เพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ พนมเทียนได้สะท้อนความรู้ในการยิงตัดสมองของสัตว์
และสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ จากเหตุการณ์ที่เสือดำตัวที่รพินทร์นำมาส่งที่สุภานีกักสัตว์พร้อมกับลิง
แรด กระทิง เสือลายพาดกลอน ขณะคนงานเคลื่อนย้ายเสือดำนั้น คนงานไม่ระมัดระวังทำอย่างประมาท
ทำให้เสือดำหลุดออกจากกรงที่ประกอบด้วยไม้หยาบ ทำร้ายคนงานได้รับบาดเจ็บ จนคุณกำพลบอกให้รพินทร์ยิงทิ้งได้เลย
ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงตัดสมอง มีดังนี้
" กระสุนนัดนั้นของเขา จะต้องตัดสมองส่วนที่สำคัญที่สุดของมันครับคุณหญิง
มันตายคาที่ในทันทีที่กระโจนลงมาก่อนที่จะทำร้ายเขาได้
เขาถูกปะทะล้มลงจากแรงเหวี่ยงที่มันกระโจนลงมาเท่านั้น
"
(ไพรมหากาฬ หน้า 12)
จากบทสนทนาที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้เห็นว่ารพินทร์ยิงเสือดำตัวนั้น
เข้าที่บริเวณสมองยิงในขณะที่สัตว์กระโจนลงมา ซึ่งเป็นวิธีการยิงที่เฉียบขาด
พรานที่ไม่มีฝีมือจะไม่เสี่ยงยิงสัตว์ในลักษณะที่สัตว์กระโจนลงมา เพราะเป็นวิธีการยิงที่เสี่ยงอันตราย
เพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ พนมเทียนได้กล่าวถึงความรู้ลักษณะของการยิงสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บมาก่อน
และสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้จากเหตุการณ์ที่วัวตัวหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากฝีมือนักล่า
อย่างไชยยันต์และดาริน บริเวณขาหลังทั้งสองแต่บาดแผลที่ทำให้มันสงบนิ่งลงได้ คือ แผลที่ตัดสมองของมัน
ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงตัดสมอง ดังตัวอย่าง
รพินทร์ตบนกปืนแบบซิงเกิ้ลแอ็คชั่นของดารินขึ้นอย่างรวดเร็ว
ส่องลำกล้องแตะศูนย์จับอยู่ที่แสกหน้าในระหว่างดวงตาของมัน แล้วลั่นไกระเบิดตูม
กระสุนรูปกรวยฝาชี ขนาด .357 เจาะทะลวงเข้าเป้าหมายอย่างเที่ยงตรง ตัดช่องสมอง
เจ้าสีหม้อใหม่ตัวขนาดน้องๆ กระทิง ผู้เกือบจะกลายเป็นเพชฌฆาตของคณะเดินป่า
ล้มครืนลงอย่างสงบฤทธิ์เดชลงเพียงแค่นั้น
(ไพรมหากาฬ หน้า 328)
จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านเห็นว่าการยิงวัวนั้น
จุดอ่อนที่ล้มมันได้อย่างสงบนั้น คือการยิงตัดช่องสมอง
พนมเทียนนำความรู้เรื่องวิธีการยิงตัดสมองไว้ในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ
สะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ตอนที่หลังจากรับประทานอาหาร
รพินทร์แนะนำให้คณะนายจ้างทั้งสามของเขาศึกษาตำแหน่งอันควรที่จะวางกระสุนในการล่าช้าง
