ถ้าตอนที่ แงซาย โดน ตัวสามเขา ชน ก้อนหินทับ ปรากฏว่าตาย

นำเสนอโดย Gunman

เรื่อง : ถ้าตอนที่ แงซาย โดน ตัวสามเขา ชน ก้อนหินทับ ปรากฏว่าตาย
โดย : Teardrop
เมื่อ : พฤศจิกายน 27th, 2003, 9:20am

Teardrop

ถ้าตอนที่ แงซาย โดน ตัวสามเขา ชน ก้อนหินทับ ปรากฏว่าตาย ไม่รอด คณะเดินทาง จะเดินทางต่อไป หรือเดินทางกลับ ถ้าเดินทางต่อไป เหตุการณ์ใน มรกตนครจะพลิกผันไปทางไหน ลองว่ากันดูครับ

natt

ถึงแงซายจะตาย การเดินทางก็คงยังมีต่อไป และก็คงจะถึงมรกตนครอยู่ดี แต่จะมีการสู้รบกันครั้งใหญ่ โดยอาวุธที่ทันสมัย ฝ่ายรพินทร์คงเข้าร่วมกับกองทัพปฏิวัติและต่อสู้กับสิงหราและรหัสยะ และคงจัดการกับฝ่ายทรราชย์ได้ แต่ศึกครั้งนี้คงใหญ่หลวงนัก คงมีผู้คนล้มตายมหาศาล และสุดท้ายฝ่ายปฏิวัติจะเป็นฝ่ายชนะ และอรชุนขึ้นเป็นผู้สำร็จราชการแทน และฝ่ายรพินทร์ก็สามารถกลับออกจากมรกตนครโดยมีหนานอินและชายกลางกลับออกมาด้ วยได้

Meyanee2003

เดินทางต่อค่ะ ตาลว่า จุดประสงค์ของคณะคือตามคุณชายอนุชานี่คะ ถึงจะขาด
แงซายไปคน ก็ต้องไปอยู่ดีค่ะ
 
 
เหตุการณ์หลังจากนั้น คิดไม่ออกค่ะ  Grin Grinคงประมาณพี่แนทล่ะมั้งคะ ( กินแรง ) Grin

miew

ถ้าแงซายตายแต่รพินทร์ยังอยู่  ก็ต้องเดินทางต่อไปได้อยู่แล้วล่ะสิ  ขาดแงซายคนเดียวตอนท้ายๆการเดินทางไม่น่าจะมีผลอะไร ไดโนเสาร์ก็ฆ่าไปแล้ว ช้างโหดเสือดุอะไรก็ไม่มี นิทรานครก็ผ่านมาแล้ว..  เพราะฉะนั้น  เดินทางเข้าไปในมรกตนครโลด  แต่จะเข้าไปแล้วกลับออกมาได้หรือเปล่ายังสงสัยอยู่
 
แต่ตามเรื่องอ่ะ  ถ้าแงซายโดนหินทับตาย... รพินทร์ก็ไม่รอดเหมือนกันเพราะแงซายเป็นคนกลับมาบอกว่ารพินทร์โดนแมงมุมกัด  ดังนั้น ถ้าแงซายตาย รพินทร์ก็ตายตามไปด้วยตั้งแต่ครั้งนั้นแล้วล่ะ
 
เมื่อไม่มีรพินทร์  คณะเดินทางก็คงเดินทางกันต่อไปอ่ะค่ะ  ไหนๆก็เกือบถึงแล้วนี่นา...  แต่สงสัยว่าจะไปไม่ถึงเนินพระจันทร์แน่ๆ  แงซายก็ไม่อยู่ รพินทร์ก็ไม่อยู่  แล้วใครจะอ่านลายแทงออกล่ะทีนี้?  มีอีกทางก็คือให้นีลาไปส่งที่เนินพระจันทร์..  อือม..  เป็นไปได้

ซือแป๋มันตรัย

คล้ายๆคุณแน้ท แต่ต่างกันตรงนี้ครับ
Quote:
แต่ศึกครั้งนี้คงใหญ่หลวงนัก คงมีผู้คนล้มตายมหาศาล

ผมว่าน่าจะเป็นศึกที่สูญเสียน้อยที่สุดครับ เพราะยิงสิงหรา กับรหัสยะ ทิ้งจากระยะไกลก็จบครับ
 
