จับปลาด้วยไรเฟิล

การล่าปลาด้วยอาวุธปืนในเรื่องเพชรพระอุมามีกล่าวถึง 2 ครั้ง

ครั้งแรก หลังจากเสร็จศึกสางเขียว มาเรียชวนดารินไปจับปลา
ครั้งที่สอง มาเรียกับไชยยันต์พลัดหลงกับคณะใหญ่ ออกจากถ้ำใต้ลำธาร จับปลาแล้วไปปิ้งปลาบนหลังงูใหญ่
ส่วนอีกครั้งหลังจากปราบมันตรัยแล้วพักผ่อนหนึ่งวัน รพินทร์จู๋จี๋กับดารินหลังก้อนหินแล้วถูกแงซายใช้ไม้เกี่ยวปลาไป [แงซายกับคะหยิ่นเป็นคนจับ คงไม่ได้ใช้ไรเฟิล]

ในวันพักผ่อนหลังจากเสร็จศึกสางเขียวมาเรียกับดารินไปอาบน้ำ ข้อความดังนี้

"เดี๋ยว ! ตอนที่เธออาบน้ำอยู่ฉันเห็นปลาตัวโตๆผุดฮุบอยู่ใต้ต้นไม้ริมฝั่วนั้น มาช่วยกันจับปลากันดีกว่า จะได้เอาเป็นอาหารเย็นนี้ เจออาหารประเภทเนื้อมาตลอดเวลาแล้วเบื่อเต็มที"

พร้อมกับพูด แหม่มสาวกวาดสายตาเป็นประกายลงไปยังลำธารที่ไหลผ่านแง่หินอยู่ริกๆ บางแห่งตื้น บางแห่งลึก ดารอนหันขวับไปจ้องหน้าอย่างสงสัย อุทานออกมา

"จับปลา ! จับกันยังไง เราไม่มีเครื่องมือ - "

"โธ่ ! เรื่องเล็ก ตามฉันมาทางนี้ น้อย"

มาเรียพูดโดยเร็ว ฉวยไรเฟิลประจำตัว ฉุดข้อมือดารินกระโดดไปตามก้อนหินที่งอกอยู่ริมๆน้ำ ตรงเข้าไปด้อมสำรวจใต้รากไทรอันร่มครึ้ม อันเป็นตำแหน่งน้ำนิ่ง และลึกกว่าที่อื่นๆ แล้วชี้มือบอกดารินไปคอยดักอยู่ทางปลายน้ำไม่ห่างออกไปนัก ตรงนั้นเป็นบริเวณกรวดทรายตื้นเขิน ก่อนที่น้ำจะมาถึงสันบริเวณอันเป็นขอบ แล้วไหลลงไปเบื้องล่างที่ต่ำลงไป ราวกับน้ำตกเล็กๆ

ราชนุกูลสาวทำหน้างงไม่เข้าใจว่าถ้าหล่อนมาคอยอยู่ยังตำแหน่งนี้ตามบงการของมาเรีย แล้วจะจับปลาได้อย่างไร

"พอมันลอยตามน้ำไปที่เธอ คอยวิดมันขึ้นมาบนฝั่งเร็วๆนะ"

