|
| - 2 - |
| ความรักของรพินทร์ กับดาริน |
|---|
นำเสนอโดย คุณพระนาย
กามเทพแสนกล พัดพาเอาพระเอกกับนางเอกของเราแยกกันไปสองต่อสอง ก็แปลกดีที คนอื่นในคณะยังอยู่รวมกันได้เลย แต่เอาน่ะ ถ้าน้ำไม่พัดพาเอาพระนางของเรา ไป แล้วทั้ง สองคนจะรักกันได้ยังไงจริงมั้ยครับ ไม่งั้นก็ต้องเล่นบทขมิ้นกับปูนไปเรื่อย ๆ น่ะสิ จะมี โอกาสให้ นายพรานผู้ต้อยต่ำ กับคุณหญิงดารินผู้สูงศักดิ์ ได้มีบทโรแมนติค กุ๊กกิ๊กกัน ให้ผู้อ่านได้อมยิ้ม และซาบซึ้งได้ยังไง
แฟน ๆ ชอบตอนหลงป่านี้ครั้งแรกกันขนาดไหน ก็ให้เดาว่า แฟน ๆ เพชรพระอุมาน่ะ ถ้าพูดถึงตอน น้ำป่า, เพลงนิ้งหน่อง, บราเซียร์ แล้วก็นาฬิกาใจ เนี่ย ส่วนใหญ่ไม่มีใครจำตอนนี้ไม่ได้หรอกครับ ดีไม่ดี อ่านกันมากกว่า ตอนล่ะหนึ่งครั้งซะด้วยซ้ำ ความหวานซึ้งของการหลงป่าครั้งแรกระหว่างนายพรานไพร กับนายหญิงผู้แสนงอนนั้น ไม่ต้องบรรยายซ้ำมากนัก เพราะแฟน ๆ รู้อยู่แล้ว
แต่จะเข้าเรื่อง วิเคราะห์ว่า การหลงป่าครั้งนี้ ทำให้หม่อมราชวงศ์สาวผู้สูงศักดิ์และเย่อหยิ่งไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนอยู่ในสายตา หรือคู่ควรกับเธอนั้น ต้องเปิดหัวใจให้นายพรานหนุ่มแห่งหนอง น้ำแห้งเข้าไปนั่งอยู่เต็ม ๆ หัวใจเลย
ผู้เขียนใช้คำว่าเปิดหัวใจก็ เพราะว่า จากเหตุการณ์ ตอนนี้ ดาริน ชอบรพินทร์เข้าเต็มที่แล้วก็พร้อมที่จะรักรพินทร์ล่ะ แต่ว่าเธอก็ยังไม่ได้คิดที่จะ สารภาพรักกับรพินทร์ หรือว่าพร้อมจะยอมรับล่ะว่ารักเข้าแล้ว ไ่ม่งั้นก็คงไม่มีฉากพ่อแง่ แม่งอน ไปอีกหลายเล่มกว่าจะสารภาพรักกันเข้าจริง ๆ น่ะครับ
อะไร เป็นสาเหตุทำให้ดาริน เปิดใจรับรพินทร์เข้าล่ะ ก็ความซื่อและแสนจะเป็นสุภาพบุรุษหาใครเปรียบไม่ได้น่ะสิครับ หลงป่าไปกับสาวสวยตามลำพังสองต่อสอง จะเกี้ยวพาราสี หรือว่าหาโอกาสหาอะไรเนี่ย ก็ไม่ทำ ทั้ง ๆ ที่บรรยากาศออกจะเป็นใจขนาดนั้น แถมอยู่ไม่อยู่ ดันร้องเพลงนิ๊งหน่อง ให้สาวฟังซะอีก คิดดูแล้วกันว่า นายพรานน่ะคุ่ยขนาดไหน แต่เป็นความคุ่ย ที่คุณหญิง ดาิรินปลาบปลื้มซะเหลือเกิน ลองคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าหลงป่าไปกับมาเรียเนี่ย นายพรานแกคง ไม่ร้องเพลงนิ๊งหน่องให้มาเรียฟังหรอก แต่จะร้องเพลงอะไรเนี่ย ผู้เขียนก็นึกไม่ออก เหมือนกัน จะร้องเพลง love me tender หรือเปล่าหว่า