และอีกจุดก็ตรงนี้ ครับ
Quote:
อรชุนขึ้นเป็นผู้สำร็จราชการแทน

อรชุนคงขึ้นเป็นกษัตริย์มากกว่าครับ  
 
ส่วนบุคคลที่น่าเป็นห่วงที่สุด ว่าจะหมู่หรือจ่า ก็ กุตะมะ ไงครับ  แค่คิดก็หนาวแล้ว

piilkj (ไป๋ค่ะ)

อืมมมมมมมมมมมมมมคิดว่า
 
คงเดินทางต่อมั้งค่ะ................ Huh Huh
คิดว่าคงเหมือนกะพี่แนทว่าค่ะ
(กินแรงอีกคนค่ะ) Grin
 
แต่.............แงซายเป็นคนที่สูสี กะ รพินทร์มาตลอด
ถ้าแงซายตายไป..........มันแปลกๆนะค่ะ
........แบบว่าไม่น่าตายง่ายๆเลย....... Undecided

พระนาย

ถ้าแงซายตายจริง ๆ โดยเนื้อเรื่องที่เหลือไม่เปลี่ยน ก็เดินไปไม่ถึงเนินพระจันทร์ครับ
เพราะว่า ลายแทงฉบับแปลของรพินทร์นั้น ล่ามขี้เมาของรพินทร์ ดันแปลผิด ไม่ตรงกับข้อความเดิม ไม่มีแงซาย ก็ไม่มีคนอ่านลายแทง ออก ทั้งคณะ ก็ไปหลงวนเวียนอยู่ตีนเขาพระศิวะขึ้นไปไม่ได้แน่เลย
 
แต่ถ้าเรื่องเปลี่ยนเป็นให้ไปถึงได้ จะทำไงล่ะ ไม่มีกษัตริย์แล้ว แล้วจะมีกองทัพของสิงหรามาดักจับ พวกคณะเดินทางมั้ย แล้ว ฝ่ายของอรชุนจะเข้ามาช่วยยังไง เพราะอีตาจิ้งจก กุตะมะ ก็คงไม่กลับใจไปช่วยคณะเดินทางหรอก
 
แต่ว่า อาจจะเปลี่ยนเป็นว่า รพินทร์ นี่เองแหละ คือบุคคลที่สวรรค์ส่งมาครองมรกตนครคนต่อไป เลยต้องต่อสู้แล้วก็ขึ้นเป็นกษัตริย์เมืองมรกตนคร ส่วนดาริน ก็ตัดสินใจอยู่ในมรกตนครกับรพินทร์ แล้ว พวกคณะเดินทางก็เดินทางกลับ โดยไม่มี ดาริน กับรพินทร์ ออกมาล่ะมั้ง

Teardrop

สำหรับตัวผมเอง เชื่อว่า ถ้าแงซายตาย ทั้งคณะ คงได้ปักหลักอยู่ที่ ภูเขานิลกาญ เป็นระยะเวลาหนึ่งก่อน เพราะแงซาย ฟื้นขึ้นมา นอกจากคณะเดินทางจะได้ เจ้าคนใช้พิเศษคืนมา ยังได้นำพรานใหญ่ และ หัวใจของดารินคืนกลับมาด้วย ถ้าแงซายตาย ผู้ยิ่งใหญ่ในป่า 2 คน ก็ถึงกาลดับสูญไปในคืนนั้นเอง  
 
แต่เมื่อวันหนึ่งผ่านไป ทั้งคณะรวบรวมขวัญและกำลังใจได้ใหม่ โดยการนำของชายชาติทหารอย่างเชษฐา และ ผู้มองโลกในแง่ดีเสมออย่างไชยยันต์ จะบัญชาการให้คณะเดินทางต่อไปเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์โดยแท้จริง โดยการนำของ พลพรรควานรให้ไปส่ง เหมือนในภาคสอง ที่ให้ไปส่งถึงถนนเมืองมรกตนคร  
 
