|
| |
| ตอนแรก รพินทร์อยากจะให้นายชดตายจริงๆเหรอคะ
|
|---|
นำเสนอโดย Gunman
เรื่อง : ตอนแรก รพินทร์อยากจะให้นายชดตายจริงๆเหรอคะ
โดย : Meyanee2003
เมื่อ : กันยายน 25th, 2003, 10:00pm
| Meyanee2003 
| ตอนแรกๆที่อ่านเพชรพระอุมาน่ะค่ะ ได้ยินที่ดารินว่ารพินทร์บ่อยมากที่ว่า รพินทร์พยายามมาตลอดเพื่อที่จะหาซากศพหรือกระดูกของพรานชด และหนานอินให้ได้ ไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ รพินทร์เราจะใจร้ายขนาดนั้นจริงๆเหรอคะ ก็เมื่อกี้กลับไปอ่านกระทู้ที่เรื่องเกี่ยวบัวมรณะน่ะค่ะ แล้วมาคิดว่ารพินทร์ยอมเสียสละตัวเองไปอยู่ในนั้น...ส่วนหนึ่งเพื่อที่จะเอา ชนะแงซาย และอีกส่วน เพื่อนที่จะหาซากโครงกระดูกของนายชดและหนานอินเหรอคะ ช่วยวิเคราะห์กันหน่อยเถอะค่ะ เพราะตอนนี้กำลังสงสัยมากๆค่ะ รพินทร์คิดเช่นนั้นจริงๆเหรอคะ |
| เต๋า | ผมไม่คิดว่ารพินทร์ใจร้ายอยากให้พรานชดตายหรอกครับ...อันที่จริง รพินทร์เชื่อว่าพรานชดตายไปแล้วต่างหากล่ะครับ...มันผิดกันนะครับ เพราะรพินทร์รู้จักป่าดีเกินไป จนคิดว่าไม่มีใครสามารถรอดชีวิตอยู่ในป่านรกดำได้ รพินทร์จึงคิดว่าจะมาตามหาคนรอดชีวิตอยู่ทำไมให้เมื่อยตุ้ม หายังไงก็ไม่เจอ ก็คนตายไปแล้วแน่ๆ (ในความคิดของรพินทร์) ตะแกก็หาหลักฐานว่าตายแล้วดีกว่า จะได้เดินทางกลับสบายๆ ไม่ได้เกี่ยวกับ...อยากให้ตายหรอกครับ เพราะเดินทางกับดารินมาจนมีใจให้กันขนาดนี้ จะมานั่งแช่งชักหักกระดูกพี่ชายเค๊า..จะเป็นพระเอกได้หรือครับ...แต่ถ้าคิดว ่าตายไปแล้ว ก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะไม่ได้รู้จักสนิทสนมอะไรกันมาก่อน รพินทร์คงมีความคิดว่าพรานชดน่าจะตายไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจากหนองน้ำแห้งอีกนะครับ แต่ที่ยอมรับจ้างนำทาง...มันเป็นเรื่องนิสัยชอบผจญภัยของตะแกมากกว่า หรือใครจะเรียกว่าเลือดข้นก็ได้...ไม่ว่ากัน ลองนึกดูสิครับ...เป็นพรานใหญ่ มีชื่อเสียงในหมู่ชาวบ้านป่า บารมี-ฝีมือขนาดนี้ ผมว่าถ้าไม่มีคนจ้างนำทางเข้าไป เผลอๆ ในที่สุดแกเบื่อๆ ป่าที่เดินจนปรุโปร่งแล้ว ตะแกก็ต้องหาข้ออ้างบุกลึกเข้าไปเรื่อยๆ เองแหละ ไม่ต้องให้ใครจ้างร๊อก |
| miew 