มาเรียร้องเตือนมาอีกครั้ง แล้วเชื้อสายพรานของมาเรีย ก็สำแดงออกมาให้ดารินเห็นชัดในบัดดล มาเรียแหย่ปากกระบอกไรเฟิล .๓๗๕ ลงไปใกล้ผิวน้ำ เหนี่ยวไกตูม กำลังอัดของกระสุนที่ระเบิดผ่านลำกล้องแหวกน้ำออกไป ทำให้น้ำบริเวณนั้นแตกเป็นพรายสะเทือนกระฉอกโดยแรง ลักษณะของมันก็คือระเบิดใต้น้ำกลายๆนั่นเอง อึดใจใหญ่ๆต่อมา ปลาลำธารตัวเขื่องขนาดเกือบเท่าหน้าแข้ง ๒ - ๓ ตัว ก็ปรากฏพลิกท้องขาว ลอยฟ่อง ดิ้นกระแด่วลอยตามกระแสน้ำพัดตรงมายังลริเวณที่ดารินยืนดักอยู่ นักมานัษยวิทยาสาวร้องลั่นออกมาอย่างดีใจ เสียงมาเรียตะโกนบอกมาโดยเร็ว พร้อมกับวิ่งอ้อมตลิ่งตรงเข้ามา หล่อนจึงเอามือทั้งสองกอบวิเปลาที่กำลังลอยหงายท้องพะงาบอยู่นั้น ขึ้นไปนอนอยู่บนฝั่ง มาเรียโจนท่องน้ำลงมาช่วยเหลืออีกคนอย่างคล่องแคร่วว่องไว มีปลาเคราะห์ร้ายที่ช็อคเพราะอำนาจระเบิดของกระสุนที่ยิงอัดใต้ผิวน้ำ ลอยมาถึง ๔ ตัวใหญ่ๆ แงซายกับส่างปาได้ยินเสียง จึงวิ่งลงมาสมทบ ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ทั้งสี่ก็กลับมายังบริเวณแค้มป์ ส่างปาเอาเถาวัลย์ร้อยพวงหิ้วปลามาด้วย

เชษฐากับไชยยันต์ พอมองเห็นเข้าก็ลืมตาโตดด้วยความแปลกใจ

"นั่นไปได้ปลากันมายังไงน่ะ ?"

หัวหน้าคณะร้องถามมา ดารินหัวเราะเสียงใส บุ้ยปากไปทางมาเรีย

"เมย์น่ะซิคะ เข้าใจเหลือเกิน ไม่เสียแรงเป็นลูกสาวพรานใหญ่ เขามีมนต์เรียกปลาได้เหมือนพระสังข์"

"มนต์เรียกปลา? เป็นยังไงกัน ?"

ไชยยันต์ขมวดคิ้ว ทำหน้างง พอดารินอธิบายให้ทราบ ทั้งสองก็หันไปมองดูมาเรียอย่างทึ่งๆ อดที่จะนึกชมเชยเสียไม่ได้ ไม่มีอะไรจะต้องวิตกกังวลอีกแล้วสำหรับแหม่สาวผู้นี้ หล่อนคล่องแคล่วและชำนาญในการดำรงชีพอยู่ในป่าพอคัวทีเดียวแทบจะเรียกได้ว่า เป็นพรานด้วยตัวเองคนหนึ่ง

ส่วนอีกตอน ตอนที่ไชยยันต์กับมาเรียออกจากถ้ำใต้ภูเขา ตามหาพรรคพวก จนเวลาบ่ายสี่โมงเศษ ทั้งคู่ก็หาที่พัก

ทั้งสองตัดปัญหาเรื่องอื่นใดทั้งมวลลงชั่วขณะ สิ่งที่เผชิญหน้าในขณะนี้ ก็คืออาหารประทังชีวิตและที่พักแรมคืนพอให้ชีวิตอยู่รอดได้จนกว่าตะวันจะขึ้นอีกครั้ง ภายหลังจากพักกันพอบรรเทาเหนื่อย มาเรียก็กระโดดลงไปในลำห้วยอีกครั้งด้วยความจัดเจนชำนาญของสายเลือดพรานของหล่อน ไชยยันต์ไม่ยอมปล่อยให้หล่อนห่างอออกไปเกินกว่า ๑๐ ก้าว เพราะตระหนักดีว่าในภาวะเช่นนี้จะห่างไกลลับตากันไม่ได้เลย หล่อนเดินด้อมๆมองๆไปตามแง่หินริมน้ำ พักเดียวก็ระเบิดปลาโดยวิธียิงอัดไรเฟิลลงไปในน้ำ ได้ปลาลำธารตัวโตขนาดข้อมือขึ้นมาสามสี่ตัว........... หลังจากนั้นก็ขึ้นไปปิ้งปลาบนหลังงูใหญ่......จำได้นะครับ

ล่าปลาด้วยไรเฟิล

ศิลปในการล่าปลาด้วยปืนไรเฟิลล่าสัตว์ใหญ่ มิใช่เป็นสิ่งใหม่แปลกหรือพิสดาร มิจำเป็นต้องฝึกหัดกันอย่างปราณีตอะไรมากมายให้เสียเวลา

