หน้า - ๗ -
 
ศิลปะในการล่าสัตว์


  • บริเวณคอและกระดูกคอ

เมื่อสัตว์ถูกปืนที่กระดูกคอ กระดูกนั้นจะหักหรือไม่ สัตว์นั้นก็จะเสียหลักล้มลงกับที่เสมอ โดยไม่สามารถจะลุกได้อีก แต่จะสิ้นใจไปเร็วหรือช้าก็แล้วแต่ความสาหัสของบาดแผลที่ได้รับ แต่ถ้ากระสุนถูกคอไม่ถูกกระดูก หากไปถูกเอ็นที่บนกระดูกคอสัตว์ก็ล้มเช่นกัน แต่มันมีโอกาสลุกขึ้นไปในทันทีแล้วจะวิ่งหนีหรือวิ่งใส่พรานแล้วแต่กรณี ฉะนั้นเมื่อเล็งคอสัตว์ หากเห็นว่าพอยิงให้มันล้มลงควรเตรียมยิงซ้ำให้ทันท่วงที คือ พอเห็นมันลุกขึ้นให้ยิงซ้ำเลย ไม่ควรเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ถ้าลูกกระสุนไปถูกเนื้อข้างล่างกระดูกคอ หรือถูกหลอดลมหายใจของสัตว์ จะไม่สามารถทำให้มันล้มกับที่ได้ พอถูกปืนมันก็จะวิ่งหนีหรือเข้าหาพรานก็แล้วแต่อุปนิสัยของสัตว์ ถ้ามันวิ่งหนี การติดตามรอยเลือดไปยิงซ้ำทำได้สะดวก เพราะแผลตรงบริเวณคอนั้นเลือดจะออกมาก ภาพสะท้อนเชิงพรานเกี่ยวกับศิลปะการยิงสัตว์บริเวณคอและกระดูกคอ พนมเทียนได้สะท้อนผ่านนวนิยายเพชรพระอุมา ปรากฏเด่นชัด

พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงบริเวณคอสัตว์ไว้ในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ และได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญลักษระการยิงสัตว์ที่บริเวณคอซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่พรานนิยมใช้ ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงคอ และกระดูกคอมีดังนี้
ไชยยันต์และเชษฐาประทับปืนขึ้นพร้อมกัน เป็นจังหวะเดียวกับที่กวางหนุ่มตัวนั้นเผ่น เสียงไรเฟิลขนาดหนักกับลูกซองระเบิดสะท้านป่าขึ้นแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน
กวางใหญ่ที่กำลังจะโลดเข้าริมทางกระโจนไปสุดช่วงตัวแล้วคอพับลงพลิกหงายท้องดิ้นตะกุยตะกายอยู่ในพงไม้ ทั้งหมดอุทานออกมาอย่างดีใจจนลืมตัว พากันวิ่งพรูเข้าไปทันที รพินทร์เดินยิ้มๆ เข้าไปถึงเป็นคนสุดท้าย เจ้ากวางตัวนั้นขณะนี้หยุดดิ้นตายสนิทลงแล้ว
ผลของการตรวจสอบรอยกระสุน ปรากฏว่าทั้งเก้าเม็ดลูกปรายของกระสุน โอ-โอ บั๊ค จากลูกซองที่ยิงโดยเชษฐาเจาะเป็นกลุ่มเข้าก้านคอของมันพอดี

(ไพรมหากาฬ หน้า 125-126)

จากตัวอย่างที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้เห็นว่า กวางตัวนั้นล้มลงพลิกหงายท้องดิ้นตะกุยตะกาย ผลจากถูกยิงเข้าบริเวณก้านคอพอดี ทำให้มันคอพับ ลุกขึ้นวิ่งไม่ได้

พนมเทียนได้สะท้อนภาพการยิงสัตว์เข้าบริเวณก้านคอไว้เป็นเหตุการณ์ตอนที่รพินทร์แกะรอยเท้าแงชาย ไปเพื่อตามฝูงกระทิง แต่พบรอยเท้าเสือบนรอยเท้าของแงชาย ทั้งรพินทร์และดาริน ช่วยกันฆ่าเสือตัวนั้น บาดแผลที่ทำให้มันจบชีวิตคือ บาดแผลที่ตัดก้านคอ ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมาย ดังตัวอย่าง
พิจารณาซากเสือ … รอยกระสุนปรากฏอยู่สี่แผล นัดที่จบชีวิตของมันได้อย่างเฉียบขาดคือ นัดที่ตัดก้านคอ

(ไพรมหากาฬ หน้า 431)

จากตัวอย่างตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า กระสุดที่ตัดก้านคอเป็นสาเหตุให้เสือตัวนั้นจบชีวิตลง

พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงสัตว์เข้าบริเวณคอไว้ในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ ได้สะท้อนภาพให้เห็นความสำคัญของการยิงสัตว์ของพรานเข้าบริเวณก้านคอ เป็นเหตุการณ์ตอนที่ดารินขึ้นนั่งห้าง โดยมีพรานรพินทร์ทำหน้าที่เป็นพรานคุ้มกัน ดารินยิงกระทิงโทนได้ตัวหนึ่ง ผลจากการตรวจสอบตอนเช้า พบว่ากระทิงถูกกระสุนเจาะทะลุบริเวณก้านคอส่วนบน ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายการยิงก้านคอ ดังความว่า
กระทิงโทนตัวที่ตกเป็นเหยื่อกระสุนของหล่อนตัวนั้นมีขนาดใหญ่ฉกรรจ์เต็มที่ …กระสุนนัดแรกเจาะทะลุก้านคอส่วนบน พลาดจากกระดูกคอไปเล็กน้อย … เลือดซึ่งบัดนี้เป็นสีคล้ำกองนอนอยู่กับพื้นใบไม้แห้ง และพุ่มไม้ราวกับใครเอาเยลลี่เหลวๆ มาใส่ถังเทไว้ …

(ไพรมหากาฬ หน้า 566)

จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่า การยิงเข้าบริเวณก้านคอเป็นเหตุให้กระทิงต้องตาย

ดังนั้นจากตัวอย่างที่ยกมาพนมเทียนได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการยิงสัตว์บริเวณก้านคอ และกระดูกคออันเป็นส่วนสำคัญ สัตว์จะล้มลงในทันที สะท้อนจากเหตุการณ์ที่ยิงบริเวณก้านคอกวาง ก้านคอเสือ และการยิงก้านคอกระทิง



1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ถอยหลัง.....หน้าถัดไป

เส้นทาง : สารบัญ เดินป่า ล่าสัตว์ แกะรอยศิลปะในการล่าสัตว์