เมื่อสัตว์ถูกปืนที่กระดูกคอ กระดูกนั้นจะหักหรือไม่ สัตว์นั้นก็จะเสียหลักล้มลงกับที่เสมอ
โดยไม่สามารถจะลุกได้อีก แต่จะสิ้นใจไปเร็วหรือช้าก็แล้วแต่ความสาหัสของบาดแผลที่ได้รับ
แต่ถ้ากระสุนถูกคอไม่ถูกกระดูก หากไปถูกเอ็นที่บนกระดูกคอสัตว์ก็ล้มเช่นกัน
แต่มันมีโอกาสลุกขึ้นไปในทันทีแล้วจะวิ่งหนีหรือวิ่งใส่พรานแล้วแต่กรณี ฉะนั้นเมื่อเล็งคอสัตว์
หากเห็นว่าพอยิงให้มันล้มลงควรเตรียมยิงซ้ำให้ทันท่วงที คือ พอเห็นมันลุกขึ้นให้ยิงซ้ำเลย
ไม่ควรเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ถ้าลูกกระสุนไปถูกเนื้อข้างล่างกระดูกคอ หรือถูกหลอดลมหายใจของสัตว์
จะไม่สามารถทำให้มันล้มกับที่ได้ พอถูกปืนมันก็จะวิ่งหนีหรือเข้าหาพรานก็แล้วแต่อุปนิสัยของสัตว์
ถ้ามันวิ่งหนี การติดตามรอยเลือดไปยิงซ้ำทำได้สะดวก เพราะแผลตรงบริเวณคอนั้นเลือดจะออกมาก
ภาพสะท้อนเชิงพรานเกี่ยวกับศิลปะการยิงสัตว์บริเวณคอและกระดูกคอ พนมเทียนได้สะท้อนผ่านนวนิยายเพชรพระอุมา
ปรากฏเด่นชัด
พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงบริเวณคอสัตว์ไว้ในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ
และได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญลักษระการยิงสัตว์ที่บริเวณคอซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่พรานนิยมใช้
ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงคอ และกระดูกคอมีดังนี้
ไชยยันต์และเชษฐาประทับปืนขึ้นพร้อมกัน เป็นจังหวะเดียวกับที่กวางหนุ่มตัวนั้นเผ่น
เสียงไรเฟิลขนาดหนักกับลูกซองระเบิดสะท้านป่าขึ้นแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน
กวางใหญ่ที่กำลังจะโลดเข้าริมทางกระโจนไปสุดช่วงตัวแล้วคอพับลงพลิกหงายท้องดิ้นตะกุยตะกายอยู่ในพงไม้
ทั้งหมดอุทานออกมาอย่างดีใจจนลืมตัว พากันวิ่งพรูเข้าไปทันที รพินทร์เดินยิ้มๆ เข้าไปถึงเป็นคนสุดท้าย
เจ้ากวางตัวนั้นขณะนี้หยุดดิ้นตายสนิทลงแล้ว
ผลของการตรวจสอบรอยกระสุน ปรากฏว่าทั้งเก้าเม็ดลูกปรายของกระสุน โอ-โอ บั๊ค
จากลูกซองที่ยิงโดยเชษฐาเจาะเป็นกลุ่มเข้าก้านคอของมันพอดี
(ไพรมหากาฬ หน้า 125-126)
จากตัวอย่างที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้เห็นว่า
กวางตัวนั้นล้มลงพลิกหงายท้องดิ้นตะกุยตะกาย ผลจากถูกยิงเข้าบริเวณก้านคอพอดี
ทำให้มันคอพับ ลุกขึ้นวิ่งไม่ได้
พนมเทียนได้สะท้อนภาพการยิงสัตว์เข้าบริเวณก้านคอไว้เป็นเหตุการณ์ตอนที่รพินทร์แกะรอยเท้าแงชาย
ไปเพื่อตามฝูงกระทิง แต่พบรอยเท้าเสือบนรอยเท้าของแงชาย ทั้งรพินทร์และดาริน ช่วยกันฆ่าเสือตัวนั้น
บาดแผลที่ทำให้มันจบชีวิตคือ บาดแผลที่ตัดก้านคอ ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมาย ดังตัวอย่าง
พิจารณาซากเสือ
รอยกระสุนปรากฏอยู่สี่แผล นัดที่จบชีวิตของมันได้อย่างเฉียบขาดคือ นัดที่ตัดก้านคอ
(ไพรมหากาฬ หน้า 431)
จากตัวอย่างตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า
กระสุดที่ตัดก้านคอเป็นสาเหตุให้เสือตัวนั้นจบชีวิตลง
พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงสัตว์เข้าบริเวณคอไว้ในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ
ได้สะท้อนภาพให้เห็นความสำคัญของการยิงสัตว์ของพรานเข้าบริเวณก้านคอ เป็นเหตุการณ์ตอนที่ดารินขึ้นนั่งห้าง
โดยมีพรานรพินทร์ทำหน้าที่เป็นพรานคุ้มกัน ดารินยิงกระทิงโทนได้ตัวหนึ่ง ผลจากการตรวจสอบตอนเช้า
พบว่ากระทิงถูกกระสุนเจาะทะลุบริเวณก้านคอส่วนบน ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายการยิงก้านคอ
ดังความว่า
กระทิงโทนตัวที่ตกเป็นเหยื่อกระสุนของหล่อนตัวนั้นมีขนาดใหญ่ฉกรรจ์เต็มที่
กระสุนนัดแรกเจาะทะลุก้านคอส่วนบน
พลาดจากกระดูกคอไปเล็กน้อย
เลือดซึ่งบัดนี้เป็นสีคล้ำกองนอนอยู่กับพื้นใบไม้แห้ง
และพุ่มไม้ราวกับใครเอาเยลลี่เหลวๆ มาใส่ถังเทไว้
(ไพรมหากาฬ หน้า 566)
จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่า
การยิงเข้าบริเวณก้านคอเป็นเหตุให้กระทิงต้องตาย
ดังนั้นจากตัวอย่างที่ยกมาพนมเทียนได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการยิงสัตว์บริเวณก้านคอ
และกระดูกคออันเป็นส่วนสำคัญ สัตว์จะล้มลงในทันที สะท้อนจากเหตุการณ์ที่ยิงบริเวณก้านคอกวาง
ก้านคอเสือ และการยิงก้านคอกระทิง
|