| เห็นด้วยๆ รพินทร์น่ะคิดมาแต่แรกแล้วว่าจะมาตามกระดูกนายชดกลับ การได้เจอตัวนายชดเป็นๆน่ะเป็นไปได้ยาก.... จริงๆแล้วจะว่าแกผิดก็ไม่ได้อ่ะนะคะ ถ้าเป็นเรา ใจเราก็คงไม่อยากให้คนที่เรากำลังเดินตามหาบุกป่าลึกไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุด เพราะตามยังไงก็คงตามไม่เจอ ทางที่ดีก็คือให้คนที่เราตามหาอยู่กับที่เฉยๆ แล้วให้เราตามไปพบเอง...การที่อยู่กับที่เฉยๆนี่ก็คือการอยู่ในหลุมไงคะ รับรองไม่ย้ายที่แน่ๆ นอกจากว่าจะเป็นผีดิบก็ว่าไปอย่าง....รพินทร์ก็เลยคิดว่าจะพาพวกนายจ้างไปพบ ที่ตายของนายชด...ให้เห็นกับตาแล้วจะได้กลับๆกัน ภาระหน้าที่แกก็หมด จะได้ไปทำมาหารับประทานอย่างอื่นบ้าง ไม่ใช่ว่าต้องเหมาโปรเจคเดียวสิบปีแบบไม่มีจุดหมาย แย่แน่ๆเรย... ผิดกับเจ้าแงซายสิคะ รายนั้นเค้าต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะให้คณะนายจ้างเดินหน้าต่อไปให้ได้ ดังนั้น จุดประสงค์หลักของรพินทร์กับแงซายน่ะขัดกัน เพราะรพินทร์ต้องการพบหลักฐานว่านายชดตาย..จะได้กลับบ้าน ส่วนแงซายต้องการพบหลักฐานว่านายชดยังไม่ตาย..จะได้เดินทางไปต่อ มันน่าสังเกตที่ว่า รพินทร์ไม่เคยคิดที่จะปลอมแปลงหลักฐานตบตานายจ้างเพื่อแสดงว่านายชดตาย (อาจจะเป็นไปได้ว่าปลอมยาก..เพราะดารินเธอเป็นแพทย์และนักมานุษยวิทยา) ส่วนแงซายอ่ะ เคยคิดและประกาศให้รพินทร์ได้ยินว่าถ้าตัวแกบังเอิญไปเจอหลักฐานว่านายชดตาย แต่คนอื่นไม่ทันเห็น แกอาจจะกลบร่องรอยนั้นทิ้ง.. เพราะว่าอยากจะให้นายจ้างคิดว่านายชดยังอยู่ จะได้เดินหน้าต่อ...ตอนที่แกพูดนี่พี่เหมียวก็ไม่แน่ใจว่าแกต้องการพูดเพื่อ กวนโมโหรพินทร์ หรือว่าพูดจริงจังกันแน่ เพราะมันออกจะทีเล่นทีจริงพิกลอยู่... แต่ก็ทำให้รู้สึกว่าแงซายทำได้ทุกอย่างเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตัวเองอ่ะค ่ะ อ้าว...หัวข้อกระทู้เรื่องรพินทร์ กลายเป็นด่าแงซายไปแระ...หุ หุ |
| natt 
| มันอยู่ในสัญญาแต่แรกแล้วว่า ถ้าไม่เจอพรานชดในลักษณะที่มีชีวิต ก็ขอให้ได้เห็นที่เสียชีวิตก็ยังดี รพินทร์ก็ทำทุกอย่างตามหน้าที่ไม่มีบกพร่องนี่ครับ คือเมื่อเดินทางไป เจอหลักฐานอะไรที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ อย่างนึงที่ต้องทำคือว่าสำรวจว่าบริเวณนั้นๆมีสิ่งผิดปกติอะไรรึเปล่า มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตแถวนี้หรือไม่ การที่ออกเดินทางโดยหวังว่าพรานชดจะมีชีวิตนั้น โดยความจริงแล้ว เชื่อว่าทั้งคณะจะหวังมาเพียงเก็บกระดูก เพียงแต่ว่าทำใจไม่ได้ที่จะยอมรับความจริงเท่านั้น การที่เห็นหลักฐานแล้วไม่สำรวจให้ละเอียด อาจทำให้เดินทางไปต่อโดยไม่รู้ว่าจะกำหนดเส้นทางไปทางไหน แล้วสุดท้ายการเดินทางคงไม่จบสิ้นน่ะครับ การที่รพินทร์พยายามมองหาหลักฐานหรือความน่าจะเป็นที่พรานชดตาย ผมมองว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ปกตินะ คือทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา(แต่ที่รพินทร์มีความเชื่อลึกๆว่าพรานชดต ายแล้วนี่ เชื่อว่ารพินทร์คิดอย่างนั้นจริงๆ) |
