จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านได้ทราบว่ากระดูกสันหลัง
เป็นจุดตายจุดหนึ่งที่ควรปล่อยกระสุนเข้าไปทำลาย เพราะพรานสามารถหวังการยิงได้อย่างแน่นอน
เพชรพระอุมา ตอนดงมรณะ พนมเทียนสะท้อนภาพความรู้การยิงกระดูกสันหลังของจระเข้ไว้
เป็นเหตุการณ์ตอนที่ดารินข้ามน้ำไปขึ้นฝั่งพ้นแล้วหล่อนก็ใช้ปืนเล็งเข้าที่โคนหางของเจ้าชะลาวันตัวหนึ่ง
ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายผลของการยิงโคนหางของจระเข้ ดังความว่า
ลูกปืนในการยิงครั้งนี้ของหล่อนแทนที่จะจับเข้ากลางศีรษะหรือก้านคอของเจ้าชาละวันตัวนั้น
กลับเปลี่ยนที่หมายไปตัดโคนหางอันใหญ่โตแข็งแรง ที่กำลังโบกกวาดน้ำอยู่ราวกับใบพัดเรือน้ำกระจายขึ้นไปบนอากาศ
เกือบจะถึงระดับยอดไม้ริมฝั่ง โคนหางของมันหักสะบั้นในพริบตาด้วยการเล็งอันแม่นยำ
ภาพที่เห็นก็คือไอ้ยักษ์ใหญ่หางตกจมน้ำแข็งทื่อ กระดิกไม่ได้ คงมีแต่ลำตัวเท่านั้นดิ้นวนหมุนคว้างอยู่กลางน้ำ
อ้าปากกว้างดิ้นส่ายอยู่ไปมาเหมือนเรือปราศจากหางเสือจะจมก็จมไม่ลง จะว่ายไปข้างหน้าก็ว่ายไปไม่ได้
ได้แต่ลอยฟ่องตะกายพุ้ยน้ำหมุนเป็นกังหัน
(ดงมรณะ หน้า 22)
จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่า
โคนหางของจระเข้ก็คือกระดูกสันหลังของมันนั่นเอง เมื่อกระดูกสันหลังถูกทำลายหางจึงตกและจมลงใต้น้ำกระดิกไม่ได้
พรานจึงเลือกเป็นจุดปล่อยกระสุนเข้าไปทำลายอีกจุดหนึ่ง
- บริเวณรักแร้แดงหรือซอกขาหน้า
พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงสัตว์บริเวณรักแร้แดงหรือซอกขาหน้าไว้ในนวนิยายเพชรพระอุมา
และสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ว่าบริเวณรักแร้แดงจะมีอวัยวะสำคัญของสรีระอยู่บริเวณนี้อย่างเช่น
หัวใจ ปอด เมื่อสัตว์ถูกลูกปืนที่หัวใจในขณะที่มันยืนอยู่ ถ้าลูกปืนถูกเส้นเลือดใหญ่ของหัวใจ
มันก็ล้มลงกับที่สิ้นใจในทันที หากไม่ถูกเส้นเลือดใหญ่ มันก็จะวิ่งไปได้เล็กน้อย จึงล้มตาย
แต่ถ้ากระสุนถูกปอดจะล้มกับที่ได้ก็เพราะกำลังกระทบที่แรงมากของลูกปืนนั้นอย่างเดียว
หากว่ากำลังกระทบไม่เหนือน้ำหนักของสัตว์ สัตว์นั้นก็จะไม่ล้ม จะวิ่งหนีหรือวิ่งสู้กับพรานแล้วแต่กรณี
ถึงอย่างไรสัตว์นั้นจะไม่ตายกับที่ในทันที แต่จะวิ่งได้ระยะไกลหรือใกล้แค่ไหนก็แล้วแต่อาการของลูกปืนที่กระทำไว้ในปอดนั้น
การตามไปยิงซ้ำทำได้สะดวกมาก เพราะเลือดออกมากมาย เนื่องจากลมหายใจขับเลือดนั้นออกไปตามรูลูกกระสุนอยู่เสมอ
และเลือดนั้นจะมีฟองอากาศอยู่ด้วย พนมเทียนได้สะท้อนศิลปะการล่าสัตว์โดยใช้อาวุธปืนยิงเข้าบริเวณรักแร้แดง
อันเป็นจุดอ่อนของสัตว์ให้ปรากฏเด่นชัดในนวนิยายเพชรพระอุมา
เพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้เห็นว่า
พรานต้องมีความรู้จุดสำคัญของสัตว์กล่าวคือรู้จักที่ตั้งของปอด และหัวใจ
