จุดของการวางกระสุน

บุคคลผู้ฉลาดย่อมจะไม่ตัดสินใจทำการล่าสัตว์ใหญ่ก่อนที่จะมีความชำนิชำนาญในการใช้อาวุธปืน และมีความเชี่ยวชาญในการยิงปืน การยิงถูกจุดสำคัญของสัตว์ เป็นสิ่งสำคัญแก่การล่าสัตว์มากกว่าการยิงไม่ถูกจุดสำคัญ

ในปัจจุบันมนุษย์ยังมิสามารถประดิษฐ์กระสุนชนิดที่ "ยิงถูกตรงไหนก็ตามตายทั้งนั้น" ได้ ยิงเก้งถูกด้วยปืนลูกกรด ยังจะดีกว่ายิงด้วยปืนไรเฟิลขนาดใหญ่แต่ผิด

นอกจากการยิงถูกด้วยปืนขนาดเล็กดีกว่ายิงผิดด้วยปืนขนาดใหญ่แล้ว การยิงถูกจุดสำคัญในร่างกายของสัตว์ ด้วยปืนขนาดเล็กยังดีกว่าการยิงด้วยปืนขนาดใหญ่แต่ไม่ถูกที่สำคัญ ยิงเสือด้วยปืนลูกกรดขนาด .22 ถูกตรงแสกหน้า ซึ่งเป็นจุดสำคัญยังได้ผลดีกว่าใช้ปืนไรเฟิลขนาด .375 แม็กนั่มแล้วยิงถูกขาของเสือ

ความจริงในการยิงปืนและการล่าสัตว์ มีอยู่ว่า ฝีมือของผู้ยิงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าขนาดของปืน นักล่าสัตว์ที่ชำนาญ, เยือกเย็น, สุขุมสามารถสังหารสัตว์ใหญ่ๆ ด้วยปืนขนาดเล็กได้ แต่ถ้าให้ปืนขนาดเดียวกันนี้กับผู้ไม่ชำนาญก็มิสามารถจะล้มแม้แต่สัตว์เล็ก เพราะยิงไม่ถูกจุดสำคัญ

ปัญหาซึ่งได้ถกเถียงกันเสมอๆ ก็คือ ปืนขนาดนี้จะมีกำลังพอกับสัตว์ขนาดนั้นๆ หรือไม่ เพราะเหตุใด บางคนบอกว่าการล่าสัตว์สำหรับป่าเมืองไทย ใช้ขนาด .30-06 ก็พอถมไป บางคนก็ว่าปืนขนาด .30-06 นี้ ยิงวัวก็ไม่ค่อยจะอยู่แล้วจะใช้ได้อย่างไร ถ้าพบกระทิงโทนหรือช้างเข้าก็จะสิ้นท่าสิ้นทีและหมดปัญหา ปัญหาหรือข้อคิดซึ่งแตกต่างกันดังกล่าว มิใช่อยู่กับปืน อันความแท้จริงอยู่ที่ฝีมือของผู้ยิง, อยู่ที่ศิลปของการใช้ และอยู่ที่สถานการณ์และเหตุการณ์ของการใช้ – รำไม่ดีจะโทษปี่โทษกลองอย่างไรได้

นักล่าสัตว์หรือพรานผู้ชำนาญย่อมจะรู้จักขนาด, น้ำหนัก, อุปนิสัย และความเป็นอยู่ของสัตว์ที่ตนจะทำการล่า, ย่อมจะรู้จักภูมิประเทศของป่าที่ทำการล่าเป็นอย่างดี และรู้จักที่อยู่, ที่นอน, ที่หากินของสัตว์นั้นๆ ด้วย ดังนั้นจึงสามารถแอบเข้าไปยิงสัตว์ใกล้ๆ ได้ คนที่ชำนาญ สามารถใช้ปืนไรเฟิลขนาด .30-06 ยิงช้างและยิงกระทิงอย่างชนิด "นัดเดียวอยู่"