| Teardrop 
| ผมคิดว่าที่คุณเมยานีคิดว่า รพินทร์อยากให้พรานชดตาย เพราะคุณเมยานี หลงกลอุบายของเจ้าแงซายต่างหากครับ นี่เป็นการเฉีอนของแงซายอีกอย่างหนึ่งคือ ให้ฝ่ายนายจ้างมองว่ารพินทร์ ตั้งใจหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่า พี่ชาย หรือ เพื่อนของเค้าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งก็จะดูไม่ดีในสายตานายจ้าง เหมือนอย่างที่คุณเมยานีกำลังนึกถึงอยู่ขณะนี้ แต่ขณะเดียวเจ้าตัวดีแงซาย ก็พยายามหาหลักฐานว่าพรานชดยังไม่เสียชีวิต แต่ทั้งนี้ มันแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ต้องการดึงคณะนายจ้างให้พาไปถึงมรกตนครต่างหาก รพินทร์เองก็ทำหน้าที่ตามสัญญาให้ดีที่สุดแล้ว คือหาร่องรอยทุกอย่างของพรานชด ไม่ว่าจะร่องรอยการมีชีวิต หรือ การเสียชีวิต ถ้ารพินทร์ เกิดเจอร่องรอยการเสียชีวิตแล้วไม่บอกนายจ้าง หรือสงสัยแล้วไม่หา แต่กลับพาเดินต่อไป แบบนี้ ถือว่ารพินทร์ไม่ซื่อสัตย์ต่อนายจ้างมากกว่านะครับ อย่าหลงกลแงซายครับ... |
| miew 
| ยกมือขอเข้าสมาคมคนไม่ชอบแงซายด้วยคน เหมียวว่าแงซายเล่นรพินทร์แรงไปหน่อย จงใจจะหักหน้ากันเห็นๆ อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าคณะเดินทางนี่ให้แงซายเป็นพรานนำทางแล้วให้รพินทร์ เป็นแค่คนติดตามขบวน.. รพินทร์ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก แงซายจะพาคณะไปได้ไกลซักกี่น้ำหนอ.. |
| Gunman 
| ผมก็ชอบแงซายคับ(ชอบตรงที่กวนๆ)
|
| เต๋า | ผมก็ชอบแงซาย....หมั่นไส้รพินทร์ กับ อนุชามากกว่า
|
| Teardrop 
| อ้าวน้องเมยานีหลงกลไปรักแงซายซะแล้ว สงสัยจะตายน้ำตื้นด้วยคำว่า "พี่นี้แสนจะรักเจ้า" ถอนตัวไปรักมันตรัย ดีฝ่าน้อง เชื่อพี่ อิอิอิ |
| เต๋า | ว๊า...จะให้น้องเมฯ ไปรักมันตรัยได้ไงคุณหยดฯ ท่านมันตูยังมาเข้ากระทู้บอกว่ามันตรัยเห็นแก่ตัวที่สุดอยู่หยกๆ....ไปรักอี ตา วรมันต์ดีฝ่า รักเหนียวแน่น ไม่ซับซ้อน ไม่เปลี่ยนใจ เพียงแต่ช่วงแรกๆ ต้องหัดร้อง ก๋อยๆ กะตะแกไปประมาณ.....กัปป์หนึ่งเท่าน้านนนอ่ะ
|
| Teardrop 
|