โดยเชิญทั้งสามมาที่ซากของเจ้าสีดอ ที่นอนตายอยู่ใกล้แคมป์ แล้วอธิบายและชี้ให้เห็นตำแหน่งจุดตาย
ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายของการยิงตัดสมองช้าง ดังตัวอย่าง
ขอให้สังเกตดูที่บาดแผล ที่แงชายยิงไว้ให้เป็นตัวอย่าง นี่กระสุนของแงชายนัดนี้
เป็นกระสุนประกาศิตที่เฉียบขาดที่สุด เพราะเข้า "จุดดับ" ของมันพอดี
บริเวณส่วนนี้จะเป็นกะโหลกส่วนที่บอบบางที่สุด และนำเข้าไปสู่ที่ตั้งของสมองส่วนใหญ่
เป้าหมายของมันอยู่เหนือโคนงวงขึ้นไปเล็กน้อย ระวังให้ดีนะครับ เป้ามันไม่ใหญ่โตอะไรนัก
อาจพลาดได้โดยง่าย กระสุนจะต้องจับเข้าพอเหมาะพอเจาะในบริเวณจำกัดส่วนนี้เท่านั้น
ถ้าเลยสูงขึ้นไปแม้จะมองด้วยสายตาผาดๆ ว่าทะลุสมองของมันจริง
แต่กะโหลกหัวส่วนบนของมันเป็นบริเวณโพรงอากาศที่ว่าง
ต่อให้กระสุนทะลุหรือฝังเข้าไปก็แทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย
ถ้ามันวิ่งสวนเรามามันก็ถึงตัวเราแน่ๆ วิธีเล็งกะเผื่อประมาณหกนิ้วเหนือโคนงวงขึ้นไป
ถ้ากระสุนเข้าถูกที่ต่อให้มันกำลังจะใช้งวงจับเราอยู่แล้ว มันก็จะหยุดชะงักแล้วทรุดฮวบในทันที
การยิงส่วนหน้าก็มีที่หมายให้เลือกยิงจำกัดเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าไม่จำเป็นอย่าพยายามเป็นอันขาด
(ไพรมหากาฬ หน้า 690)
จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านได้เห็นว่าจุดดับของช้าง
อยู่บริเวณเหนือโคนงวงขึ้นไปเล็กน้อย อันเป็นที่ตั้งของสมอง
เพชรพระอุมา ตอนดงมรณะ พนมเทียนได้สะท้อนความรู้ลักษณะการยิงตัดสมองสะท้อนผ่านเหตุการณ์
ตอนที่ไชยยันต์ล้มแรดใหญ่หนังเหนียวตัวหนึ่งได้ในทุ่งโล่งหลังเขา โดยการยืนยิงประจันหน้า
กระสุนตัดสมองอย่างพอเหมาะ ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมาย การยิงตัดสมองแรด มีดังนี้
ไชยยันต์ยืนยิงประจันหน้าขณะที่มันห้อตะบึงชาร์จเข้าใส่ด้วย .600 คู่มือของเขา
กระสุนตัดเข้ากลางสมองอย่างพอเหมาะพอเจาะ มันแล่นถลาเข้ามาเอาจมูกทิ่มดิน
แล้วพลิกตีลังกาดับดิ้นอยู่ตรงหน้าเขาห่างเพียงไม่กี่วา
(ดงมรณะ หน้า 816)
จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่าการยิงตัดเข้ากลางสมองนั้น
เป็นการยิงที่หยุดการเคลื่อนไหวของแรดลงได้ทันที
ดังนั้นการยิงสัตว์บริเวณหัว อันเป็นอวัยวะสำคัญของสัตว์ทุกชนิด
เมื่อกระสุนเข้าในสมองสัตว์ทุกขนาดจะล้มสิ้นใจกับที่ สะท้อนจากการยิงบริเวณเนินน้ำเต้าพลายสีดอ
เนินน้ำเต้าเป็นจุดตายของช้าง แงชายเจาะทะลุเนินน้ำเต้ายิงแสกหน้าของหมีควาย
เนินสันหน้าผากของกระทิง สันจมูกของจระเข้ กกหูและขมับของช้าง ตัดสมองเสือดำ
ตัดสมองวัว ตัดสมองช้า และตัดสมองแรด
|