หน้า - ๒ -
 
การยังชีพในป่า


  • แหล่งน้ำลำห้วย
พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการแสวงหาแหล่งน้ำจากลำห้วยไว้ในเพชรพระอุมา ตอนดงมรณะ และได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญแหล่งน้ำประเภทลำห้วยไว้ เป็นเหตุการณ์ตอนที่รพินทร์สั่งให้ลูกหาบ บรรทุกน้ำเต็มอัตราหลังจากรับประทานอาหารกลางวัน ความว่า
หลังอาหารกลางวัน รพินทร์สั่งให้พวกลูกหาบบรรทุกน้ำเต็มอัตรา จากลำห้วย โดยไม่ประมาท แล้วก็เคลื่อนขบวนต่อ

(ดงมรณะ หน้า 511)

จากข้อความที่ตัดตอนมานี้แสดงให้เห็นว่า พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องการแสวงหาแหล่งน้ำที่พบมีลักษณะเป็นแหล่งน้ำลำห้วย ซึ่งมีน้ำสะอาดและคาดว่าต่อไปอาจหาแหล่งน้ำได้ยาก รพินทร์จึงให้ลูกหาบ "บรรทุกน้ำเต็มอัตรา" ไปด้วย

  • แหล่งน้ำมวก
เพชรพระอุมา ตอนจอมผีดิบมันตรัย พนมเทียนได้กล่าวถึงแหล่งน้ำอีกประเภทหนึ่งคือ แหล่งน้ำมวกได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของความรู้เรื่องแหล่งน้ำชนิดนี้ ความว่า
แงชายและพวกพรานพื้นเมืองที่รพินทร์ใช้ให้แยกกันออกไปหาแหล่งน้ำ ก็พากันดินรวมกลุ่มโผล่ออกมา บนหลังของส่างป่าและคะหยิ่นสะพายกระบอกไม้ไผ่สดที่เพิ่งตัดมาใหม่… รพินทร์เรียกแงชายเข้ามาพูดอะไรกันสักครู่ ก็บอกให้นายจ้างทราบว่า เขาจะนำตัดขึ้นเนินลูกเล็กๆ ที่แลเห็นอยู่ทางทิศใต้ของทุ่ง เพื่อเข้าหาแอ่งน้ำมวก สำหรับการพักนอนค่ำนี้

(จอมผีดิบมันตรัย หน้า 147)

จากข้อความที่ตัดตอนมานี้บอกให้ผู้อ่านทราบว่า พนมเทียนสะท้อนให้เห็นว่า พรานพื้นเมืองมีความรู้เกี่ยวกับทำเลที่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ประเภทแหล่งน้ำมวก

พนมเทียนได้อธิบายลักษณะของน้ำมวก โดยสะท้อนผ่านคำพูดของแงชายความว่า
"…'น้ำมวก' ที่แงชายบอกไว้ คือ บ่อน้ำธรรมชาติขังอยู่ในแอ่งหิน ลักษณะเกือบจะเป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2 เมตร น้ำที่ขังอยู่มีสีขาวมัวเหมือนน้ำนมจางๆ แต่ก็จืดสนิทและเย็นเฉียบ รพินทร์สั่งให้ปลดของลง นั่นหมายถึง การเดินทางของวันนี้จะสิ้นลงเพียงแค่นี้"

(จอมผีดิบมันตรัย หน้า 148)

ลักษณะแหล่งน้ำจากตัวอย่าง พนมเทียนสะท้อนความรู้ในเรื่องนี้ให้เห็นว่าเป็นแหล่งน้ำมวก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งขังอยู่ในแอ่งหิน น้ำที่ขังมีลักษณะสีขาวมัวเหมือนน้ำนมจางๆ จืดสนิทและเย็นเฉียบ

การแสวงหาแหล่งน้ำที่ปรากฏในนวนิยายเรื่องเพชพระอุมา สะท้อนให้เห็นว่าพรานต้องรู้จักแหล่งน้ำ ในระหว่างทางเป็นอย่างดี คือรู้ทั้งสถานที่ ปริมาตร คิดและวิธีนำน้ำมาใช้หรือใช้น้ำอย่างเพียงและปลอดภัย