ส่วนการสู้รบในมรกตนคร คงแบ่งเป็น สาม ฝ่าย คือ 1 ฝ่ายสิงหราช 2 ฝ่ายอรชุน 3 ฝ่ายคณะเดินทาง อันมี มนุษย์วานรเป็นพลพรรค
ฝ่ายอรชุน คงไม่มารับ เพราะ ไม่มีแงซายเสียแล้ว ฝ่ายเชษฐา คงรบขั้นแตกหัก กับฝ่ายสิงหราช ณ ถนนที่ขึ้นมานั่นเอง ซึ่งดูแล้วน่าจะก้ำกึ่ง เพราะฝ่ายเชษฐาเอง มีอาวุธไฮเทคกว่า มีกำลังพลที่แข็งแรงกว่า แต่ฝ่ายของสิงหราชก็คงจะใช่ย่อย เพราะมีกำลังพลมากกว่า ขณะเดียวกันก็มีแม่ทัพชาญศึก อย่างกุตะมะ คอยบงการรบ  หากเชษฐาและไชยยันต์ สามารถบัญชาการรบให้ยืดเยื้อ จนสามารถต่อสาย ร่วมมือกับอรชุน การรบน่าจะชนะ แต่หาก แพ้ศึกเร็ว คงจบสิ้นกันทั้งคณะที่ถนนเข้าเมืองนั่นเอง  
 
อรชุนเอง หากไม่มีแงซาย คงไม่ออกมารับ แต่หากมีสงครามเกิดขึ้น อรชุนคงร่วมเข้าตีกระหนาบหลัง เพื่อ พิชิตศึกตามหลักการรบแบบกองโจร ดังนั้น ทุกอย่างจึงอยู่ที่ระยะเวลา หากรบชนะ อรชุนเอง คงขึ้นครองบัลลังย์ต่อเพราะไม่มีแงซายมาสืบบัลลังย์อีกแล้ว  
 
ฝ่ายกุตะมะ คงร่วมหลักปักฐานกับ สิงหราชในช่วงแรก ในการรบกับคณะเชษฐา ตราบจน อรชุนมาตีกระหนาบหลัง ถึงค่อยแปรพักส์ เพราะ ถึงตอนนั้น สถานการณ์ เปลี่ยน บุคคลผู้รู้รอดอย่างกุตะมะ ต้องออกมาแปรพักอย่างแน่นอน

grand

คิดเหมือนคุณหยดค่ะ (กินแรงอีกแล้วป้า ฮ่าๆๆๆๆ Grin Grin Grin)
 
เพราะถ้า แงซายตาย ...รพินทร์ก็ต้องตาย... แถมลายแทงของรพินทร์ ล่ามก็แปลผิด ...ถ้าเดินทางต่อก็ไม่รู้จะหาทางเข้ามรกตนครได้รึเปล่า.. ถึงหาทางเข้าได้ก็ไม่รู้จะได้พบอนุชา หรือไม่ และ ....ไม่สามารถทำนายได้เลยว่า คณะเดินทางส่วนที่เหลือจะปิดฉากชีวิตตัวเองที่ถนนเข้าเมือง หรือ จะสามารถรอดชีวิตออกมาได้ เพระการขาดตัวแปรที่สำคัญอย่าแงซาย และรพินทร์มีผลต่อการเดินทางและความอยู่รอดเป็นอย่างมาก

ซือแป๋มันตรัย

มาต่อประเด็น กันอีกครับ
ประเด็นแรก  รพินทร์จะตาย เพราะไอ้ดำหกขาหรือไม่
 
ผมว่าไม่ตายนะครับ เพราะ  
 
1. ที่แงซายกลับมาช่วยรพินทร์ทัน ไม่ใช่เพราะความสามารถของแงซายล้วนๆนะครับ เกิดจาก มหาฤาษีเมตตามาบอกให้แงซายรู้ว่ารพินทร์โดนอะไร  ดังนั้นถ้าแงซายตาย ท่านอาจเมตตามาบอก เชษฐา ดาริน หรือ วายา ก็เป็นไปได้
 
2. ถ้าท่านไม่บอก ผมยังเชื่อความสามารถในการแก้ปัญหาของคุณชายเชษฐาและคณะนะครับ ว่าวินาทีสุดท้ายจริงๆ คงต้องค้นพบสาเหตุได้เองและแก้ปัญหาเองได้ เพียงแต่ว่าตอนนั้นยังคิดไม่ออกเพราะยังตระหนกในเหตุการณ์ครับ
 
3. ถามว่า เวลายังมีไหม ผมว่ายังมีเวลาครับ เพราะพิษไอ้ดำหกขา ไม่เฉียบพลัน เหมือนพิษงู หรือตะขาบยักษ์ คนที่โดนกัดจะค่อยๆตายครับ
 