ผมว่าภาค 2 ถ้ามันตรัยไม่โดนนาคบาศเข้าไปก่อน ดารินคงมีสภาพเหมือนมันตรัยมากกว่า คือเป็นวิญญาณอมตะ แบบมันตรัย สิ้นสุดชาติภพ ด้วยกฤตยามนต์ มากกว่าที่จะเป็นค้างคาวดูดเลือดแบบ พันทุมวดี นะครับ ด้วยว่ามันตรัยผูกดารินด้วยความรัก แต่ผูกพันทุมวดี ด้วยความแค้นครับ เป็นแบบวรมันต์ก็ดีครับ แต่วรมันต์รักหญิงหนึ่งคน โดยได้อยู่ร่วมกัน มองเห็นกัน ทุกข์สุข (สุขไม่ค่อยมี ) มาด้วยกัน แม้นจะอยู่ในใต้ต่ำนรก ก็ยังอยู่ด้วยกัน ขณะมันตรัยอยู่คนเดียว เฝ้ามองคนรักเปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติ โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องมานับแสนๆปี อาจารย์มันตู ฤา จะเข้าใจลูกศิษย์มันตรัย กว่า สาวกของมันตรัยเอง อิอิอิ ว่าแต่ก็แปลกดีนะครับ ภาคแรกผมชอบคุณหญิงดาริน เกลียดมันตรัย ภาค2 ผมกลับชอบมันตรัย ไม่ชอบ ( ไม่ถึงกับเกลียด ) คุณหญิงดาริน+จิตรางคนาง |
| miew 
| ถ้าจิตรางคนางค์ต้องคำสาปของมันตรัยแทนที่จะเป็นพันทุมวดี เหมียวว่าจิตรางคนางค์ก็ต้องนอนอยู่ในโลงแก้วอยู่ดีนั่นแหละ เหตุผลเหมียวว่าไม่เกี่ยวกับการที่มันตรัยรักหรือแค้น แต่เป็นเพราะว่าถ้าปล่อยให้จิตรางคนางค์ได้เดินเพ่นพ่านไปทั่วได้เป็นแสนๆปี แบบมันตรัย จิตรางคนางค์ก็คงไปสมคบกับพวกก็องก็อยคว่ำบาตรมันตรัยจนได้ ถึงแม้ว่าจะไม่สำเร็จเพราะมันตรัยมีฤทธิ์ร้ายมากกว่าเยอะ แต่มันตรัยก็คงจะต้องรำคาญใจไม่หยุดไม่หย่อน... สู้เสกให้นอนนิ่งๆในโลงไม่ได้ ปกครองง่ายกว่ากันเยอะเรย... |
| Meyanee2003 
| อืมค่ะ เห็นด้วยกะพี่เหมียวนะคะ เพราะมันตรัยรู้ว่าจิตรางคนางค์ไม่ได้มีใจให้ตน ถ้าปล่อยไว้ ก็ต้องไม่สมคบกับพวกก็องกอยอยู่ดี คิดว่ามันตรัยน่าจะให้ จิตรางคนางค์นอนอยู่ในโลงแก้วเฉยๆ แล้วครอบครองคนเดียวมากกว่าค่ะ บรื๋อ....ก็ยังกลัวค่ะ โชคดีนะ ที่เอานาคบาศคล้องไว้ทัน ไม่งั้นนะ......
|
| เต๋า | ใครจะนอนในโลง...ได้ทั้งน้านนน...ขอให้สวยสมคำบรรยายก็พอ แต่ก็นะ...สงสัยไม่วาย...สาวสวยนอนเต่งตึงมาเป็นแสนปี...มันตรัย...ไม่ทำอะไ รเลยรึ? ไม่น่ารอดนะ |
| Meyanee2003 
| เอ่อ...แล้วอย่างมันตรัยนี่น่ะค่ะ กึ่งมนุษย์ กึ่ง อมนุษย์ นี่ค่ะ ....แล้วจะทำได้ด้วยเหรอคะ สงสัยจัง
เอ่อ อีกนิดนะคะ สงสัยจริงๆค่ะ แบบว่า มันไม่ ง่าาา ....ท้องเหรอคะ |
| เต๋า | เอ...ชักไม่แน่ใจนะ...มันตรัยไม่กินอะไร แต่ร่างเสือกินน้ำไม่ใช่รึ จะมีอยู่ตอนหนึ่งที่ได้ยินเสียงมันลงกินน้ำ...รึเปล่า? ว๊า...สงสัยต้องเอามาอ่านอย่างละเอียดอีกรอบล่ะม้างงง....กลุ้มจริง...อยากม ีสาระ...ทำไมมันยากยังงี้ |
เส้นทาง : สารบัญ วิพากษ์เพชรพระอุมา ตอนแรก รพินทร์อยากจะให้นายชดตายจริงๆเหรอคะ
|