เรื่องย่อนาคเทวี

ไต่หน้าผาหฤโหดจนถึงเวลา 13.15 น. ก็ถึงตะพักสุดท้าย 14.00 น. เชือกที่รพินทร์ใช้ไต่ขึ้นมาขาดผึง เล่นเอาใจหายใจคว่ำ (เกือบตายรายวันอีกครั้ง) คริสไต่ลงไปช่วยอีกครั้ง แล้วก็มาพักข้างบนที่บ่อโคลนเดือด

บ่ายแก่ๆฝ่ายติดตามก็มาถึงผาผีร้อง เกิดพายุลมงวงช้าง เข้าใจว่าน่าจะเป็นอิทธิฤทธิ์ของมันตรัย แต่หนานอินก็แก้ตก โดยใช้ปืนลงอาคมยิงขึ้นไป ไชยยันต์โดนหิน มีบาดแผลที่ขมับ
17.05 น. ขณะที่กำลังจะไต่ขึ้นเนินสักดำก็เจอพวกผีดิบรอต้อนรับอยู่บนนั้น ดารินต้องรายคาถาชินบัญชรทำให้พวกนั้นเข้ามาไม่ได้ คืนนี้ ฝ่ายติดตามพักที่เนินสักดำ

รพินทร์จุดธูป 17 ดอก ภาวนา 17 คาบ แล้วตัวสางห่าก็ปรากฏ แล้วรพินทร์ก็สลบไป

ใกล้รุ่ง ดารินเผชิญหน้ากับมันตรัย พร้อมเสนอข้อแลกเปลี่ยนโดยยอมไปกับมันตรัย เพียงให้มันละเว้นรพินทร์เสีย
(จบนาคเทวีเล่ม1)

ก่อนที่ดารินจะก้าวตามมันตรัยไป อนุชาก็ยิงผีดิบ พร้อมกับ M79 ก็ทำงานอีกครั้งด้วยฝีมือไชยยันต์
เมื่อฟ้าสาง ก็ออกเดินทางสู่ห้วยเสือร้อง โดยไม่ทับรอยรพินทร์ คณะติดตาม พักที่ห้วยเสือร้องหนึ่งคืน

เช้านี้ที่บ่อโคลนเดือด ฝ่ายรพินทร์ วิทยุเครื่องใหญ่ใบ้สนิท เส้นทางเดินวันนี้คือ ไต่เลียบลงจากยอดปีกของภูเขานกอินทรี แล้วหาทางลงโดยบ่ายหน้าขึ้นเหนือ เฉียงตะวันตก 25 ดีกรี
เคลื่อนขบวนไปตามรอยเลื้อยของสางห่าเป็นเวลา 3 ชั่วโมง ตะวันใกล้เที่ยง ก็ต้องแยกทางลงเนินสู่ป่าสน เพราะปริมาณรังสีเกิน 100 นาคเทวีเปิดทาง ชี้ไปทางตะวันตก จะพบสระใหญ่ เป็นทางเดินลงเขาโดยตลอด ได้กวางหนุ่มเป็นเสบียง จากการยิงของเส่ย
พักตรงสระโบกขณี แล้วรพินทร์ก็จับไข้สั่นอีกครั้ง แต่คราวนี้ หลังหายสั่น ก็มีโรคหัวใจแทรกมาอีก จนต้องจีบนาคเทวีให้ช่วย (นี่ก็เกือบตายรายวันอีก...สามวันมานี้เกือบตายบ่อยจัง)รพินทร์ต้องให้น้ำเกลือ
(จบนาคเทวี เล่ม 2 ที่นี่)

คริสอยู่โยงเฝ้ารพินทร์ทั้งคืน รพินทร์ก็กอดคริสโดยไม่รู้สึกตัว คิดว่าเป็นดาริน

เช้าวันรุ่งขึ้นที่ห้วยเสือร้อง ก่อนออกเดินทางดารินแวะไปเยี่ยมหลุมฝังศพเนวิน ฤกษ์เดินทาง 08.15 น. ดารินตัดผมสั้นอีกครั้ง ช่วงเที่ยงก็มาถึงเชิงเขานกอินทรีที่รพินทร์พาพวกฝรั่งไต่หน้าผา พบรอยไฟไหม้ทุ่งเป็นบริเวณกว้าง หนานอินคาดว่ารพินทร์คงนำพวกฝรั่งปีนเขา แต่คณะนี้จะเดินเลียบเชิงเขาแล้วมุดถ้ำ 2 - 3 ช่วงก็จะโผล่ตรงน้ำตกด้านหลังเขานี้
14.00 น. เคลื่อนขบวนไปทางซ้าย(ตะวันตก)เพื่อมุดถ้ำนาคราช แต่แล้วก็พบว่าไปไม่ได้ เพราะสางห่าทิ้งความร้อนและรอยไหม้ไว้