4. จำตอนไชยยันต์โดนตะขาบกัดได้ไหมครับ ตอนนั้นไม่มีแงซาย และรพินทร์ก็จนปัญญาแล้ว คิดอะไรไม่ออก แต่สุดท้ายส่างปาก็เป็นคนพูดขึ้นเองถึงวิธีรักษา
 
เดี๋ยวคืนนี้มาต่อ ประเด็นอื่นครับ  เช่น ลายแทงแปลผิด และศึกมรกตนคร  ดึกๆเจอกันครับ

ซือแป๋มันตรัย

มาต่อประเด็นถัดไปนะครับ
 
ประเด็นล่ามแปลผิด แล้วรพินทร์หาทางไปเนินจันทร์ไม่เจอ  ผมคิดว่ารพินทร์น่าจะหาทางเจอครับ ดังนี้ครับ
 
1. คำแปลที่ล่ามชาวพม่าขี้เมาแปลผิด มีประมาณนี้ครับ
 
     - บริเวณช่องประตูผา ที่ลืมเขียนบอกถึงดงว่านพิษ
 
     - บริเวณหลุมอุกาบาตที่ สาม ว่าจะเห็นทิวปีกครุฑ เป็นรูปนกอินทรีย์กำลังไซร้ขน
 
     - ประโยคที่ว่า เมื่อบรรลุถึงเนินจันทร์แล้วมองกลับมาจะเห็นรูปนกอินทรีย์
 
     แต่ ว่า สถานที่เหล่านี้นั้น ไม่ได้อยู่ในความตั้งใจของรพินทร์ที่จะไปครับ รพินทร์ตั้งใจจะตัดทาง โดยไม่ผ่านพื้นที่เหล่านี้อยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนั้นแงซายเป็นคนแย้งเอง ว่าตัดข้ามไม่ได้  เพราะลายแทงแปลผิด
 
2. ถ้าตัดทาง แล้วรพินทร์สามารถไปถึง เนินจันทร์ได้หรือไม่  อืมอันนี้ผมมั่นใจในตัวหมอนี่มากครับ ในเรื่องการนำทาง  ซึ่งในภาคสองรพินทร์ก็พิสูจน์แล้วในการนำทางโดยข้ามตำแหน่งดังกล่าวไป
 
3. สิ่งที่น่าจะมีผลกระทบกับการเดินทางมากกว่าลายแทงแปลผิด น่าจะเป็นโรครูมาตอยด์ของดารินมากกว่า แต่ ผมไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะขาแพลงก่อน แล้วรูทาตอยด์เข้ามาแทรกหรือเปล่า  อันนี้คงต้องให้ลุงอินมาไขข้องใจครับ ฮ่าๆๆ   แต่สุดท้ายแล้วถึงแม้แงซายเจ้าของต้นตำรับยารักษา จะตายไป  เชษฐาอาจตัดสินใจส่งคนล่วงหน้าไปเนินจันทร์ก่อนวันขึ้นห้าค่ำก็เป็นได้ในวิ นาทีสุดท้ายของการตัดสินใจ  
 
เดี๋ยวดึกกว่านี้ จะมาต่อประเด็นต่อไปครับ ไปตรวจงานในไลน์ก่อนเดี๋ยวมา หุ..หุ...

miew

เหมียวว่า ถึงแม้ว่าทั้งรพินทร์กับแงซายจะตาย  คณะเดินทางก็สามารถไปจนถึงเนินพระจันทร์จนได้โดยไม่ต้องยุ่งกับลายแทงทั้งตั ้วจริงและตัวแปลเลย เพราะว่าวายากับพวกนีลาเคยไปเที่ยวที่นั่นมาก่อน  เพราะฉะนั้น ถ้าเชษฐาขอให้วายาสั่งให้นีลาพาคณะไปส่งเนินพระจันทร์  ยังไงๆก็ไปจนถึงวันยังค่ำ  น่าจะปลอดภัยกว่าด้วย เพราะพวกวายาเคยไปมาแล้ว น่าจะรู้ทางหนีทีไล่ได้ดีกว่ามังมหานะธาคนเขียนแผนที่ซะอีก  เผลอๆใช้เวลาน้อยกว่าในการที่จะไปถึงเนินพระจันทร์ด้วยนาคะ
 
ไปถึงเนินพระจันทร์ ถ้าทันห้าค่ำ ยังไงๆก็เข้ามรกตนครได้อยู่แล้ว เพราะปริศนาที่ว่า "เมื่อปิ่นพระศิวะฉายแสงเรืองรองเมื่อใด ฯลฯ" ทุกคนก็ท่องได้ขึ้นใจอยู่แล้ว... ถ้าไปอยู่ตรงเนินนั่น  ไม่ต้องใช้ปัญญาอะไรมาก พอดวงจันทร์เสี้ยวทำมุมได้ที่ ก็พากันเข้ามรกตนครได้อยู่ดีอ่ะค่ะ

ซือแป๋มันตรัย

เอ้า มาต่อกัน   เริ่มจากตอบเจ้าเหมียวก่อน  อิอิ เผลอแป๊ปเดียว เจ้าเหมียวปั่นกระทู้ได้ตั้ง 1117 โอ้โฮ !!!
 