พรานล่าช้างอาชีพ ซึ่งมีชื่อเสียงของโลก ผู้ซึ่งเคยล่าช้างขายเป็นจำนวนพันๆ หมื่นๆ เชือก มิได้ใช้ปืนสมัยใหม่ซึ่งเราใช้กันอย่างทุกวันนี้ใช้ในการล่าช้างขายเลย เขาใช้ปืนกระสุนดินดำซึ่งมีกำลังขับต่ำทำการยิงช้าง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบอำนาจของปืนที่เขาใช้แล้ว อำนาจของปืนที่เรากำลังใช้อยู่มีมากกว่าและสูงกว่าหลายเท่า นักล่าช้างอาชีพกล่าวไว้ว่า "การล่าช้าง, อยู่ที่อานุภาพจิตใจของผู้ล่าช้างมากกว่าอานุภาพของปืน ในการล่าช้าง, ผู้ล่าต้องพยายามเข้าไปใกล้ๆ ช้างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อผู้ล่าได้เข้าไปใกล้ช้างที่สุด ซึ่งผู้ล่าคิดว่าจะเข้าไปใกล้กว่านั้นอีกไม่ได้แล้ว ก็ให้ผู้ล่าเดินออกไปหาช้างอีก 10 ก้าว แล้วจึงทำการยิง"

จุดอ่อนของช้าง ซึ่งเราสามารถยิงนัดเดียวอยู่ อยู่ที่บริเวณส่วนสูงของแสกหน้า ซึ่งตามภาษาชาวป่าเรียกว่า "น้ำเต้า" และจุดกึ่งกลางระหว่างดวงตากับรูหู และที่กกหู จุดดังกล่าวเป็นบริเวณของหัวกระโหลกศีรษะ ซึ่งมีกระดูกบางที่สุด ซึ่งกระสุนที่มีกำลังขับต่ำอาจจะสามารถทะลุทะลวงไปถึงมันสมองอันเป็นจุดรวมของประสาทได้ ที่ไขสันหลังก็เช่นกัน แต่อย่าไปยิงส่วนหัวตอนบนของช้างเข้า เพราะบริเวณนั้นเป็นโพรงอากาศทั้งนั้น

สิ่งที่แปลกแต่จริง, มีอยู่ว่า ช้างเป็นสัตว์ใหญ่มิสามารถเดิน 3 ขาได้เร็ว ถ้ายิงตัดกำลังให้ขาเสียใช้ไม่ได้สักข้างหนึ่ง ช้างจะหยุดอยู่ตรงนั้น แล้วผู้ล่าจะเลือกยิงตามจุดต่างๆ ได้อย่างสบาย

ช้างเดินเรียบสนิทไม่มีเสียงดังเป็นความจริง เพราะอุ้งเท้าของช้างเป็นเนื้ออ่อน สัตว์ต่างๆ เมื่อยกเท้าออกมาจากโคลนย่อมจะมีเสียงดัง แต่ขณะที่ช้างยกเท้าขึ้น เนื้ออ่อนในอุ้งเท้าช้างห้อยย้อยติดกับส่วนหน้าของพื้นโคลนอยู่ และเมื่อช้างยกเท้าสูงขึ้นเนื้ออ่อนนี้จะค่อยๆ หลุดออกจากโคลนซึ่งจะไม่ทำให้เกิดเสียงดัง เนื่องจากอากาศวิ่งเข้าไปในบริเวณที่ว่าง ซึ่งไม่มีอากาศในรอยเท้า

ในการล่ากระทิง หน้าอก, ก้านคอ, หัวใจและกระดูกสันหลังควรเป็นจุดแรกที่ผู้ยิงพิจารณา มีหลายชีวิตที่ต้องสูญเสียไปเนื่องจากกระทิงพุ่งเข้าขวิด เพราะผู้ยิงใช้กระสุนหัวแข็งยิงที่หน้าผากของกระทิง บริเวณหน้าผากซึ่งเป็นฐานของเขากระทิงเป็นส่วนแข็ง เมื่อกระสุนหัวแข็งถูกบริเวณนี้ถ้าไม่ตรงเป็นมุมฉาก นั่นก็คือเป็นมุมเฉียงแล้ว กระสุนมักจะแฉลบออกไปโดยมิได้ทำอันตรายใดๆ แก่กระทิงเลย

ส่วนมากในการยิงสัตว์ ถ้าผู้ยิงสามารถวางกระสุนเหนือบริเวณหน้าอกของสัตว์ขึ้นไปได้ก็หวังผลได้ประมาณ 70% ทีเดียว ถ้าปืนของผู้ยิงค่อนข้างเล็กก็ควรจะยิงตัดหัวไหล่หน้าไว้ก่อนเพื่อชลอการวิ่งของสัตว์ให้ช้าลง แล้วจึงทำการเลือกยิงอย่างประณีตในนัดต่อๆ ไป ถ้าผู้ยิงหาโอกาสยิงนัดแรกตรงจุดสำคัญไม่ได้

