู่

ชายผู้นั้นคือ ท่านประธานาธิบดี "รูสเวลท์" ของประเทศอเมริกานั่นเอง ท่านประธานาธิบดี "รูสเวลท์" จัดว่าเป็นบุคคลแรกผู้หนึ่งซึ่งใช้กระสุนขนาด .30-06 ในการล่าสัตว์ใหญ่

นักล่าสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่หลายท่าน นอกจากท่านประธานาธิบดี ก็ได้ค้นพบอานุภาพอันมหัศจรรย์ของกระสุนขนาดนี้ และก็พอใจและชอบใจมันอย่างยิ่ง

ซีแซด ขนาด 30-06 
ขอบคุณตาเกิ้น webmaster thailandoutdoor ที่อนุญาตให้link
ภาพจาก ขุมปืนเพชรพระอุมา

ก็เพียงเอาเกร็ดนี้มาเล่าสู่กันฟังเพื่อประกอบการอ่านเรื่องเพชรพระอุมาให้มีรสชาติมากขึ้น


เส้นทาง : สารบัญ ปกิณกะฯ เสี้ยวหนึ่งของชีวิตมาเรีย