   ที่นั่งวิเคราะห์ว่า รพินทร์จะตายหรือเปล่านี่ นอกจาก มีผลต่อการเดินทางแล้ว การเข้ามรกตนคร โดยมีรพินทร์ไปด้วย หรือ ไม่มี เนี่ย  มีผลต่อสถานการณ์การสู้รบสูงมากนะครับ   ประมาณนี้ครับ
 
     ในเรื่องนี่ เจ้าแงซายนี่ แคร์มากนะครับ ว่าเมื่อไปถึงมรกตนครแล้ว รพินทร์จะยอมช่วยเจ้าแงซายชิงบัลลังค์หรือเปล่า  แงซายพยายามถามรพินทร์ว่า รพินทร์จะช่วยไหม  ผมก็มาคิดต่อว่าทำไม  เท่าที่คิดออกก็ประมาณนี้นะครับ
 
     มาดูภูมิหลังของบุคคลชั้นเสนาธิการกันนะครับ
 
    - ดาริน กับเมย์  สองสาวนี่คงไม่มีผลกับยุทธวิธีการศึกเท่าไรนัก เพราะไม่เคยเป็นทหาร
 
    - ไชยยันต์ เป็นทหารปืนใหญ่   เชษฐา เป็นทหารม้ายานเกราะ และเป็นผช.ทูตทหาร  ถึงแม้จะผ่านสมรภูมิเกาหลีมาแล้ว  พื้นฐานการคุมกำลังรบแบบประจัญบานแบบเหล่าทหารราบ คงไม่สันทัดนัก
 
    - ก็เหลือ รพินทร์ ครับ ที่ผ่านการคุมกำลังในสงคราม และผ่านหลักสูตรสงครามแบบประจัญบานมาบ้างแล้ว
 
   ทำให้การกำหนดยุทธวิธีในการรบจะแตกต่างกันครับ  
 
เดี๋ยวมาต่อกันในการศึกมรกตนคร ขอเวลาคิดพล็อตแป๊ปนึง เพราะ ศึกครั้งนี้มีอะไรซับซ้อน มากกว่าการยกพวกเข้าตีกันเยอะครับ เพราะมีเงื่อนไข และ ตัวแปรเยอะมากครับ

ซือแป๋มันตรัย

ประเด็นอรชุน กับสิงหรา จะมาดักรับตัวคณะเดินทาง หรือไม่
 
อืมๆๆ ประเด็นนี้มีสิ่งน่าคิดอยู่สองข้อครับ
 
1. คณะเดินทางมีผลต่อการสู้รบชิงเมืองหรือไม่  อันนี้ผมว่ามีครับ มีสูงด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืน(สำหรับลอบสังหารระยะไกลชนชั้นแม่ทัพนายกอง เพื่อตัดศึกให้เร็ว)  กับวัตถุระเบิด(สำหรับถล่มไพร่พล)   แต่ก็มีคำถามอีกว่า ฝ่ายอรชุน กับสิงหรา จะรู้ถึงความสำคัญอันนี้หรือไม่  ก็ขอตอบอีกว่า รู้ครับ ฝ่ายสิงหราคงรู้โดยนางแม่มดวาชิกาครับ  ส่วนอรชุนนั้นจะรู้ได้ก็ลองอ่านข้อข้างล่างครับ
 
