หน้า - ๔ -
 
ศิลปะในการล่าสัตว์



2. ศิลปะในการยิงสัตว์

สัตว์ที่พบปะในเวลาเข้าป่านั้นอาจจะอยู่ในลักษณะท่าทางต่างๆ อย่างเช่น สัตว์วิ่งไปตรงหน้า ไปทางข้างหรือวิ่งตรงเข้ามาหาเรา เป็นต้น แต่สิ่งสำคัญในการยิงเพื่อจะให้ได้รับผลดีนั้น คือ การเล็งให้เหมาะเสียก่อนแล้วจึงเหนี่ยวไก ถ้าหากรีบยิงเกินไป โดยมิได้ทันเล็งให้เหมาะ ทำให้ยิงไม่แม่นและจะไร้ผล ฉะนั้นเมื่อพบสัตว์อยู่ในลักษณะใดก็ตาม พยายามอย่าตื่นเต้นทำใจให้เย็นๆ และเล็งให้เหมาะเสียก่อนจึงจะยิงออกไป และในการยิงสัตว์ให้คำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ คือ พยายามยิงให้ถูกจุดสำคัญ เพื่อจะทำอันตรายแก่ชีวิตสัตว์ให้ได้ในทันที การไม่เลือกจุดที่พอจะทำอันตรายโดยเร็วแก่สัตว์ สัตว์ก็ได้รับความลำบาก การยิงแบบนี้ไม่เป็นการสมควรยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการทรมานสัตว์โดยไร้ประโยชน์แล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองลูกกระสุนเสียเปล่าๆ อีกทั้งยังเสียเวลาในการตามรอยอีกด้วย การยิงในลักษณะแบบนี้ไม่ยิงเสียจะดีกว่า จุดประสงค์การยิงของพรานคือต้องการให้สัตว์นั้นถึงแก่ชีวิตโดยทันที เพราะฉะนั้นเวลาจะยิงจึงต้องเล็งจุดสำคัญ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของมัน เช่น หัวใจ คอ กระดูก สันหลัง หัว ต้นขาหลัง กระดูกคอ ปอด

เมื่อพิจารณาเนื้อเรื่องของนวนิยายเพชรพระอุมา พบว่า ได้สะท้อนให้เห็นลักษณะการยิงสัตว์ของพรานโดยเล็งจุดที่สำคัญ และวิธีการยิงดังนี้

จุดสำคัญของสัตว์

การยิงสัตว์ให้ถูกจุดสำคัญ สามารถทำอันตรายแก่ชีวิตสัตว์ได้ทันที ไม่เป็นการทรมานสัตว์และไม่เสียเวลาในการติดตาม จุดสำคัญของสัตว์ที่ปรากฏในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ และดงมรณะ มีดังนี้

  • บริเวณหัว

พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงสัตว์เข้าบริเวณหัวซึ่งเป็นอวัยวะส่วนสำคัญของสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าสัตว์นั้นจะมีขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็กก็ตาม เมื่อลูกกระสุนถูกหัวเข้าในสมอง สัตว์ทุกขนาดจะล้มสิ้นใจกับที่ ในปัจจุบันทันด่วน ถ้าเป็นช้างมันจะคุกเข่าลงสิ้นใจทันที แต่ถ้าหากกระสุนไม่ทะลุเข้าถึงสมองแล้วสัตว์ก็จะซุกหัวลง บางครั้งก็ล้มแต่ลุกขึ้นได้แล้วก็วิ่งหนี จะไปได้ไกลขนาดไหนแล้วแต่อาการสาหัส แต่การยิงเข้ากระโหลกทะลุสมองนั้นเป็นการยับยั้งสัตว์โดยเด็ดขาดที่สุด และสะท้อนให้เห็นความสำคัญของลักษณะการยิงแบบนี้ปรากฏเด่นชัดในนวนิยายเพชรพระอุมา ดังตัวอย่าง
" กระสุนนัดนั้นของเขา จะต้องตัดสมองส่วนที่สำคัญที่สุดของมันครับคุณหญิง มันตายคาที่ในทันทีที่กระโจนลงมาก่อนที่จะทำร้ายเขาได้ เขาถูกปะทะล้มลงจากแรงเหวี่ยงที่มันกระโจนลงมาเท่านั้น…"

