รอยเท้าสัตว์

อ่านเรื่องพชรพระอุมา เรามักเจอการตามสัตว์ ซึ่งมักเอ่ยถึงรอยเท้าสัตว์อยู่บ่อยๆ ตัวละครในเนื้อเรื่องพอเห็นก็บอกกันง่ายๆ ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ง่ายอย่างนั้น เราคนอ่าน บางทีอ่านเฉยๆ เราก็นึกภาพไม่ออกว่าสัตว์แต่ละชนิดมีรอยเท้าอย่างไร จึงนำเสนอรอยเท้าสัตว์เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และเพิ่มอรรถรสในการอ่านนวนิยายเรื่องนี้

การแกะรอยสัตว์โดยอาศัยรอยเท้านี้เป็นศิลปะของพรานอาชีพ แต่นักศึกษาธรรมชาติหลายๆคนที่ชำนาญก็อาจศึกษาเข้าใจได้ไม่ยาก คนที่เก่งๆ ไม่เพียงทราบชนิดสัตว์เท่านั้น ยังสามารถบอกเพศหรือพฤติกรรมของสัตว์นั้นได้ด้วย โดยอาศัยการเดิน การหยุด หรือแม้แต่การถอย(อย่างมหิงสาในเนื้อเรื่อง)

รอยตีนสัตว์ใช่ว่าจะเห็นได้ชัดเสมอไป ขึ้นกับลักษณะของพื้น ขนาดตัวและน้ำหนักตัวของสัตว์นั้นๆ พื้นที่จะเห็นรอยตีนสัตว์ได้ชัดเจนเช่น รอยบนดินอ่อน โคลน บริเวณใกล้หนองน้ำ และทราย หรือริมลำธาร หรือโป่งดินแฉะ ถ้าความนุ่มพอเหมาะก็อาจเห็นถึงรอยเล็บหรือกีบได้ทีเดียว อย่างไรก็ตาม รอยเท้าสัตว์ที่พบในป่าใช่ว่าจะเห็นชัดสมบูรณ์เสมอไป ต้องอาศัยประสบการณ์ที่มากพอจึงจะบอกได้

รอยเท้าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีสองประเภท คือประเภทสัตว์มีเล็บ (Unguiculata)กับ มีกีบ (Ungulata) สัตว์ประเภทมีเล็บมักมีตีนเป็นอุ้ง ปลายนิ้วมีเล็บ ซึ่งอาจจะเป็นเล็บแบน หรือเล็บแหลมเหมือนตะขอก็ได้ บนรอยตีนสัตว์บางชนิด อาจปรากฎรอยปลายเล็บด้วย แต่อีกหลายชนิด จะไม่มีส่วนใดของเล็บที่สัมผัสดินเลย การจะเห็นรอยตีนสมบูรณ์หรือไม ่ยังขึ้นการการวางน้ำหนักตัวว่าวางเต็มน้ำหนักตัว เต็มฝ่าเท้าหรือไม่อีกด้วย

ส่วนสัตว์ประเภทมีกีบ จำนวนนิ้วของสัตว์พวกนี้ ได้เปลี่ยนรูป ส่วนปลายของนิ้วเท้ากลายเป็นกีบ โดยมีแผ่นผิวหนังแข็งหุ้มรอบ แข็งเหมือนเขาสัตว์ ครอบปลายนิ้วทั้งนิ้วไว้อีกที ส่วนขาช่วงล่างจะยาวและเรียวเล็ก

รอยเท้าสัตว์ป่าบางชนิดก็เหมือนกัน บางชนิดก็ต่างกัน และบางชนิดก็มีขนาดเท่ากัน ทำให้ยากแก่การตัดสินใจ ว่ารอยเท้านั้นเป็นของสัตว์ชนิดใด ต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นเข้ามาช่วย เช่นแหล่งอาศัย ขนาด ด่านสัตว์ อาหารที่กิน รวมทั้งมูลสัตว์ และอากัปกิริยาต่างๆ ทั้งนี้ก็ต้องอาศัย การเป็นคนช่างสังเกต ศึกษาเพิ่มเติมจากตำรา และการจดจำจากการที่ได้เห็นรอยจริง