2. อรชุนที่มาดักรับตัวจักราชได้ ก็เพราะหลวงปู่ของแงซายมาบอกครับ  ที่นี้ถามว่าถ้า แงซายตายไปแล้ว จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาบอกหรือไม่  ผมว่าคงต้องมาบอกครับ เพราะว่าดินแดนมรกตนครนั้นอยู่ภายใต้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองดูแลอยู่  มันถึงเวลาแล้วที่ประชาชนมรกตนครจะหลุดพ้นการกดขี่ข่มเหงของทรราช  ดังนั้นผมจึงคิดว่า  คงต้องมีอะไรมาบอกอรชุนถึงอานุภาพของปืน ระเบิด และให้มาดักรับตัวคณะเดินทาง เพื่อให้อย่างน้อยอาวุธเหล่านี้ไม่ตกอยู่ หรือ เข้าข้างฝ่ายสิงหรา ครับ
 
  ดังนั้นประเด็นการมาดักรับตัวคณะเดินทางนั้น คงต้องมาทั้งสองฝ่ายครับ

ซือแป๋มันตรัย

ประเด็นแล้วคณะเดินทางจะไปกับฝ่ายไหน อรชุน หรือ สิงหรา
 
    อันนี้ถ้าตามพื้นฐานของคณะนี้ ก็ชัวร์ครับว่า ต้องไปกับอรชุน และ ช่วยอรชุนรบแน่ๆ ถ้ารู้ถึงความทุกข์ยากของคนนับล้านๆคน
 
    แต่  หุ...หุ....  คงไม่ไปกับอรชุนหรอกครับ เพราะถ้าเข้าร่วมตอนนั้นเลย  วัตถุประสงค์ของการเดินทางก็ล้มเหลวครับ  นั่นคือ สิงหรากับรหัสยะ อาจตัดสินใจ ประหารชด ประชากรกับหนานอิน หรืออย่างน้อยต้องเอาสองคนนี้มาต่อรองกับคณะเดินทาง ได้อีกหลายประเด็นครับ
 
   ดังนั้น ก็ฟันธงเลยครับ ว่าคณะเดินทางต้องรอเจอกองทัพสิงหรา และเข้าเฝ้าสิงหรา ตามท้องเรื่องเดิม  โดยใช้อำนาจปืนในมือ เป็นเครื่องต่อรอง

ซือแป๋มันตรัย

แล้วเรื่องจะดำเนินต่อไปแบบไหน  
 
    อันนี้ก็ยังยึดพล็อตเดิม  ของคุณลุงต่อไปก็แล้วกัน   และที่สำคัญนั้นโอกาสของกุตะมะ ที่คนในเวปนี้ตั้งฉายาแกไว้ ว่า จิ้งจกเปลี่ยนสี  ก็มาถึง ฮ่าๆๆๆ  กุตะมะก็พาคณะเดินทางพร้อมทั้งชด ประชากร กับหนานอิน เข้าร่วมกับกองทัพ ประชาชน ได้โดยชอบธรรมครับ
 
    แล้วศึกครั้งนี้จะจบลงแบบไหน  ก็ขึ้นกับ อรชุนครับ ว่าจะเลือกแบบไหน
 
  1. ถ้าอยากจบเร็ว ก็ใช้ไรเฟิล ปิดบัญชี  สิงหรา รหัสยะ ซะ
 
  2. ถ้าอยากเป็นกษัตริย์อย่างสง่างาม ก็ดำเนินเรื่องเหมือนจักราช
 
  ส่วนกุตะมะ ปล่อยให้แกเสียชีวิต ตามท้องเรื่องเดิมแหละครับ  เพราะจุดจบเดิมของแกก็เหมาะสมดีอยู่แล้ว

ซือแป๋มันตรัย

สุดท้ายนี้
 
  ก็ต้องขออภัยทุกท่านที่โพสซะหลายตอนเหมือนคนบ้า  ต้องโทษเจ้าหยดมัน ที่ตั้งกระทู้แบบนี้ ยิ่งคิดจินตนาการยิ่งบัญเจิด ฮ่าๆๆๆ
 
   และผมอยากจะบอกว่า ผมพยายามคิดภายใต้กรอบเนื้อเรื่องเดิม คือ พยายามไม่ให้เนื้อหาเดิมเปลี่ยนไปมากนักครับ  และพยายามใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในเรื่องมาเป็นเหตุผลรองรับ ให้เหตุการณ์มันไปได้  
 
  พอแค่นี้ก่อนนะครับ  ให้ท่านอื่นๆ ขายไอเดีย และ พล็อตใหม่ๆบ้างครับ  จะรออ่านนะครับ


เส้นทาง : สารบัญ วิพากษ์เพชรพระอุมา ถ้าตอนที่ แงซาย โดน ตัวสามเขา ชน ก้อนหินทับ ปรากฏว่าตาย