1.2 การแสวงหาพืชและผลไม้ พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการแสวงหาพืชและผลไม้มาสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ว่า การเดินป่าอาหารย่อมต้องหาในป่า อาหารที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ พืชและผลไม้ ผู้เป็นพรานจะต้องรู้จักพืชและผลไม้ หรือรู้จักการสังเกตจากร่องรอยการกัดแทะของสัตว์โดยเฉพาะลิง พนมเทียนได้สะท้อนภาพวิธีการแสวงหาพืช และผลไม้มาเป็นอาหาร ผ่านนวนิยายเพชรพระอุมา ดังตัวอย่าง

  • อาศัยสัตว์ป่า
พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องนี้ไว้ในเพชรพระอุมา ตอนดงมรณะ และสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ว่า กล้วยป่าซึ่งเป็นผลไม้ที่เป็นที่รู้จักกันดีและแสดงร่องรอยการกัดแทะของสัตว์ด้วย ดังความว่า
ส่วนแงชายแบกกล้วยป่ามาเครือหนึ่ง มีรอยนกและอีเห็นกินเสียกว่าครึ่ง รพินทร์แทบจะหัวเราะออกมาดังๆ หันไปทาง ม.ร.ว.คนสวย ซึ่งนั่งสีหน้าผิดหวังอยู่
" ได้มาแล้วครับ 'ข้าวลิง' มีทั้งมันมือเสือ กล้วยป่า…อ้อๆ ดูเหมือนจะมีลูกไข่เน่ามาด้วยอีกห่อใหญ่"

(ดงมรณะ หน้า 77)

ลักษณะการแสวงหาพืชและผลไม้จากตัวอย่าง พนมเทียนได้สะท้อนความรู้ให้เห็นว่า นอจากจะเป็นสิ่งที่คนทั่วไปรู้จักแล้วยังมีร่องรอยการกัดกินของสัตว์ป่า คือ มีรอยกัดกินของนกและอีเห็นด้วย

  • อาศัยความคุ้นเคย
พนมเทียนได้นำความรู้เรื่องการแสวงหาอาหารประเภทพืชและผลไม้และสะท้อนให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ว่า ส่วนใหญ่เป็นการหาโดยอาศัยความคุ้นเคย ดังตัวอย่างจากเรื่องเพชรพระอุมา ตอนดงมรณะ ความว่า
แงชายไปขุดมันมือเสือมาเผาเพิ่มเติมแทนข้าวที่มีปริมาณน้อยกว่าคนหกคนจะกินกันได้อิ่ม

(ดงมรณะ หน้า 77)

…ทั้งหมดสังเกตเห็นคนใช้กะเหรี่ยงและพรานพื้นเมืองหิ้วอะไรมาในมือด้วย เมื่อใกล้เข้ามาจึงเห็นว่าเกิดมีมันมือเสือมาสี่ห้าหัว…

(ดงมรณะ หน้า 77)

จากตัวอย่างที่ตัดตอนมา พนมเทียนสะท้อนความรู้เรื่องนี้ให้ผู้อ่านทราบว่าลักษณะอาหารประเภทมันมือเสือเป็นพืช ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักและเมื่อมาพบในป่าก็รู้ได้ทันทีเป็นพืชที่กินได้ เป็นการแสวงหาโดยอาศัยความคุ้นเคย

******************************

หมายเหตุ : เนื้อเรื่องคัดลอกบางส่วนจากวิทยานิพนธ์เรื่อง วิเคราะห์ภาพสะท้อนเชิงพรานในนวนิยายเพชรพระอุมา ของพนมเทียน ซึ่งคุณสริญญา คงวัฒน์ ได้เสนอต่อมหาวิทยาลัยทักษิณ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย พฤษภาคม 2545

หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13
ถอยหลัง.......หน้าต่อไป

เส้นทาง : สารบัญ เดินป่า ล่าสัตว์ แกะรอยการยังชีพในป่า