|
หน้า - ๒ -
|
| |
| ตามรอยสัตว์ในเชิงพราน |
|---|
พ.ท.บุญสืบ ลือศิริ1 ได้อธิบายถึงปัญหาอันเกี่ยวกับการดำรงชีพสรุปได้ว่า แบ่งเป็นประเภทใหญ่ได้ 3 ประเภท
คือ อาหาร น้ำ และที่พัก ว่ามีความรู้อะไรบ้างในการแสวงหาอาหาร ต่อไปก็ทราบถึงแหล่งน้ำ
และสุดท้ายต้องสามารถแสวงหาหรือจัดทำที่พัก สำหรับป้องกันความร้อนหนาว
และลักษณะของดินฟ้าอากาศได้ซึ่งต้องจัดชุดดำรงชีพต่างกันออกไปตามภูมิประเทศ เช่น
ชุดดำรงชีพในป่าที่จำเป็น มีสิ่งของต่างๆ ดังนี้
1. เข็มทิศ
2.ไม่ขีดไฟ
3. ยาเม็ดฆ่าเชื้อในน้ำ
4. ยากันแมลงและยุง
5. ใบมีดโกน
6. เบ็ดและสายเบ็ด
7. กระจกสัญญาณ
8. มีดพก
9. ด้าย, เข็มเย็บผ้า และกระดุม
10. ชุดปฐมพยาบาล มีผ้าพันแผล, ทิงเจอร์, ยากันมาเลเรีย, ยาแก้ไข, แก้ปวดท้อง, เซรุ่มแก้พิษงู
ความรู้เชิงพราน
สุภาคย์ อินทองคง ได้อธิบายของคำว่า พราน ไว้ว่า
ได้แก่ผู้ประกอบอาชีพล่าสัตว์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของมนุษย์ชาติก่อนที่จะพัฒนาตนเองขึ้นสู่วัฒนธรรมเลี้ยงสัตว์
เพาะปลูก และก้าวขึ้นสู่วัฒนธรรมสมัยใหม่ในปัจจุบัน ภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาลำเนาไพรของภาคใต้
เป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิด มีส่วนให้ลูกหลานประกอบการได้สืบทอดขั้นตอน วิธีการของอาชีพพรานป่า
ตลอดจนสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันมา จนยากที่จะสืบสาวหาจุดเริ่มต้นบรรพชนของพรานทั้งหลายได้2
สุภาคย์ อินทองคง ได้กล่าวถึงอาชีพพรานไว้ว่า
อาชีพพรานเป็นอาชีพเสี่ยงอันตราย ผู้จะเป็นพรานที่ดี มีความสามารถสูง ต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้ คือ
มีร่างกายแข็งแรง สมส่วนไม่มีโรคประจำตัว มีประสาทฟูตาไวและแม่นยำ หมั่นฝึกฝนให้ชำนาญในการใช้อาวุธประจำกาย
และใช้ได้อย่างแคล่วคล่องแม่นยำ มีความชำนาญในพื้นที่ล่าสัตว์ของตน เชื่อมั่นในครูหมอพรานและชำนาญในอาคมทุกบท
มีน้ำใจเป็นนักกีฬาต่อสัตว์ เช่น ไม่ล่าสัตว์พิการหรือสัตว์อ่อน และมีความเอื้อเฟื้อต่อเหล่าพรานด้วยกัน3
จำลอง คำบุญชู4 ได้กล่าวถึงการเรียนรู้พรานป่า สรุปได้ว่า การเรียนรู้เป็นพรานป่าไม่มีระบบกฎเกณฑ์
ผู้ที่จะเป็นพรานป่ามักเป็นเพราะเห็นแบบอย่างจากพ่อหรือญาติที่ใกล้ชิดและเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
ระยะเริ่มแรกเรียนรู้การเป็นพรานป่าจากการได้ติดตามพ่อหรือญาติผู้ใหญ่เข้าป่าล่าสัตว์คอยเป็นผู้ช่วย
ยังไม่ได้จับปืนยิงสัตว์ ระยะต่อมาพอนานเข้าเริ่มมีประสบการณ์ และสะสมจดจำความรู้ต่างๆ
จากที่ได้ติดตามช่วยเหลือพ่อและญาติผู้ใหญ่ ทำให้รู้จักภูมิอากาศ สถานที่อันเป็นแหล่งล่าสัตว์
รู้จักบริเวณป่าที่สำคัญมากขึ้น รู้จักห้วยสำคัญๆ มากขึ้น รู้จักกิ่วต่างๆ ดีขึ้น ตลอดจนรู้ถึงข้อปฏิบัติ
และความเชื่อต่างๆ ของพรานเพิ่มขึ้น
จำลอง คำบุญชู5 ได้กล่าวถึงวิธีการล่าสัตว์ สรุปได้ว่า นายพรานมีวิธีล่าสัตว์หลายวิธี