จึงเลือกเป็นที่ปล่อยกระสุนเข้าไปทำลายเมื่อมีโอกาสในการยิง
ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงบริเวณรักแร้แดงหรือซอกหน้า
เป็นเหตุการณ์ตอนที่รพินทร์และดาริน ยิงเสือลายพาดกลอนที่กำลังกระโจนเข้าใส่แงชาย
ขณะนั่งคอยจับเสียงกระทิงโดยไม่รู้ตัวว่าเสือลายพาดกลอนรอคอยเขาอยู่เบื้องหลัง ดังความว่า
รอยกระสุนปรากฏอยู่สี่แผล นัดที่จบชีวิตของมันได้อย่างเฉียบขาดคือนัดที่ก้านคอและซอกขาหน้า
(ไพรมหากาฬ หน้า 431)
จากตัวอย่างที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นว่าบริเวณรักแร้แดงหรือซอกขาหน้า
เป็นจุดตายจุดหนึ่งที่พรานควรปล่อยกระสุนเข้าไปทำลาย
พนมเทียนได้อธิบายบริเวณที่ควรยิงและสามารถหวังผลได้อย่างแน่นอนไว้
ได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญความสำคัญของเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ตอนที่รพินทร์ และดาริน
สนทนากันก่อนที่จะออกเดินแกะรอยกระทิง ถึงวิธีการยิงสัตว์ให้อยู่กับที่โดยไม่ต้องตาม
ว่าควรจะวางกระสุนบริเวณไหนบ้าง ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการวางกระสุนบริเวณรักแร้แดง
ปรากฏจากเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ ดังความว่า
" ซอกขาหน้าหรือรักแร้แดงล่ะ หัวใจกับปอดของมันอยู่บริเวณนั้นไม่ใช่เป้าหมายเห็นได้ง่ายกว่ารึ"
" นั้นควรเป็นเป้าเลือกยิงดันดับหลังสุด
กระสุนต่อให้ตีหัวใจแหลก หรือคว้านปอดกลวงไป
ก็น้อยนักที่จะล้มอยู่กับที่ ส่วนมากต้องตามกันทุกที"
(ไพรมหากาฬ หน้า 524)
จากบทสนทนาที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า ซอกขาหน้าหรือรักแร้แดง
เป็นจุดปล่อยกระสุนอันดับหลังสุด ถึงแม้จะเป็นที่ตั้งของหัวใจและปอดแต่ก็ไม่สามารถจะทำให้สัตว์ล้มลงกับที่ได้
จุดสำคัญของสัตว์ ที่ปรากฏในนวนิยายเรื่องเพชรพระอุมา พนมเทียนได้สะท้อนความสำคัญของเรื่องนี้ว่า
เป็นจุดที่ทำให้สัตว์นั้นล้มลงกับที่หลังจากถูกยิง สะท้อนได้จาก การยิงบริเวณหัว บริเวณคอและกระดูกคอ
บริเวณกระดูกสันหลัง และการยิงบริเวณรักแร้แดง ซึ่งผู้เขียนได้สะท้อนให้เห็นว่าการยิงสัตว์ให้เข้าจุดที่สำคัญดังกล่าว
จะทำให้สัตว์ที่ถูกยิงนั้นสามารถล้มลงได้ทันที และเป็นการไม่ทรมานสัตว์ อีกทั้งไม่เสียเวลาในการติดตาม
ดังนั้น การยิงช้างบริเวณเนินน้ำเต้าของดารินและเชษฐา การยิงเสือที่ก้านคอของเชษฐา
การยิงกระทิงเจาะกระดูกสันหลังและการยิงโคนหางเจ้าชาละวันของดาริน
พนมเทียนได้สะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้เห็นว่าในหมู่พรานล่าสัตว์เขามีความรู้เกี่ยวกับส่วนสำคัญต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต
ซึ่งเป็นจุดอ่อนเมื่อได้รับอันตราย ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
|