แต่จริง ๆ ไม่ใช่แต่คุณหญิงจะประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษที่สุดในโลก ของนายรพินทร์ แต่ฝ่ายเดียวนะครับ นายพรานเองก็ได้รับความประทับใจในความกรุณา และมีน้ำใจจริง ของนายหญิงเหมือนกัน ก็แหม นายหญิงเล่นลงทุนสละบราเซียที่เธอใส่อยู่ น่ะมาเป็นผ้าพัน แผลให้นายพรานเลยเชียวนา เรียกว่าการที่นายหญิงลงทุนถอดบราเซียมาพันแผลให้นาย รพินทร์ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นในการช่วยชีวิตรพินทร์นั้น ทำให้นายรพินทร์ ซึ้งในน้ำ ใจของคุณหญิงดาริน มากกว่าตอนที่มาบอกว่าจะมอบนาฬิกาใจให้ซะอีกนะผมว่า เพราะว่า นายพรานรพินทร์ นั้นไม่ไว้ใจคำหวานของหญิงสาวสวยคนไหนทั้งสิ้น เนื่องจากเคยโดนซะ จนกลัวไปเลย แต่อาการที่ยอมสละบราเซียร์ของคุณหญิง ทำให้นายพรานเห็นถึงน้ำใจที่ถึง จริง ๆ ของคุณหญิงดาริน ที่นายพรานมักจะบอกว่า เหนือกว่าน้ำใจผู้หญิงธรรมดา ทั่วไป อันนี้ต้องบอกว่านายพรานเนี่ยแกเป็นโรคมองผู้หญิงสวย ๆ ในแง่ร้ายจริง ๆ
ลองมาคิดกัน เล่น ๆ ผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่ไหนจะสละบราเซียร์ให้นายพรานเป็นผ้าพันแผลได้ง่าย ๆ ยิ่งถ้า เหตุการณ์นี้ เกิดตอนรพินทร์หลงป่ากับมาเรียล่ะก็ นายพรานไม่ตายเพราะเลือดออกหมดตัว ก็ตายเพราะบาดทะยัก หรือแผลติดเชื้อทีหลังแหง ๆ เพราะว่า มาเรียนั้นเธอไม่มีบราเซียจะ ใส่แล้วจะถอดเอาที่ไหน มาช่วยเหลือนายพรานได้ล่ะเนี่ย ว่าแต่จะสละแพนตี้ มาพันแผล เนี่ยก็ไม่รู้ว่าจะพันได้อยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ซะด้วย
หลังจากทั้งสองได้มอบความประทับใจให้แก่กัน จากการถูกน้ำป่าพัดพาไปแล้วนั้น การกลับ มาร่วมกับคณะเดินทางมหาวิบากต่อครั้งนี้ ภาพเบี้องหน้าก็ยังหมือนกับว่า พรานนำทาง กับนายจ้างสาวยังเป็นคู่ปรับ เป็นขมิ้นกับปูนกันต่อโดยเฉพาะ เวลาอยู่ต่อหน้าหมู่คณะ แต่ความจริงสถานการณ์ น่าจะเรียกว่าเปลี่ยนจากขมิ้นกับปูน เป็นพ่อแง่แม่งอนซะมากกว่า โดยเฉพาะเวลากลางคืน ลับตาพี่ชายใหญ่ ที่เวลาหลังแตะพื้นเมื่อไหร่จะหลับไม่สนใจ อะไรทั้งสิ้น จะตื่นเฉพาะเวลามีเรื่องใหญ่ อย่างช้าง หรือเสือบุกแค้มป์เท่านั้น ส่วนใครจะ ย่องไปจีบกับใคร หรือไปเล่นจ้ำจี้กับใครเนี่ย คุณชายใหญ่ไม่สนใจเลยจริง ๆ
ฉากการจีบกันของนายจ้างสาวแสนงอน กับพรานนำทางจอมแอ๊ค จะไม่โดดเด่นเลย ถ้า ไม่มีเจ้าคนใช้จอมกะล่อนเงียบคอยร้องเพลงบรรยายอยู่ตลอดเวลา ก็แหม พอนายจ้างสาว ออกมาต่อปากต่อคำกับนายพราน เจ้าแงซาย ก็จะแอบอยู่แถวนั้น แล้วพอนายหญิงกลับไป นอนเข้าเมื่อไหร่ล่ะก็ แงซายจะต้องร้องเพลงทั้งยั่ว ทั้งยุอยุ่ตลอดเวลานั่นแหละ