บางวิธีต้องช่วยกันล่าหลายคน แต่บางวิธีก็สามารถล่าสัตว์ได้เพียงลำพัง วิธีล่าที่พบเห็นมีดังนี้
1. การไล่เหล่า เป็นวิธีล่าสัตว์ที่พรานหลายคนช่วยกันไล่สัตว์ออกจากเหล่า และดักยิงสัตว์
2. การนั่งห้าง เป็นวิธีดักยิงสัตว์ในบริเวณที่สัตว์มักผ่านไปมา ซึ่งสามารถทำได้เพียงลำพัง
3. การนั่งด่าน เป็นวิธีดักยิงสัตว์ในบริเวณที่สัตว์มักผ่านไปมา ซึ่งสามารถทำได้เพียงลำพัง
4. การไล่หย่อง เป็นวิธีล่าสัตว์ทำเพียงลำพังคนเดียวด้วยการเดินย่องๆ ดูว่าสัตว์อยู่ตรงไหน เมื่อพบก็ยิงสัตว์นั้นทันที
5. การใช้กับดัก กับดักเป็นเครื่องมือดักจับสัตว์ การใช้กับดัก เป็นวิธีจับสัตว์ที่พรานบางคนนิยมใช้
เพราะเป็นวิธีที่ไม่เหนื่อย ไม่ลำบาก โดยมากใช้กับสัตว์ขนาดเล็ก กับดักที่ใช้ เช่น บ่วง แร้ว เป็นต้น
สุภาคย์ อินทองคง ได้กล่าวถึงวิธีการตามล่าสัตว์ไว้ดังนี้
การตามล่าสัตว์ พรานมีวิธีสะกดรอย 2 ลักษณะ คือ การสะกดรอยเมื่อยังไม่เห็นตัวสัตว์
และสะกดรอยหลังจากสัตว์ได้รับบาดเจ็บ ลักษณะแรกไม่ต้องใช้ความระมัดระวังมากนัก
ถ้าเป็นฤดูฝนพรานสังเกตรอยเท้าบนพื้นดินหรือใบไม้ที่สัตว์เหยียบ ถ้าเป็นฤดูแล้งสังเกตจากเปลือกไม้
และยางไม้ที่สัตว์เหยียบ ถ้าเป็นหมูป่าจะสังเกตรอยดินโคลนที่ติดตามใบหรือกิ่งไม้ประกอบ
ซึ่งช่วยให้ทราบขนาดของหมูด้วย ถ้าพบร่องรอยสัตว์เดินไปข้างหน้าไม่วกวน
แสดงว่าสัตว์นั้นเดินอย่างรวดเร็วและเดินไประยะไกล แต่ถ้าเดินวกวนแสดงว่าเดินช้า
และจะเดินอยู่ในระยะใกล้ พรานจะเริ่มใช้ความระมัดระวังและสำรวจบริเวณทันที
และจะรีบเดินทางลัดไปคอยดักสัตว์อยู่ข้างหน้า ตามทิศทางประจำวันของเจ้าป่า
ลักษณะที่ 2 ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บมักจะหลบซ่อน
และมักจะทำร้ายโดยไม่รู้ตัว แต่การสะกดรอยทำได้สะดวกโดยการสังเกต
รอยเลือดจากบาดแผลที่ตกติดตามใบไม้และพื้นดิน6
จากการศึกษาประเภทของการดำรงชีพในป่าของผู้รู้ข้างต้น
ผู้วิจัยได้นำมาเป็นแนวทางในการกำหนดประเภทของความรู้เชิงพรานที่จะศึกษาในนวนิยายเพชรพระอุมา
ของพนมเทียน ดังนี้
1. การยังชีพในป่า
2. การแกะรอย
3. การหลบหลีกภัย
4. ศิลปะในการล่าสัตว์
5. การใช้อาวุธ
1พ.ท.บุญสืบ ลือศิริ. "ประเภทของรอยสำหรับการสะกดรอย," ใน หมวดวิชาการรบพิเศษหลักสูตรชั้นนายสิบอาวุโส. 2534. หน้า 3.
2สุภาคย์ อินทองคง. "พราน : อาชีพ," ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคใต้ เล่ม 11. 2544. หน้า 2539.
3แหล่งเดิม. หน้า 2539.
4จำลอง คำบุญชู. "การเรียนรู้การเป็นพรานป่า," ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ เล่ม 2. 2544. หน้า 4579-4580.
5จำลอง คำบุญชู. "วิธีการล่าสัตว์," ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ เล่ม 2. 2544. หน้า 4575-4577.
6สุภาคย์ อินคงทอง. "พราน : อาชีพ," ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคใต้ เล่ม 11. 2544. หน้า 5242-5242.
1 2 3 4 5 6 7 8
ถอยหลัง.......หน้าต่อไป
เส้นทาง : สารบัญ เดินป่า ล่าสัตว์ แกะรอย ตามรอยสัตว์ในเชิงพราน
|
|
|