รพินทร์ตื่นมาตอนบ่ายโมง แล้วก็พบว่าคริสถูกแมงมุม 6 ขากัดสลบไสลไปตอน 14.20 น. (ที่ท้องแขนด้านซ้าย)
ณ. ตำแหน่งนี้ วันนี้ติดต่อสถานีใหญ่ได้(ด้วยความพยายามของคริส) ด้วยสัญญาณมอร์ส(จากการเสนอแนะของสแตนลีย์) แต่หาพิกัดไม่เจอ
สแตนลีย์ยืนยันกับรพินทร์ว่า ถ้าภายในหนึ่งเดือนยังไม่ได้เค้าเงื่อนก็จะเดินทางกลับ

ฝ่ายติดตาม บ่ายจนใกล้ค่ำ ทั้งคณะเดินอ้อมเลาะลัดไปตามไหล่เขาสลับกับป่าหิน ตามเจ้าด้วนไป ช่วงใกล้ค่ำผ่านดงเสือเขี้ยวดาบ วายร้ายแห่งขุนเขา และดารินแสดงอภินิหาริย์ให้นายชดดู
ใกล้ค่ำก็ถึงน้ำตกใหญ่ น้ำตกเดียวกับที่หนานอินว่าจะพามาหลังออกจากถ้ำนาคราช ระหว่างอาบน้ำ ดารินถูกมันตรัยสะกดเพราะถอดพระเครื่องออกจากคอ แต่ก็ตามตัวกลับมาได้
(จบนาคเทวีเล่ม3 ตรงนี้)
คืนนั้น หนานอินพาเชษฐาทำน้ำพระพุทธมนต์ ประพรมปืนทุกกระบอก ซึ่งสามารถสยบพวกผีดิบได้
กลางดึก สามชายได้ยินเสียงกู่เรียกนาม "จิตรางคนางค์"
01.55 น. เขื่อนทำนบแตก น้ำตกถล่มพัดดารินพร้อมห่อเวชภัณฑ์หายไปกับสายน้ำ
ตี 3 กว่า น้ำที่ทะลักลงมาก็ซาลงเป็นปกติ อนุชากับหนานอินลงไปสำรวจ ก็พบห่อเวชภัณฑ์ติดอยู่คาคบเถาวัลย์ แต่ไม่พบดาริน ขณะเดียวกัน คางคกหรือกบยักษ์ก็ปรากฏตัวหลังปราบคางคกยักษ์ ทุกคนได้เผชิญกับมันตรัยพร้อมกับได้รับทราบว่า จิตรางคนางค์คือดาริน เคยเป็นพี่สาวพันธุมวดี
เช้ารุ่งขึ้น ระหว่างที่รอพวกลูกหาบ เชษฐาเล่าว่าเมื่อคืนนี้ฝันเห็นนาคเทวี และเธอประทานนาคบาศมาให้

ฝ่ายรพินทร์ บ่ายหน้าทางตะวันตกเฉียงเหนืออ้อมทะเลสาบใหญ่ ไต่ลงสู่ดงทึบ แล้วเบลก็โดนตบๆๆๆๆ เพราะไปดูหมิ่นรพินทร์ว่า งั่งเป็นควาย หนามใหญ่กำลังจะตำก้นเบล แล้วไลล่าก็มาช่วยทั้งคู่ไว้ทัน

11.33 น. ดารินรู้สึกตัว ตื่นมาพบว่าตัวเองติดอยู่บนคาคบเถาวัลย์สูงขึ้นมาราว 5 - 6 เมตร มองลงมาเจอเสือสมิงที่กลายร่างเป็นนางเซอะสาวชาวป่า ดารินตัดสินใจยิงด้วย .357 ที่ติดตัวมา เสือโคร่งแก่กาลอวสาน
แล้วแงซายปรากฏตัวพาไปหาแอ่งน้ำซับ ครอบครัวกวางพ่อแม่ลูกปรากฏตัวมาลองใจดาริน ดารินไม่ยิงเพราะยังไม่อับจนเรื่องอาหาร หลวงพ่อโตก็ปรากฏกาย นำดารินไปป่ากล้วย
คืนนี้ดารินพักที่เนินป่าหินเหนือป่ากล้วย
กลางดึก ดารินได้เสวนาเจรจาต๊ะอวยกับมันตรัย เรื่องราวแต่ปางบรรพ์ก็ถะถั่งพรั่งพรูจากปากมันตรัยให้ดารินรับรู้
จบภาคนาคเทวีตรงนี้


เส้นทาง :สารบัญเกี่ยวกับเพชรพระอุมาเรื่องย่อนาคเทวี