แล้วมามองมุมกว้างบ้าง ผมไม่คิดว่าคุณแสงโสม เธอจะตัดสินใจเรื่องแต่งงานคนเดียว ผมว่า คุณพ่อคุณแม่เธอ คุณอำพลเองด้วย คงช่วยแนะนำบ้าง คงไม่มีพ่อแม่ที่ไหน ที่อยากให้ลูกสาวตัวเอง แต่งงานกับพรานป่า แล้วก็ไปอยู่ที่หนองน้ำแห้งหรอกครับ ดังนั้นการที่แกตัดสินใจไปแต่งงานกับผู้ชายอีกคนที่ร่ำรวยกว่าเนี่ย มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวหรอก ในเมื่อเธอไม่ได้เบียดเบียนคนอื่น เออ ถ้ารพินทร์ แสดงให้เธอเห็นว่า เค้าก็รักเธอเหมือนกันด้วยการที่จะเลิกอาชีพอันตรายอย่างการเป็นพราน แล้วก็มาทำอะไรที่มันมั่นคงกว่านั้น เช่นทำสวน หรือทำกิจการ นำเที่ยว หรืออะไรที่อยู่เป็นที่เป็นทาง เหมาะที่ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง แล้วก็ผู้หญิงที่มีสมองและสติ ในการที่จะเลือกอยู่กับใครสักคนนึง เห็นว่า เออผู้ชายคนนี้มีอนาคตนะ แล้วแสงโสมยังไม่เลือกก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ถ้าเราดูอาชีพนายรพินทร์ แล้ว ถ้าผมมีลูกสาว หรือน้องสาว ผมก็ไม่ค่อยอยากให้ไปร่วมชีวิตกับนายรพินทร์ หรอกครับ ถ้าเค้าไม่เปลี่ยนอาชีพน่ะ
ขนาดดาริน ยังบอกเลยว่า จะไม่ยอมให้รพินทร์ ออกป่า ไปตามเรื่องตามราวอีก ในตอนต้นภาค 2 น่ะ แต่ว่าสุดท้ายเธอรักรพินทร์จนตาบอดต่างหาก เลยต้องยอมสละชีวิตของเธอทั้งชีวิตมาอยู่กับรพินทร์
ส่วนแสงโสม เธอรักรพินทร์ ไม่พอที่จะสละชีวิตเธอทั้งชีวิตมาอยู่กับรพินทร์ ก็เท่านั้นเอง ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่รักหรือว่าเห็นแก่ตัว อะไรนักหนา
ถ้าเรื่องเห็นแก่ตัว นายพรานรพินทร์ ก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน ปากบอกว่ารักผู้หญิง ไม่ว่าจะคุณแสงโสม หรือดาริน แต่นายรพินทร์ ก็ไม่ยอมที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเองให้เหมาะ กับผู้ครองเรือนสักหน่อย ไม่ยอมทำตัวให้มั่นคงและมีอนาคตพอสำหรับผู้หญิงเลยน่ะครับ
จากเหตุผลนี้ผมว่าแสงโสม ไม่ได้เห็นแก่ตัว ที่ต้องตัดใจ จากพรานป่า ที่หยิ่ง ยะโส แล้วก็ไม่สนใจคนอื่น จนต้องไปแต่งงานกับคนที่เค้าเหมาะสมกับเธอมากกว่า
ส่วนการที่พยายามกลับมาหานายพราน ก็ไม่ใช่ความผิดอะไร ในเมื่อสามีเธอตายแล้ว เธอ ว้าเหว่และเหงา เธอก็คิดถึงนายรพินทร์ คนรักเก่าของเธอ แต่ที่เธอทำไม่สำเร็จ เพราะเธอใช้วิธีที่ไม่ถูกต่างหาก ถ้าจะง้อนายรพินทร์ เธอต้องสละตัวเธอเองมาพิสูจน์ให้รพินทร์เห็นว่า ทรัพย์สินเงินทองและชีวิตหรูหรายังไงแสงโสมก็ไม่ต้องการ ขอเพียงได้อยู่กับรพินทร์ก็พอแล้ว นั่นแหละ รพินทร์ ถึงจะยอม
|