อารมณ์ขันของผู้ประพันธ์


(ไพรมหากาฬ เล่ม 1 หน้า 78 - 79 )

ได้ทีวีสักเครื่องก็คงจะดี

ตอนที่คณะนายจ้างขนของมาที่หนองน้ำแห้ง มีของมากมาย........

ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากซักถามอะไรกับคนขับรถที่เอามาส่ง ม.ร.ว. ดาริน ก็ก้าวอาด ๆ ตรงเข้ามาที่รถ บงการลำเลียงขนถ่ายด้วยตัวเอง โดยไม่สนใจกับพรานใหญ่ผู้ยืนซอยเปลือกตาถี่ ๆ อยู่ก่อนแล้ว

"พวกเรามีใครเป็นนักประพันธ์อยู่ด้วยหรือครับ"

เขาถามขึ้นเบา ๆ บุ้ยปากไปที่เครื่องพิมพ์ดีดและเครื่องเขียน ดารินหันขวับมาโดยเร็ว ตวัดสายตาปราดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พูดแบบมะนาวหน้าแล้ง

"ไม่มีใครเป็นนักประพันธ์หรอก มีแต่นักศึกษามานุษวิทยา ที่ทำวิทยานิพนธ์ค้างไว้ยังไม่เสร็จ และในระหว่างเดินทางนักศึกษาคนนั้นจะทำงานส่วนตัวต่อในเวลาว่าง ลูกจ้างผู้เป็นพรานนำทางก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมาเกี่ยว"

"อ้อ!"

เขาลากเสียงยาวหน้าตายอยู่ตามเดิม มองไปที่เครื่องเล่นจากเสียง

"คุณชายเชษฐา หรือมิฉะนั้นก็คุณไชยยันต์คงจะเป็นักเพลงที่ขาดเสียงดนตรีมิได้"

ตางามของ ม.ร.ว. คนสวยเขียวปัดปะหลับปะเหลือกขึ้นมาในบัดนั้น ตาเสือสมิงก็เห็นจะไม่คมน่ากลัวเท่า สำหรับพรานใหญ่อย่างรพินทร์

"ของพวกนั้นมันเป็นของของฉันทั้งนั้นแหละ ทำไมคุณขัดข้องอะไรเหรอที่ฉันจะเอามันไปด้วย หรือว่าตัวคุณเองจะต้องมารับภาระแบกหาม ไหนลองบอกมาซิ ในการที่เราจ้างให้คุณนำทางครั้งนี้ คุณกำหนดโควต้าให้เรามีอะไรติดตัวไปได้บ้าง หรือว่าเราจะต้องปฏิบัติตัวอยู่ในกฎข้อบังคับอะไรของคุณ"

หล่อนพูดเร็วปรื๋อ

รพินทร์ ไพรวัลย์ ชิดเท้าตรง ก้มศีรษะให้ พูดเสียงหนักแน่นแข็งแรงเหมือนพลทหาร รายงานกับผู้บังคับบัญชา

"หามิได้ครับ กระผมกำลังจะเสนอความเห็นว่า ถ้าเราได้โทรทัศน์อีกสักเครื่อง และตู้เย็นอีกสักตู้ไปด้วยในการบุกดงดิบกันดารครั้งนี้ คณะของเราคงจะมีความสุขมิใช่น้อยครับผม!"

ดารินหน้าแดงก่ำ จ้องตาเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แล้วอุทานอะไรออกมาคำหนึ่งอย่างฉุนเฉียว กระทืบเท้าสบัดหน้าเดินผละขึ้นไปบนบ้านพักโดยเร็ว รพินทร์เป่าลมพรูออกทางปาก มองตามหลังร่างงามที่ก้าวฉับ ๆ ไปด้วยอารมณ์เดือดดาลเกรี้ยวกราดตุปัดตุป่องนั้น พร้อมกับโคลงศีรษะช้า ๆ คนขับรถของนายอำพลและพนักงานขนของ ซึ่งยืนอยู่ที่นั่นด้วยพากันกลั้นหัวเราะจนหน้าแดง บางคนเลี่ยงไปบังอยู่หลังรถแล้วปล่อยก๊ากงอหาย




เส้นทาง : สารบัญ ผ่าเพชรพระอุมา อารมณ์ขันหน้านี้