(ไพรมหากาฬ หน้า 12)

พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการยิงสัตว์เข้าบริเวณหัวไว้ในเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ และสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ จากเหตุการณ์ตอนทีรพินทร์ได้กล่าวถึงการยิงเจ้าพลายสีดอบุกเข้าทำร้าย เชษฐา เกิด จัน ดาริน ขณะเดินสวนทางกับมัน แต่มันต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของเชษฐาที่ใช้กระสุนขนาด เออยิงบริเวณเนินน้ำเต้า ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายถึงการล้มของเจ้าพลายสีดอ ดังความว่า
ภูเขาย่อมๆ ลูกหนึ่งกองขวางอยู่ที่นั่น มันคือพลายสีดอตัวมหึมา นอนฟุบอยู่ในท่าหมอบเลือดยังคงไหลรินไม่ขาดสาย ออกจากบาดแผลถูกยิงเกือบทั้งตัว แต่แผลฉกรรจ์ที่สุดคือ แผลที่เนินน้ำเต้าของกระสุนขนาด .600 จากดับเบิ้ลไรเฟิลของเชษฐา

(ไพรมหากาฬ หน้า 344)

จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้เห็นว่า บาดแผลที่ทำให้เจ้าพลายสีดอฟุบลงได้ คือ บาดแผลบริเวณเนินน้ำเต้า

จากเพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ รพินทร์สนทนากับเชษฐาเกี่ยวกับวิธีของการยิงช้าง ว่าจุดตายของช้างอยู่บริเวณเนินน้ำเต้า ข้อความที่แสดงให้เห็นความหายของจุดตายของช้าง มีดังนี้
ช้างมันตัวโต เป็นเป้าหมายใหญ่ก็จริงครับ แต่เนินน้ำเต้าบนส่วนหัวของมัน อันเป็นจุดตายเฉียบขาดนั้น ถ้าจะเปรียบเทียบกับตัวแล้วก็เล็กนิดเดียว และก็มักจะยิงพลาดกันอยู่เสมอ ในกรณีที่มันฮึดเข้าใส่

(ไพรมหากาฬ หน้า 669)

จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่าถึงแม้ช้างมันตัวโต เป็นเป้าหมายใหญ่จริง แต่จุดตายของมันเล็กนิดเดียว คือบริเวณเนินน้ำเต้า

เพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ พนมเทียนได้กล่าวถึงความรู้เกี่ยวกับวิธีการล้มช้างให้หยุดกับที่ในทันที สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการวางกระสุนบริเวณเนินน้ำเต้า ข้อความที่แสดงให้เห็นความหมายมีดังนี้
กระสุนของแงชายที่ยิงจากไรเฟิล .357 ซึ่งได้รับแจกจากคณะนายจ้างให้เป็นปืนประจำมือเจาะทะลุเนินน้ำเต้า ของมันอย่างเฉียบขาดแม่นยำ นั่นเป็นการหยุดมันอย่างประกาศิต ชนิดไม่ต้องซ้ำ หรือปล่อยระยะเวลาให้มันทนทุกข์ทรมานไปแม้แต่นาทีเดียว

(ไพรมหากาฬ หน้า 681)

จากข้อความที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่า การยิงช้างเจาะทะลุเนินน้ำเต้านั้น เป็นการหยุดมันอย่างเฉียบพลันและไม่เป็นการทรมานแม้แต่นาทีเดียว



1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ถอยหลัง.....หน้าถัดไป

เส้นทาง : สารบัญ เดินป่า ล่าสัตว์ แกะรอยศิลปะในการล่าสัตว์