หน้า - ๑๐ -
 
ศิลปะในการล่าสัตว์


วิธีการยิง

จุดประสงค์การยิงของพราน ตรงกันข้ามกับจุดประสงค์การยิงของทหาร เพราะทหารยิงข้าศึกนั้น เขาไม่ต้องการให้ตายกับที ต้องการแต่ให้บาดเจ็บเพื่อให้รบต่อไปไม่ได้ ส่วนพรานนั้นต้องการเอาสัตว์ที่ยิงนั้นมาเป็นอาหรหรือขาย ฉะนั้นยิ่งทำให้สัตว์ตายกับที่ได้ทุกๆ นัดปืนก็ยิ่งเป็นการดี สัตว์ที่พบขณะอยู่ในป่านั้นอาจจะมีอยู่ในกิริยาต่างๆ เช่น อยู่ทางข้าง วิ่งตรงเข้ามา วิ่งไปข้างหน้า หรือบินอยู่บนหัว เหล่านี้เป็นต้น ฉะนั้นการเล็งเพื่อให้เข้าจุดสำคัญของสัตว์นั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการยิงในลักษณะท่าทางเฉพาะ กล่าวคือ สัตว์วิ่งโดยหันหลังให้พราน ให้ยิงดักสูงไว้จึงจะเหมาะสำหรับลูกปืนถูกหัวหรือคอ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดแก่ชีวิตได้สัตว์ซึ่งผ่านหน้าพรานไปทางข้าง ให้ยิงดักหน้าโดยระดับสูงกว่าระดับตัวสัตว์ไว้นิดหนึ่ง สำหรับให้ลูกกระสุนไปถูกที่สำคัย เช่น คอ หรือหัวไหล่ สัตว์ที่วิ่งเข้ามาหาพรานให้ดักยิงหน้าและต่ำไว้ สำหรับให้ลูกกระสุนไปถูกหัวหรือคอพอดี ถ้าหากเล็งตัวของมันโดยตรงแล้ว ลูกกระสุนอาจข้ามหัวสัตว์ไปถูกสะโพก จะทำให้สัตว์ลำบากเปล่าๆ สัตว์กำลังวิ่งขึ้นเขา ให้ยิงดักสูงไว้ให้ลูกกระสุนถูกหัวหรือคอ ซึ่งสามารถทำอันตรายให้สัตว์ได้โดยทันที ถ้าเล็งที่หัวสัตว์ลูกกระสุนจะถูกสะโพกหรือขาหลังเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถจะทำอันตรายโดยทันทีให้แก่สัตว์ได้ นกบินตรงมาหน้าพรานในระยะไกลและระดับสูง ให้ยิงดักหน้าไว้สักเล็กน้อย เพื่อให้ลูกกระสุนถูกตัวมันพอดี วิธีการยิงสัตว์ พนมเทียนได้สะท้อนความรู้ในการยิงสัตว์ของพรานไว้ในนวนิยายเพชรพระอุมา ปรากฏให้เห็นเด่นชัด

  • ยิงขณะสัตว์วิ่งสวนเข้ามา

พนมเทียนนำความรู้เรื่องการยิงขณะสัตว์วิ่งสวนเข้ามาและสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ เป็นเหตุการณ์ตอนที่ขณะเดินป่าภายใต้การนำของพรานรพินทร์รวมวงสนทนา ถึงวิธีการยิงสัตว์ในลักษณะไหน ที่เป็นไคลแมกซ์ของความตื่นเต้นที่สุด ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายลักษณะวิธีการยิงสัตว์ ลักษณะนี้ปรากฏจากเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ ดังความว่า
สัตว์ใหญ่มีอันตรายในขณะที่มันได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อน ทวีความดุร้ายยิ่งขึ้น และวิ่งสวนเข้ามาหมายจะเอาชีวิตของเรา และเราก็ยิงมันในขณะนั้นนั่นแหละครับ แต่ผมไม่ขอสนับสนุนหรือแนะนำวิธียิงสัตว์ในแบบนี้แก่ใครทั้งสิ้น เพราะมันเป็นวิธีที่เสี่ยงอันตรายอย่างที่สุด

(ไพรมหากาฬ หน้า 94)

จากบทสนทนาที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นว่าวิธีการยิงสัตว์นั้น ยิงในขณะที่มันวิ่งสวนเข้ามา แต่เป็นวิธียิงที่เสี่ยงอันตรายอย่างที่สุด

  • ยิงขณะสัตว์ผ่านหน้าไปทางข้าง

พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงขณะสัตว์ผ่านหน้าไปทางข้างไว้ในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ และสะท้อนภาพให้เห็นความสำคัญของการยิงสัตว์ขณะผ่านหน้าไปทางข้าง เป็นเหตุการณ์ตอนที่รพินทร์สอนให้ดาริน ยิงเลียงผาที่เขาโล้น ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงสัตว์ขณะผ่านหน้าไปทางข้าง ดังความว่า
" โน่นครับ กระโดดมาโน่นอีกสองตัว อย่าวาดปืนดักหน้ามันเข้ามาซิครับ วาดตาหลังไปก่อน แล้วเลยหน้ามันไปประมาณสักช่วงแขน รอจังหวะที่ว่ามันกระโดดขึ้นอีกครั้ง เอ้า! ยิง"