รอยเท้าสัตว์ที่นำมาเสนอนี้เป็นบางส่วนที่มีกล่าวถึงในเนื้อเรื่องในนวนิยายเรื่องเพชรพระอุมา

 

เก้งหรือฟาน (Common Barking Deer)
รอยเท้า : รอยเท้าแต่ละข้าง มีลักษณะเหมือนกันตรงที่ มีรอยผ่ากลางแบ่งออกเป็น 2 กีบ ความยาวของกีบนอกและกีบในเท่ากัน ปลายกีบเรียวแหลม ส้นกีบกลมมน แต่แตกต่างกันที่รอยเท้าหน้ามีขนาดใหญ่กว่ารอยเท้าหลัง และปลายกีบทั้งสอง ของรอยเท้าหน้าจะแยกห่างจากกันมาก
บริเวณที่จะพบ : ด่านสัตว์ตามสันเขา ที่ราบเชิงเขา ทุ่งหญ้าริมลำธาร หรือโป่งดิน
 

กวางป่า (Sambar Deer)
รอยเท้า : รอยเท้าหน้ามีขนาดใหญ่กว่ารอยเท้าหลัง แต่มีลักษณะคล้ายกัน คือ มีร่องผ่ากลาง แบ่งออกเป็น 2 กีบ แต่ละกีบค่อนข้างกลมรี โดยปลายกีบจะรีแหลม แล้วบานกว้างออกลงมา ทางส่วนส้นเท้า นอกจากนี้กีบซีกในจะมีขนาดสั้นกว่ากีบนอกเล็กน้อย ทำให้เรารู้ว่ารอยเท้าที่พบ เป็นรอยเท้าซ้ายหรือขวา รอยเท้ากวางป่ากับหมูป่ามีส่วนคล้ายกันมากคือ ความกว้าง แต่แตกต่างตรงที่รอยเท้ากวางยาวกว่าเกือบ2 ซม. และปลายกีบทั้ง 2 ของเท้าแต่ละข้าง จะอยู่ชิดกันมากกว่าของหมูป่า
บริเวณที่จะพบ : ที่ราบเชิงเขา ทุ่งหญ้า ริมธารน้ำ หรือโป่งดิน ซึ่งกวางป่าจะชอบกินดินโป่งมากแทบไม่เว้นแต่ละคืน
 
เลียงผา (Serow)
เลียงผา (Serow)
รอยเท้า : รอยเท้ามีลักษณะเหมือนผีเสื้อ โดยมีกีบแต่ละข้างเป็นเหมือนปีกผีเสื้อ ปลายกีบทั้งสอง แยกออกจากกัน ไม่งองุ้มเข้าหากัน ทั้งรอยเท้าหน้าและรอยเท้าหลัง ปลายกีบกลมมนไม่แหลม แต่ส่วนส้นกีบจะกลมมนมากกว่า รอยเท้าหน้ามีขนาดใหญ่กว่ารอยเท้าหลัง
บริเวณที่จะพบ : ริมหน้าผา หรือไหล่เขาสูงชัน
 
กระจงเล็กหรือกระจงหนู (Lesser Mouse Deer)
กระจงเล็กหรือกระจงหนู (Lesser Mouse Deer)
รอยเท้า : สัตว์กีบที่มี ขนาดเล็กที่สุดในเอเชีย
บริเวณที่จะพบ :
 
เม่นใหญ่แผงคอยาว (Malayan Porcupine)
เม่นใหญ่แผงคอยาว (Malayan Porcupine)
รอยเท้า : บริเวณรอยเท้าของเม่นมักพบรอยขนเม่นที่ลากดิน หรือขีดเป็นทางอยู่ด้วย บางครั้งก็จะพบขนเม่นที่หลุดทิ้งไว้ตามทางเดิน
บริเวณที่จะพบ :


หน้านี้.......หน้าต่อไป

เส้นทาง : สารบัญ เดินป่า ล่าสัตว์ แกะรอยรอยเท้าสัตว์