สัญชาติญาณของสัตว์โดยทั่วไปหวาดกลัวมนุษย์เสมอ สัตว์ทุกชนิด ถ้าไม่ทุกข์ภาพแล้วจะไม่ทำการล่ามนุษย์กินเป็นอาหาร สัตว์ซึ่งดุร้ายที่สุดของโลกมี 5 ชนิด คือ ช้าง, เสือ, ควายป่า, แรดและสิงโต แต่ควายป่านั้นเป็นสัตว์ซึ่งตัดสินกันแล้วว่าร้ายที่สุด

การแกะรอยตามสัตว์ป่วยมีอันตรายมากที่สุดเมื่อถึงจุดสุดยอดแล้ว (Climax) สัตว์ป่วยซึ่งท่านตามล่าจะวางแผนการณ์ล่าท่านเป็นการตอบแทนด้วย ดังนั้นเพื่อมารยาทอันดีและเพื่อความปลอดภัยของสังคม อย่าได้ทำการยิงสัตว์อย่างชนิดที่เรียกกันว่า "ชุ่ย-ชุ่ย" เลย เมื่อไม่แน่ใจอย่ายิงเป็นอันขาด

เมื่อได้พิจารณาถึงข้อนี้ ก็เห็นเป็นการสมควรอย่างยิ่งซึ่งผู้ซึ่งศึกษาการล่าสัตว์ควรจะเรียนและศึกษารูปร่างลักษณะและส่วนต่างๆ พร้อมทั้งตำแหน่งที่ตั้งของอวัยวะอันสำคัญให้ถ่องแท้แน่นอนเสียก่อน นอกจากนั้นยังจะต้องศึกษาดูมุมต่างๆ เพื่อการวางกระสุนด้วย เพราะการพบสัตว์ในป่าอาจจะเป็นทางด้านหน้า, ด้านข้าง หรือด้านหลังก็ได้ไม่แน่นอน ดังนั้นจึงควรพิจารณาดูให้ถ่องแท้ว่า ถ้าท่านพบสัตว์ด้านข้าง ควรจะทำการเล็งและวางกระสุนตรงไหน หรือเมื่อพบทางด้านหลังควรจะยิงอย่างไร เป็นต้น

ในปัจจุบันการล่าสัตว์เป็นเรื่องยาก เพราะไม่มีสัตว์ให้ล่า แต่ท่านก็สามารถศึกษาสัตว์ต่างได้จากสวนสัตว์ทั้งของรัฐและของเอกชน เพื่อดููและศึกษาลักษณะท่าทางกริยาบทและจุดการวางกระสุนในด้านต่างๆได้ ก็ทำให้ท่านรู้จักลักษณะของสัตวมากขึ้น การอ่านนิยายเรื่องเพชรพระอุมาของท่านก็จะได้อรรถรสมากขึ้น

ทุกๆ คนก็ย่อมทราบดีแล้วว่า สมองของสัตว์เป็นเป้าหมายอันสำคัญแต่ข้อแนะนำว่า การหวังที่จะยิงสัตว์ทุกๆ ครั้งที่สมองก็เป็นการเสี่ยงซึ่งไม่สมเหตุผล ถ้ายิงถูกก็เป็นการแน่นอนว่าสัตว์จะต้องตายทันที แต่ถ้ายิงผิดก็ย่อมจะเป็นไปได้อีกในต่างกรณี สมองเป็นเป้าหมายเล็กยิงยาก

ที่ก้านคอก็เหมือนกัน ถ้ายิงถูกก็คอหักตายทันที แต่คอของสัตว์มิได้นิ่งเฉยอยู่เสมอ สัตว์อาจจะเฉยอยู่ในขณะทำการเล็ง แต่พอเวลาท่านเหนี่ยวไกสัตว์อาจยกคอขึ้นพอดีก็ได้ ดังนั้นถ้าไม่ถูกก้านคอหักก็เหมือนว่าถูกเป้าหมายที่ไม่สำคัญอันใดเลย อาจจะถูกหลอดคอขาด แต่สัตว์ก็ไม่ตายทันทีในเดี๋ยวนั้นและไม่มีหวังตามได้ในระยะเวลาอันสั้น เพราะถึงแม้สัตว์จะกินอาหารไม่ได้ ก็เป็นเวลาอีกหลายวันกว่าจะสิ้นชีวิต เป็นการล่าเนื้อให้เสือกินเปล่าๆ

สมองและก้านคอควรพิจารณาเป็นเป้าหมายยิง ถ้าสัตว์อยู่ในระยะใกล้ๆ และเหตุการณ์อำนวยให้แก่ผู้ยิง และในกรณีที่สัตว์วิ่งพุ่งเข้าใส่แล้วก็ไม่มีปัญหาอย่างใด แต่ถ้าในเหตุการณ์และกรณีธรรมดา ก็ควรพิจารณาเป้าหมายที่อื่นก่อนดีกว่า