(ไพรมหากาฬ หน้า 150)

จากบทสนทนาที่ตัดตอนมา ผู้เขียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นว่าลักษณะการยิงสัตว์ขณะผ่านหน้าไปทางข้างนั้น ให้วาดปืนตามหลังไปก่อน เลยหน้าไปประมาณสักช่วงแขนรอจังหวะที่มันกระโดดแล้วยิง

  • ยิงขณะโผนลอยในอากาศ

พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงสัตว์ขณะโผนลอยในอากาศ และได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ดังเหตุการณ์ตอนที่ไชยยันต์ถามดารินว่า พรานรพินทร์เขาบอกเคล็ดลับการยิงเสือขณะที่มันกระโจนเข้าใส่ให้กับดาริน หรือเพราะเห็นดารินทำให้ได้เหมือนอย่างรพินทร์ ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงในลักษณะนี้ ปรากฏจากเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ ดังความว่า
แต่การยิงเสือในขณะที่กระโจนสวนเข้ามาหมายตะปบเป็นการยิงในขั้นศาสดา เพราะเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ถ้าพลาดเป็นตาย มันขึ้นอยู่กับฝีมือและสติชั้นเลิศ ซึ่งถ้าไม่แน่จริงก็ยิงเสือในลักษณะเช่นนั้นไม่ได้ คนที่ยิงเสือได้จัดว่าเป็นพรานหรือมือล่าชั้นเยี่ยมแล้ว แต่คนที่เป็นยอดของพรานหรือนักล่า จะต้องยิงเสือในขณะที่มันเผ่นสวนเข้าใส่ … การพบเสือในระยะประจันหน้า ขณะที่มันจ้องกระโจนเข้าตะครุบเรานั้น ไม่มีวิธีใดที่จะปลอดภัยไปกว่ารอจังหวะให้มันเผ่นเข้าใส่เราเสียก่อน เพราะถ้าเราด่วนยิงในขณะที่มันอยู่กับพื้น พอเหนี่ยวไกมันอาจกระโจนขึ้นและกระสุนพลาดได้ง่ายที่สุด สู้รอจังหวะให้มันเผ่นพ้นพื้นแล้วยิง ในขณะที่มันลอยเข้ามาให้ได้อันนี้น่าจะเป็นอีกข้อหนึ่งที่ทำให้เขานิยมยิงเสือเผ่น
…เสือแสยะเขี้ยว กางเล็บ โผนลอยมาในอากาศเพื่อหมายขย้ำเขา ในขณะเดียวกันกับที่ลูกปืนจากเราพุ่งสวนเข้าปะทะสมอง หรือกลางแสกหน้าของมัน มันกำลังจะฆ่าเรา แต่ทันทีนั้นมันก็ถูกตัดประสาทหยุดลงเสียก่อนตกลงมาดิ้นพรวดหรือหมอบฟุบอยู่ตรงหน้าใกล้ๆ … ไม่เชื่อเธอลองยิงเสือในลักษณะนั้นดูบ้างซิ

(ไพรมหากาฬ หน้า 1284)

จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่าการยิงสัตว์เสือที่มันจ้องกระโจนเข้าตะครุบนั้น วิธีการยิงที่ปลอดภัยที่สุดคือ รอจังหวะให้มันเผ่นลอยเข้าใส่เสียก่อน แล้วยิงขณะที่มันโผนลอยมาในอากาศ

วิธีการยิง ที่ปรากฏในนวนิยายเพชรพระอุมา พนมเทียนได้สะท้อนความรู้เรื่องนี้จากการยิงขณะสัตว์วิ่งสวนเข้ามา ยิงขณะที่สัตว์ผ่านหน้าไปทางข้าง และยิงขณะสัตว์โผนลอยในอากาศ

ดังนั้น วิธีการยิงสัตว์ของดาริน ซึ่งมีรพินทร์เป็นผู้สอนให้ยิงเลียงผา โดยการให้วาดปืนตามหลังไป เลยหน้าประมาณสักช่วงแขน รอจังหวะที่มันกระโดดแล้วยิง ส่วนรพินทร์ยิงเสือขณะที่มันกระโดดเข้าใส่ รอจังหวะที่มันเผ่นพ้นพื้นแล้วยิงในขณะที่มันลอยตัว จากลักษณะการยิงของดารินและรพินทร์ พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้เห็นว่าการยิงสัตว์ในลักษณะที่ถูกวิธีสามารถหวังผลได้แน่นอน ซึ่งเป็นวิธีการที่พรานนิยมใช้



1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ถอยหลัง.....หน้าถัดไป (จบแล้วครับ)

เส้นทาง : สารบัญ เดินป่า ล่าสัตว์ แกะรอยศิลปะในการล่าสัตว์