ก็อย่างเนื้อเพลง ที่ว่า ยูงทองล่องฟ้าเมฆิน ถวิลย์หวังไอดิน แล้วเนื้อความว่าไงต่อผู้เขียน ก็จำไม่ได้ ก็เป็นการกระทบกระเทียบเปรียบเปรยให้นายพราน ต้องกลุ้มใจว่า ดอกฟ้า หรือนกยูงทอง จะโน้มหรือบินลงมาให้ดินได้เชยชมแน่เหรอ จ
จะว่าไป เหตุการณ์พ่อแง่แม่ งอน ที่ดำเนินหลังจากกลับมาจากน้ำป่า ไปจนถึงตอนหลังอาถรรพ์นิทรานครนั้น ก็เป็น ตอนที่สนุกและน่าสนใจนะครับ คือเป็นตอนที่คุณหญิงคงหงุดหงิดน่าดู ว่าเธอนั้น ออกมา ทอดสะพานให้นายพรานเดินทุกคืน แต่นายพรานก็ยังทำเป็นไม่สนใจ ทำเป็นเฉย ๆ ชา ๆ กับเธออยู่นั่นแหละ
อะไรที่ว่าคุณหญิงทอดสะพาน ก็แหม เดินมาชวนทะเลาะด้วยถึงที่ มาเปลี่ยนผ้าพันแผลให้จากบราเซียเป็น ผ้าพันคอแสนสวยแถมหอมอีกต่างหาก เล่นเอานายพรานถึงกับใจเขวเชียว อ้อ นอกจากนั้น ยังมีการบังคับให้นายพรานอุ้มไปส่งถึง ที่นอนให้ด้วยอีกนา คิดดูสิครับว่า คุณหญิงน่ะทอดสะพานขนาดไหน จริง ๆ ก็ไม่ใช่ว่า นายพรานจะไม่เดิน นายพรานก็เดิน ๆ หยุด ๆ นั่นแหละ ก็อย่างตอนที่คุณหญิงมาแกะผ้าพัน แผลออกน่ะ นายพรานก็แหมตอบซะให้คุณหญิงใจสั่นเชียว "เจ็บใจสวรรค์ที่แผลมันหายเร็วเกินไป" แล้วก็ว่า คุณหญิงมาแกะผ้าพันแผลเนี่ย "เหมือนโดนใครมาปลอกเอาหัวใจไป อยากจะฆ่าทุกคนที่มาแกะออก" แล้วไงครับ คุณหญิง ถึงกับต้องใจอ่อนเอาผ้าพันคอมาเพื่อแลก เอาบราเซียของเธอคืนไปทันที
เนี่ยขนาดนาย รพินทร์ เค้าพยายามบอกกับตัวเค้าเองนาว่า จะหลงรักคุณหญิงดารินไม่ได้ หลงรักดอกฟ้า มีแต่จะต้องอกหักเสียเปล่า ๆ แต่พอมีโอกาสเกี้ยวล่ะก็ มีแต่ส่งคำหวานซะเลี่ยนให้เธอฟัง เต็ม ๆ เลยแหละ ถ้าจะพูดถึงเหตุการณ์ จีบกันแบบพ่อแง่แม่งอนของสองคนนี้ โดยไม่พูดถึง จูบแรกของคู่พระคู่นางคู่นี้ ก็แสดงว่าผู้เขียนต้องลืมอะไรไปแน่เลย
ดังนั้นต้องพูดถึงซะก่อน ที่นางเอกคนสวยของเราถูกจูบแล้วมาแก้ตัวกับนายพราน ในคืนต่อ ไปที่นายพรานจับไข้ ว่าคิดไม่ถึงว่านายพรานรพินทร์จะกล้าเสียมารยาทลวนลามเธอถึง เพียงนั้นน่ะ ผู้เขียนเดาว่าเป็นคำแก้ตัวของหญิงสาวซะนั่นแหละ ถ้าลองย้อนนึกไปถึงเหตุ การณ์ก่อนที่เธอจะถูกจูบนั้น เธอไปพูดจาท้าทายและยั่วแหย่นายพรานไว้หลายครั้ง เคยพาดพิงหาว่านายพรานนั้น โง่งั่ง ด้วยซ้ำ ท้าว่านายพรานน่ะเก่งแค่ล่าสัตว์ กับเรื่อง ผู้หญิงแล้วไม่เอาเรื่องหรอก
นายพรานรพินทร์ ถูกคุณหญิงยั่วยุมาหลายครั้งแล้ว ทั้งบังคับ ให้อุ้มไปส่งถึงที่นอน มาร้องท้าตอนกลางคืนหลายที นายรพินทร์ ก็เลยยอมงั่งเล็ก ๆ เข้าให้ จูบคุณหญิงดารินเข้าเต็มที่เลย แถมพอจูบแล้วนี่ คุณหญิงยังตบนายพรานไม่ลงซะด้วย ถึงตบก็ไม่แรงเท่าไหร่ แต่มารยาหญิง พอโดนปล้นจูบเข้าจริง ๆ ก็ต้องทำเป็นไม่พอใจและ หนีไปเลย แต่นั่นแหละ นายพรานของเราบอกว่าตอนที่ปล้นจูบคุณหญิงตอนนั้น ไม่ได้เพื่อ จะทำให้คุณหญิงรัก แล้วก็ยังไม่อยากจะรักคุณหญิงด้วย เดา ๆ ว่าปล้นจูบเพื่อให้คุณหญิง เกลียดขี้หน้ามากกว่า
