หน้า - ๙ -
 
ศิลปะในการล่าสัตว์


จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านได้ทราบว่ากระดูกสันหลัง เป็นจุดตายจุดหนึ่งที่ควรปล่อยกระสุนเข้าไปทำลาย เพราะพรานสามารถหวังการยิงได้อย่างแน่นอน

เพชรพระอุมา ตอนดงมรณะ พนมเทียนสะท้อนภาพความรู้การยิงกระดูกสันหลังของจระเข้ไว้ เป็นเหตุการณ์ตอนที่ดารินข้ามน้ำไปขึ้นฝั่งพ้นแล้วหล่อนก็ใช้ปืนเล็งเข้าที่โคนหางของเจ้าชะลาวันตัวหนึ่ง ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายผลของการยิงโคนหางของจระเข้ ดังความว่า
ลูกปืนในการยิงครั้งนี้ของหล่อนแทนที่จะจับเข้ากลางศีรษะหรือก้านคอของเจ้าชาละวันตัวนั้น กลับเปลี่ยนที่หมายไปตัดโคนหางอันใหญ่โตแข็งแรง ที่กำลังโบกกวาดน้ำอยู่ราวกับใบพัดเรือน้ำกระจายขึ้นไปบนอากาศ เกือบจะถึงระดับยอดไม้ริมฝั่ง โคนหางของมันหักสะบั้นในพริบตาด้วยการเล็งอันแม่นยำ ภาพที่เห็นก็คือไอ้ยักษ์ใหญ่หางตกจมน้ำแข็งทื่อ กระดิกไม่ได้ คงมีแต่ลำตัวเท่านั้นดิ้นวนหมุนคว้างอยู่กลางน้ำ อ้าปากกว้างดิ้นส่ายอยู่ไปมาเหมือนเรือปราศจากหางเสือจะจมก็จมไม่ลง จะว่ายไปข้างหน้าก็ว่ายไปไม่ได้ ได้แต่ลอยฟ่องตะกายพุ้ยน้ำหมุนเป็นกังหัน

(ดงมรณะ หน้า 22)

จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่า โคนหางของจระเข้ก็คือกระดูกสันหลังของมันนั่นเอง เมื่อกระดูกสันหลังถูกทำลายหางจึงตกและจมลงใต้น้ำกระดิกไม่ได้ พรานจึงเลือกเป็นจุดปล่อยกระสุนเข้าไปทำลายอีกจุดหนึ่ง

  • บริเวณรักแร้แดงหรือซอกขาหน้า

พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงสัตว์บริเวณรักแร้แดงหรือซอกขาหน้าไว้ในนวนิยายเพชรพระอุมา และสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ว่าบริเวณรักแร้แดงจะมีอวัยวะสำคัญของสรีระอยู่บริเวณนี้อย่างเช่น หัวใจ ปอด เมื่อสัตว์ถูกลูกปืนที่หัวใจในขณะที่มันยืนอยู่ ถ้าลูกปืนถูกเส้นเลือดใหญ่ของหัวใจ มันก็ล้มลงกับที่สิ้นใจในทันที หากไม่ถูกเส้นเลือดใหญ่ มันก็จะวิ่งไปได้เล็กน้อย จึงล้มตาย แต่ถ้ากระสุนถูกปอดจะล้มกับที่ได้ก็เพราะกำลังกระทบที่แรงมากของลูกปืนนั้นอย่างเดียว หากว่ากำลังกระทบไม่เหนือน้ำหนักของสัตว์ สัตว์นั้นก็จะไม่ล้ม จะวิ่งหนีหรือวิ่งสู้กับพรานแล้วแต่กรณี ถึงอย่างไรสัตว์นั้นจะไม่ตายกับที่ในทันที แต่จะวิ่งได้ระยะไกลหรือใกล้แค่ไหนก็แล้วแต่อาการของลูกปืนที่กระทำไว้ในปอดนั้น การตามไปยิงซ้ำทำได้สะดวกมาก เพราะเลือดออกมากมาย เนื่องจากลมหายใจขับเลือดนั้นออกไปตามรูลูกกระสุนอยู่เสมอ และเลือดนั้นจะมีฟองอากาศอยู่ด้วย พนมเทียนได้สะท้อนศิลปะการล่าสัตว์โดยใช้อาวุธปืนยิงเข้าบริเวณรักแร้แดง อันเป็นจุดอ่อนของสัตว์ให้ปรากฏเด่นชัดในนวนิยายเพชรพระอุมา

เพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้เห็นว่า พรานต้องมีความรู้จุดสำคัญของสัตว์กล่าวคือรู้จักที่ตั้งของปอด และหัวใจ จึงเลือกเป็นที่ปล่อยกระสุนเข้าไปทำลายเมื่อมีโอกาสในการยิง ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงบริเวณรักแร้แดงหรือซอกหน้า เป็นเหตุการณ์ตอนที่รพินทร์และดาริน ยิงเสือลายพาดกลอนที่กำลังกระโจนเข้าใส่แงชาย ขณะนั่งคอยจับเสียงกระทิงโดยไม่รู้ตัวว่าเสือลายพาดกลอนรอคอยเขาอยู่เบื้องหลัง ดังความว่า
รอยกระสุนปรากฏอยู่สี่แผล นัดที่จบชีวิตของมันได้อย่างเฉียบขาดคือนัดที่ก้านคอและซอกขาหน้า

(ไพรมหากาฬ หน้า 431)

จากตัวอย่างที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นว่าบริเวณรักแร้แดงหรือซอกขาหน้า เป็นจุดตายจุดหนึ่งที่พรานควรปล่อยกระสุนเข้าไปทำลาย

พนมเทียนได้อธิบายบริเวณที่ควรยิงและสามารถหวังผลได้อย่างแน่นอนไว้ ได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญความสำคัญของเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ตอนที่รพินทร์ และดาริน สนทนากันก่อนที่จะออกเดินแกะรอยกระทิง ถึงวิธีการยิงสัตว์ให้อยู่กับที่โดยไม่ต้องตาม ว่าควรจะวางกระสุนบริเวณไหนบ้าง ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการวางกระสุนบริเวณรักแร้แดง ปรากฏจากเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ ดังความว่า
" ซอกขาหน้าหรือรักแร้แดงล่ะ หัวใจกับปอดของมันอยู่บริเวณนั้นไม่ใช่เป้าหมายเห็นได้ง่ายกว่ารึ"
" นั้นควรเป็นเป้าเลือกยิงดันดับหลังสุด … กระสุนต่อให้ตีหัวใจแหลก หรือคว้านปอดกลวงไป ก็น้อยนักที่จะล้มอยู่กับที่ ส่วนมากต้องตามกันทุกที"

(ไพรมหากาฬ หน้า 524)

จากบทสนทนาที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า ซอกขาหน้าหรือรักแร้แดง เป็นจุดปล่อยกระสุนอันดับหลังสุด ถึงแม้จะเป็นที่ตั้งของหัวใจและปอดแต่ก็ไม่สามารถจะทำให้สัตว์ล้มลงกับที่ได้

จุดสำคัญของสัตว์ ที่ปรากฏในนวนิยายเรื่องเพชรพระอุมา พนมเทียนได้สะท้อนความสำคัญของเรื่องนี้ว่า เป็นจุดที่ทำให้สัตว์นั้นล้มลงกับที่หลังจากถูกยิง สะท้อนได้จาก การยิงบริเวณหัว บริเวณคอและกระดูกคอ บริเวณกระดูกสันหลัง และการยิงบริเวณรักแร้แดง ซึ่งผู้เขียนได้สะท้อนให้เห็นว่าการยิงสัตว์ให้เข้าจุดที่สำคัญดังกล่าว จะทำให้สัตว์ที่ถูกยิงนั้นสามารถล้มลงได้ทันที และเป็นการไม่ทรมานสัตว์ อีกทั้งไม่เสียเวลาในการติดตาม

ดังนั้น การยิงช้างบริเวณเนินน้ำเต้าของดารินและเชษฐา การยิงเสือที่ก้านคอของเชษฐา การยิงกระทิงเจาะกระดูกสันหลังและการยิงโคนหางเจ้าชาละวันของดาริน พนมเทียนได้สะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้เห็นว่าในหมู่พรานล่าสัตว์เขามีความรู้เกี่ยวกับส่วนสำคัญต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเป็นจุดอ่อนเมื่อได้รับอันตราย ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้



1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ถอยหลัง.....หน้าถัดไป

เส้นทาง : สารบัญ เดินป่า ล่าสัตว์ แกะรอยศิลปะในการล่าสัตว์