ตะเคียนทองกับหล่มช้าง

(ไพรมหากาฬเล่ม 1 หน้า 239 - 240)

"ผมไม่อาจบอกได้ครับว่าหลังจากหล่มช้างไปแล้ว เราจะพบเห็นหรือเผชิญกับสัตว์ชนิดใดบ้าง ผมเคยเดินลึกออกไปเหมือนกัน ในรัศมีไม่เกิน ๑๐ กิโลเมตร ไม่เคยพบสัตว์อะไรเลย พบแต่รอยตีนช้างขนาดที่คนลงไปนั่งขัดสมาธิได้อย่างสบาย เป็นช้างโทน ไม่ใช่ช้างโขลง แล้วก็พบรอยของควายชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า มหิงสา ซึ่งเชื่อกันว่าหมดพันธุ์ไปนานแล้ว ในชีวิตพรานอย่างผม เคยเห็นมหิงสาที่ว่านี่เพียงครั้งเดียว สมัยอายุเพียง ๑๑ ขวบ ครั้งนั้นตามคุณพ่อเข้าป่าไปทางด้านเขมร ตั้งแต่นั้นเดินป่านับเป็นสิบ ๆ ปีต่อมา ก็ไม่เคยเห็นอีก นอกจากรอยที่เลยหล่มช้างไปแล้วอย่างที่บอกเมื่อตะกี้ แรดที่ใคร ๆ ว่าป่าเมืองไทยไม่มีแล้ว ผมก็ได้มาตัวหนึ่ง เมื่อคราวที่แล้วนี่เอง เอาไปส่งให้คุณอำพล ผมได้ในบริเวณใกล้เคียงกับหล่มช้าง ตอนทุ่งโล่งที่ติดต่อกับตะเคียนทอง ....เทือกเขาพระศิวะไม่เคยมีเท้าของมนุษย์เหยียบย่างไปถึงครับ เมื่อเราพยายามจะไปให้ถึง เราก็อาจได้พบเห็นกับสิ่งที่เราไม่คาดคิดว่าจะได้พบ(ไพรมหากาฬเล่ม 1 หน้า 239 - 240)

ถ้าไปอ่านเส้นทางเดินในภาคหลัง จะพบว่า

  1. หล่มช้างกับห้วยเสือร้อง อยู่ห่างกันมาก และห้วยเสือร้องอยู่ทางใต้ลงมาอีก
  2. ตะเคียนทองอยู่ทางใต้ของห้วยเสือร้อง ระยะทางเดิน วันหรือวันเศษๆ
  3. หนองน้ำแห้งซับบอนโป่งน้ำร้อนตะเคียนทองห้วยเสือร้อง

ตรวจสอบกับฉบับดั้งเดิมแล้ว
เดิมเป็น ตะเคียนล้ม ไม่ใช่ ตะเคียนทอง

เพชรพระอุมา, พนมเทียน


เส้นทาง : สารบัญ ข้อฉงนตะเคียนทองกับหล่มช้าง