พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงสัตว์บริเวณกระดูกสันหลังไว้ในเพชรพระอุมา
และสะท้อนให้เห็นความสำคัญว่าสัตว์ที่ลูกปืนถูกบริเวณกระดูกสันหลังทะลุหรือหัก
จะล้มกับที่เสมอและสิ้นใจโดยรวดเร็ว แต่หากว่ากระดูกสันหลังไม่หัก หรือลูกปืนพอแต่เฉียดเฉยๆ
ถ้าเฉียดมากสัตว์นั้นจะล้มกับที่ แต่จะลุกขึ้นได้ในทันทีจะวิ่งหนีหรือวิ่งใส่พรานก็แล้วแต่สถานการณ์
แต่ถ้าลูกปืนเฉียดนิดเดียวสัตว์ก็จะไม่ล้มและอาจจะวิ่งหนีไป พนมเทียนได้สะท้อนศิลปะการยิง
บริเวณกระดูกสันหลังของสัตว์ ผ่านนวนิยายเพชรพระอุมาอย่างชัดเจน
เพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ และตอนดงมรณะ พมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องการยิง
บริเวณกระดูกสันหลังให้เห็นว่าพรานต้องรู้จักจุดตายที่สำคัญของสัตว์ จึงปล่อยกระสุนเข้าไปทำลาย
ซึ่งพนมเทียนสะท้อนผ่านเหตุการณ์ที่เชษฐาขึ้นนั่งห้างโดยบุญคำเป็นพรานคุ้มกัน และยิงได้วัวโทนตัวหนึ่ง
กระสุนตัดกระดูกสันหลังของมันพอดีไว้ ความว่า
ทีแรกรพินทร์เองก็เข้าใจว่าเป็นกระทิง แต่เมื่อเข้ามาถึงจึงเห็นได้ว่า เป็นวัวโทนตัวใหญ่เต็มทีสีตาลโตนด
รอยกระสุน .30-06 ของเชษฐา เจาะกระดูกสันหลังของมันอย่างประณีต แสดงให้เห็นถึงฝีมือการยิงชั้นเยี่ยม
หลักฐานรอยแผลที่เห็นอยู่นี้แสดงให้เห็นชัดว่า เชษฐาเจตนาที่จะเล็งยิงให้ตัดกระดูกสันหลัง
อันเป็นการยิงที่ลำบากกว่า แต่ก็ให้ผลการประหารที่เที่ยงตรง เหนือกว่าการเล็งหัวเสียอีก
ถ้ากระสุนเข้าเป้าหมายได้ดังเจตนา เพราะสัตว์จะล้มลงในทันทีและตายอยู่กับที่อย่างไม่มีการทรมานเลย
แทบจะเรียกว่าไม่มีการกระดิกเสียด้วยซ้ำ
(ไพรมหากาฬ หน้า 229)
จากตัวอย่างที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า การยิงตัดกระดูกสันหลัง
เป็นผลที่ให้ความเที่ยงตรงเข้าเป้าสัตว์จะล้มลงและตายกับที่อย่างไม่มีการทรมานเลย
พนมเทียนได้อธิบายวิธีการทำลายกระดูกสันหลังไว้ในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ
สะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้จากเหตุการณ์ตอนที่เชษฐาบอกให้ทุกคนทราบว่า
เขาอยากจะลองยิงสัตว์โดยวิธีทำลายกระดูกสันหลัง ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายการทำลายกระดูกสันหลัง
ปรากฏจากเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ ดังความว่า
"
ทีแรกก็จะเล็งหัวเหมือนกัน แต่อยากจะลองทฤษฎีของการทำลายกระดูกสันหลังว่า จะศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน
มันเข้ามาเป็นเป้าให้ใกล้ๆ แค่นี้ ก็เลยลองทดลองดูก็ได้ผลนี่ มันล้มถล่มอยู่กับที่ ไม่ดิ้น ไม่ชัก
ไม่มีแม้แต่เสียงร้อง ผงกหัวขึ้นมาสองที่เท่านั้นก็นิ่ง ยิงสัตว์มามากก็ไม่เคยมีโอกาสได้ยิงตัดกระดูกสันหลังเลย
ส่วนมากระยะมันไกลกะลำบาก หมายกระดูกสันหลังผ่าไปเจาะลำตัวส่วนบนตามกันไม่ไหวทีเดียว
ตัวนี้เป็นตัวแรกที่เข้าเป้าตรงเผงเพราะมันใกล้
"
(ไพรมหากาฬ หน้า 230)
ข้อความที่ตัดตอน พนมเทียนได้สะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านได้ทราบว่า
วิธีการยิงทำลายกระดูกสันหลังนั้นจะทำให้สัตว์มันล้มลงอยู่กับที่ทันที ไม่ดิ้น ไม่ชัก และไม่มีเสียงร้อง
แล้วก็นิ่งแต่เป็นการยิงที่ลำบาก
เพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ ได้กล่าวถึงวิธีการยิงสัตว์บริเวณกระดูกสันหลังไว้
ดังเหตุการณ์ตอนที่ดารินขึ้นนั่งห้างโดยมีรพินทร์เป็นพรานคุ้มกัน และยิงได้กระทิงโทนตัวหนึ่ง
กระสุนถูกกระทิงตัวนั้นหลายนัด แต่นัดที่เป็นกระสุนสั่งคือ นัดที่ตัดกระดูกสันหลังของกระทิงตัวนั้น
ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงตัดกระดูกสันหลังของกระทิงโทน มีดังนี้
กระทิงโทนตัวนั้นตกเป็นเหยื่อกระสุน
แต่นัดหลังเป็นกระสุนสั่ง
เพราะตัดกระดูกสันหลังบริเวณที่ต่ำกว่าหนอกคอลงไปเล็กน้อย
(ไพรมหากาฬ หน้า 566)
จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่า
การยิงตัดกระดูกสันหลังของสัตว์นั้น เหมือนกับเป็นการสั่งให้สัตว์นั้นตาย
จึงเป็นบริเวณที่เหมาะสมสำหรับที่พรานจะปล่อยกระสุนเข้าไปทำลาย
พนมเทียนได้อธิบายถึงบริเวณที่ควรปล่อยกระสุนเข้าไปทำลายและสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้
จากตอนที่ไชยยันต์ถามรพินทร์อย่างต้องการศึกษาบริเวณที่จะปล่อยกระสุน แล้วทำให้สัตว์นั้นตายทันที
ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายว่ากระดูกสันหลังเป็นจุดตายของสัตว์ ปรากฏจากเพชรพระอุมา
ตอนไพรมหากาฬ ความว่า
กระดูกสันหลัง เป็นจุดตายสำคัญอีกจุดหนึ่ง ถ้าแน่ใจว่าจะยิงได้ถูกโดยไม่พลาดก็เป็นเป้าหมายที่ควรยิง
แต่รู้สึกว่าจะมีโอกาสพลาดได้ง่าย
(ไพรมหากาฬ หน้า 690)
|