แต่แหมคุณหญิงเธอไม่เคยรักใคร ไม่เคยมีสัมพันธ์กับใคร คุณพนมเทียน ก็ไม่ได้บอกซะด้วยซ้ำว่า จูบนั้นเป็นจูบแรกในชีวิตของ คุณหญิงดาริน หรือ เปล่าซะด้วย แต่ไม่แน่นาอาจจะใช่ก็ได้นา จูบแรกจากผู้ชายที่เธอเปิดใจให้เนี่ย มีเหรอที่เธอ จะไม่เคลิ้มน่ะครับผม ดังนั้นแผนการที่นายรพินทร์ อยากจะให้คุณหญิงไม่ชอบขี้หน้า หรือว่า จะทำให้ตัวเองไม่ต้องกังวลใจเรื่องคุณหญิงจึงไม่สำเร็จ มีแต่สร้างความผูกพันมากขึ้นเข้า ไปอีกนั่นแหละ
หลังจากเหตุการณ์จูบแรกที่หล่มช้าง นายหญิงกับนายพรานก็แทบจะไม่ได้ ต่อปากต่อคำกันอีกเท่าไหร่ เพราะมีเหตุการณ์ผจญภัยเข้ามาแทรกซะแทน ได้ไปทะเลาะ กันอีกทีก็ต้องนู่นหลังจากออกจากหล่มช้างไปวันแรกน่ะแหละครับ แล้วคราวนี้ นายหญิง กับนายพรานก็ทะเลาะกันจริง ๆ ซะด้วย ผมเดาว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากนายรพินทร์ ที่พยายามบอกกับตัวเองว่า อย่าไปมีใจให้คุณหญิงดาิรินน่ะ เกิดอิจฉาเล็ก ๆ ในเรื่อง ของดารินกับไชยยันตร์ ที่บังเอิญไปได้ยินเข้าน่ะสิครับ แหมก็ได้ยินว่าไชยยันตร์ นั้น เคยรักดาริน ส่วนดาริน ก็พร้อมที่จะแต่งกับไชยยันตร์ ถึงแม้จะไม่ได้รักไชยยันตร์ แบบนั้นเลยก็ตาม นายพรานเลยหาเรื่องนายหญิงซะเลยแน่ะ เป็นการทะเลาะกัน แบบเปิด เผยความในใจของนายรพินทร์ เป็นครั้งแรกซะด้วย เพราะว่ารพินทร์นั้นพูดออกมาชัด เลยว่า ถ้าดาริน ไม่ควรมาในการเดินทางครั้งนี้ หรือไม่ก็ควรจะแต่งงานกับไชยยันตร์มาซะเลย จะได้ไม่มาก่อปัญหาทางใจที่อาจจะหนักยิ่งกว่าแผนการเดินทางในครั้งนี้ เลยด้วยซ้ำ เ่ล่นเอา คุณหญิงก็โมโหเหมือนกัน แหม มายุให้เราไปแต่งงานกับคนอื่น เชอะ ๆ พูดจาทำ ร้ายจิตใจกันชัด ๆ คราวนี้นายพรานเลยโดนตบเข้าจัง ๆ เลยแหละครับ เป็นตบเพราะน้อยใจ เข้าเต็มที่เลย จากเหตุการณ์ตอนทะเลาะกันครั้งนี้ รู้เลยว่า สองคนนี้มีใจให้กันเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่ยอมเผยใจออกมาให้ชัดเจน ไม่ยอมรับกับกันและกันว่า รักกันแล้ว
ต้องปล่อยให้ผู้อ่านลุ้นกันต่อไปอีกหลายตอน พอ ๆ กับต้องตามการผจญภัยของคณะเดิน ทางนั่นแหละครับผม
BACK........NEXT
หน้า 1 ...2 ...3 ...4 ...5 ...6
เส้นทาง : สารบัญ ปกิณกะ ความรักของรพินทร์ กับดาริน
|
|