ในการล่าหมีการยิงที่หัวไหล่ได้ผลดีมากและไม่ค่อยผิด เพราะเป็นเป้าใหญ่กว่าสมอง หมีซึ่งหัวไหล่หักจะไม่สามารถปีนขึ้นต้นไม้ และก็จะไม่สามารถวิ่งเข้าใส่ผู้ยิงซึ่งอยู่บนที่สูงได้ การยิงสัตว์ที่หัวไหล่เป็นการหยุดสัตว์ได้ดี แต่ถ้าผิดก็เพียงขาหักเท่านั้น

จุดซึ่งดีที่สุดเพื่อการยิงก็คือที่ปอดของสัตว์ ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่ตรงส่วนข้างถัดต่อหัวไหล่ ผลดีซึ่งเกิดจากการยิงเป้าหมายตรงจุดนี้มีหลายประการ หัวกระสุนซึ่งมีน้ำหนักพอดีสมกับลักษณะของสัตว์แล้วและถูกตรงเป้านี้ส่วนมากหรือโดยทั่วไป มักจะได้ผลชนิดที่ว่านัดเดียวอยู่ สัตว์อาจจะไม่ตายทันที แต่ก็เชื่อได้ว่าจะต้องเสร็จในระยะเร็วไม่ช้าแน่นอน การขยายเบ่งบานของหัวกระสุน และการหมุนของมันจะตีและฉีกขาดปอดออกเป็นเสี่ยงๆ ซึ่งจะยังให้เกิดอาการช็อคอย่างมหันต์แก่ระบบประสาททั้งหมด และส่วนมากแล้วมักจะเกิดการช็อคทางระบบน้ำขึ้น ทำให้หัวใจหยุดทำงาน

จากการค้นคว้าและการศึกษาได้พบว่า การยิงถูกปอดตรงบริเวณใกล้หัวใจทำให้สัตว์ตายไวกว่าเมื่อถูกยิงตรงหัวใจเองเสียอีก เมื่อสัตว์ถูกยิงตรงหัวใจ, สัตว์ส่วนมากมักยังวิ่งต่อไปได้อีกตั้ง 20-200 หลาก่อนจะสิ้นใจ

บริเวณปอดเป็นเป้าหมายใหญ่กว่าสมอง, ก้านคอ, และกระดูกสันหลังและถ้าท่านยิงบริเวณปอดผิด กระสุนขึ้นสูงอาจไปถูกกระดูกสันหลังก็ได้หรืออาจผิดไปถูกก้านคอสัตว์ก็ได้ หรือถ้าผิดไปทางหลังของสัตว์ อาจถูกท้องก็ได้ นี้จะเห็นได้ว่าการเล็งที่บริเวณปอดมีหวังดีกว่าที่จุดอื่นๆ หลายประการ เพราะถ้าไม่ถูกปอดกระสุนอาจพลาดไปถูกจุดสำคัญในบริเวณใกล้เคียงซึ่ง กลับเป็นผลดีอีกด้วย

หัวใจและปอดเป็นอวัยวะอันสำคัญของสัตว์ ซึ่งจะยังให้เกิดความตายขึ้นโดยเร็ว บริเวณท้อง, ไส้ และกระเพาะอาหารอาจมีความหมายน้อยเพราะสัตว์ไม่ตายทันที สัตว์ที่หัวไหล่หักทั้งสองข้างไม่สามารถเดินไปอีกได้ แต่สัตว์ซึ่งถูกยิงจนกระเพาะอาหารและลำไส้ขาดออกจากตัวหมดแล้ว ยังสามารถวิ่งไปได้อีกไกลถ้าปืนที่ยิงไม่มีอานุภาพสูงซึ่งจะทำให้เกิดการช็อคทางระบบน้ำและระบบประสาทได้

ปืนไรเฟิลขนาด .30-06 ซึ่งสามารถยิงช้างที่สมองนัดเดียวอยู่ไม่มีอานุภาพสูงพอที่จะทำให้เกิดอาการช็อคดังกล่าวได้ นั่นก็คือ ถ้าท่านยิงกวางด้วยปืนนี้จนไส้และกระเพาะขาดออกจากตัวหมดแล้ว กวางยังสามารถยิ่งหนีไปได้อีกไกล