เมื่อปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำขุ่นซึ่งเต็มไปด้วยโคลนตม ก็เป็นการยากที่จะเห็นตัวปลาได้ชัด สิ่งซึ่งจะสังเกตได้ก็คือ หลังและครีบซึ่งยืนตั้งขึ้นเท่านั้น แหละนี่คือ เป้าหมายซึ่งนักล่าปลาด้วยปืนต้องการในการพิจารณาตำแหน่งวางกระสุน นักยิงปลาไม่มีความปรารถนาหรือต้องการยิงตรงไปถูกตัวปลา โดยทั่วไปแล้วการยิงตรงไปยังตัวปลานั้นมักจะไม่ค่อยได้ผล เพราะว่ากระสุนปืนทุกชนิดวิ่งแหวกน้ำลงไปไม่ได้ลึกก็จะหมดกำลังลง

สิ่งซึ่งนักยิงปลาปรารถนานั้นก็คือ พยายามส่งกระสุนให้เข้าไปใกล้กับปลาที่สุดเท่าที่จะทำได้ อานุภาพหรือกำลังสะเทือนที่เกิดขึ้น จะทำให้สมองของปลามึนชาและงงงวย และหงายท้องลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ ปลายังไม่ตายเพียงแต่สลบเพราะสมองได้รับความกระเทือนอย่างหนักเท่านั้น ถ้าคงปล่อยทิ้งไว้ปลาก็จะฟื้นในไม่ช้า และมีกำลังวังชาแหวกว่ายต่อไปอีกได้

ปืนไรเฟิลซึ่งเหมาะแก่การล่าปลาก็คือ ปืนขนาด .270 ขึ้นไป ส่วนไรเฟิลลูกกรด .22 นั้น มีกำลังอัดดันน้อยไม่เหมาะกับปลาใหญ่ และยิ่งกว่านั้น กระสุนลูกกรดยังแฉลบง่ายด้วย ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง วิธียิงปลาซึ่งหวังผลเลิศ ผู้ยิงต้องอยู่ในที่สูง เช่น บนต้นไม้ หรือตลิ่งชันสูงเป็นต้น การที่ผู้ยิงต้องอยู่บนที่สูงได้ประโยชน์ 2 ประการ

  1. เพื่อจะได้เห็นเป้าหมายชัดเจนเพราะพ้นจากรัศมีสะท้อน ซึ่งเกิดจากแสงอาทิตย์กับผิวน้ำ
  2. เพื่อความปลอดภัย โดยทั่วไป กระสุนแทบทุกนัดจะต้องเกิดการแฉลบ ถ้ายิงไปยังผิวน้ำ หรือผิววัตถุที่มีพื้นราบเรียบ เมื่อแนวของวิถีกระสุนอยู่ต่ำกว่า 20 องศา ในการทำมุมกับพื้นหน้าวัตถุนั้น ถ้ายิงจากบนต้นไม้จะเป็นมุม 60 องศา หรือมากกว่านั้น และกระสุนจะวิ่งพุ่งแหวกลงไปในน้ำ แทนที่จะแฉลบขึ้นมาดังที่เข้าใจ

ถ้าคิดจะล่าปลาด้วยปืน อย่ายิงจากเรือบนผิวน้ำอย่างเด็ดขาดเพราะอันตรายเกิดจากการแฉลบของกระสุนมีมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาลมสงบและผิวพื้นน้ำราบเรียบสนิทปราศจากคลื่น

ในการหาเป้าหมาย ก็พยายามค้นตำแหน่งของศีรษะปลาให้พบแล้วยิงไปให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้

อานุภาพหรือกำลังสะเทือนจะมากหรือน้อยอยู่ที่แนวการวิ่งของกระสุนไปทำมุมกับผิวน้ำ ยิงปืนตรง 90 องศามายังผิวน้ำได้อานุภาพมากที่สุด

ที่นำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง ก็เพราะเป็นห่วงว่าถ้าท่านมีโอกาสไปเที่ยวป่าแล้วจะนำวิธีนี้ไปลองใช้ดู ทำโดยไม่รู้จริงอาจเกิดอันตรายขึ้นได้


เส้นทาง : สารบัญ อาวุธปืนและเครื่องกระสุน การล่าปลาด้วยไรเฟิล