สัตว์ชนิดเชื่อง, ไม่ค่อยปราดเปรียวอาจมีใจเสาะอ่อนแอและตายง่ายกว่าสัตว์ซึ่งปราดเปรียว สัตว์ซึ่งเผลอตัวยืนนิ่งให้ยิงตายง่ายกว่าสัตว์ซึ่งต้องวิ่งตามไล่ยิง

การยิงสัตว์ที่ปราดเปรียวมาก การเลือกใช้อาวุธปืนจึงควรเป็นขนาดค่อนข้างใหญ่จึงจะดี เพราะปืนใหญ่มีอำนาจทะลุทะลวงสูงและมีกำลังทำให้เกิดการช็อคได้

ในกรณีที่ผู้ล่ามีปืนขนาดที่เปรียบเทียบกับสัตว์แล้ว ดูเหมือนว่าปืนจะมีอานุภาพน้อยกว่ากำลังของสัตว์ ผู้ยิงก็ควรสงบจิตใจนิ่งดูท่าทีก่อน คอยหาช่องทางหรือโอกาสยิงปอดหรือหัวใจของสัตว์ให้ได้ เมื่อยิงถูกตรงนี้ก็เป็นธรรมดาอยู่เองส่วนมากสัตว์จะยังคงวิ่งหนีไปได้ เพราะอำนาจของปืนไม่แรงพอจะทำให้เกิดการช็อค เมื่อสัตว์วิ่งหนีไปก็ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งออกติดตามทันทีควรนั่งพักสูบบุหรี่ให้สบายเสียก่อน(แบบที่พระเอกเราทำ) หรือรอให้เวลาผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงแล้วจึงค่อยเริ่มดำเนินการแกะรอยติดตาม เพราะในขณะที่สัตว์ถูกปืนใหม่ๆ ประสาทยังชาอยู่ การอักเสบของแผลหรือความเจ็บปวดยังไม่มีสัตว์จะวิ่งหนีออกไปอย่างสุดฝีเท้าในขณะนี้สัญชาติญาณของการระวังภัยเตือนให้สัตว์ตื่นตัวอยู่เสมอ ถ้าติดตามสัตว์ทันทีทันใด สัตว์ย่อมรู้ตัวและจะวิ่งหนีต่อไปอีกจนสุดฝีเท้า ถ้าท่านสงบนิ่งอยู่ดังกล่าว สัตว์ซึ่งวิ่งหนีออกไปก็จะค่อยๆ หายจากการตื่นตัวและลดฝีเท้าลงเดินตามสบาย อาการเกร็งของกล้ามเนื้อก็ลดน้อยลง ความรู้สึกเจ็บปวดก็ทวีขึ้นและจะสิ้นใจในไม่ช้าในระยะใกล้ๆ แต่ถ้ามีโอกาสยิงสมองได้ก็จัดการยิงทันทีในนัดแรก (แบบที่รพินทร์สังหารไอ้กุด)

จุดประสงค์ในการยิงเพื่อการล่าสัตว์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญก็คือ ผู้ยิงต้องวางกระสุนให้ถูกเหมาะตรงจุดสำคัญให้ดีที่สุดให้แม่นที่สุดเท่าที่ฝีมือและความเชี่ยวชาญของผู้ยิงจะทำได้ เพื่อจุดหมายในการยิงอย่างเบ็ดเสร็จนัดเดียวอยู่ แต่ถึงแม้ผู้ยิงจะมีฝีมือดีก็ตามปืนซึ่งควรจะใช้ในการล่าสัตว์ก็ควรจะเป็นปืนที่กำลังและอานุภาพสมน้ำสมเนื้อกับสัตว์ที่จะทำการล่าเพื่อป้องกันการพลั้งพลาดซึ่งอย่างน้อยถ้ามีขึ้นก็ยังทำให้ท่านพอจะมีหวังบ้างแทนที่สัตว์จะหนีไปได้เพราะอานุภาพของปืนไม่แรงพอ

ไม่มีข้อแม้อันใดที่จะเป็นข้อขัดแย้งว่า การยิงถูกจุดสำคัญของสัตว์เป็นสิ่งสำคัญกว่าขนาดของปืน และนั่นก็คือบุคคลซึ่งเป็นผู้ยิงปืนมีความสำคัญยิ่งใหญ่กว่าปืนอย่างแน่นอน ฝีมือดีพร้อมทั้งอานุภาพปืนดี หวังผลของการล่าสัตว์อย่างเบ็ดเสร็จได้มากกว่าฝีมือดีแต่อานุภาพปืนร้ายแรงไม่เพียงพอแก่สัตว์


เส้นทาง : สารบัญ อาวุธปืนและเครื่องกระสุน จุดของการวางกระสุน