ทำไมต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงกับบัวมรณะ

นำเสนอโดย Gunman

เรื่อง : ทำไมต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงกับบัวมรณะ
โดย : หนานอิน
เมื่อ : กันยายน 23rd, 2003, 9:20am

หนานอิน

ผมยังหาคำตอบไม่ได้ว่า ทำไมรพินทร์จึงต้องเอาตัวเข้าเสี่ยงเช่นนั้น
 
ตอนเลาะขอบทะเลสาบมรณะ มาเจอบัวหรือเห็ดมรณะ
เมื่อข้ามไปได้แล้ว รพินทร์ให้แงซายเอาขอนไม้ทุ่มลงไป
จึงรู้ว่า บัวนั้นเป็นบัวมรณะ เพราะมันหุบใบแล้วลากสิ่งที่มากระทบลงไป
 
รพินทร์สงสัยว่า สองคนที่หายไปอาจตายจากบัวนี้ก็ได้
(รพินทร์พบปลอกกระสุนปืน .450 ของอนุชาทางฝั่งขามา  
ส่วนแงซายพบปลอกกระสุน .450 และปลอกลูกซองของหนานอินทางฝั่งที่ข้ามมาแล้ว
)
จึงลงทุนผูกตัวเองลงไปเหยียบเพื่อให้มันหุบ
แล้วให้คนบนฝั่งฉุดโคนใบขึ้นมา
 
ทุกครั้งที่อ่านถึงตรงนี้ ยังสงสัยไม่หายว่า
 ทำไมรพินทร์ต้องทำตัวเสี่ยงๆอย่างนั้น
เอาขอนไม้ผูกเชือกหรือสัตว์อื่นผูกเชือกทุ่มลงไปไม่ได้หรือ

ซือแป๋มันตรัย

หุ...หุ..... รักษาฟอร์มของพรานป่าผู้ยิ่งยงไงครับ  ก่อนหน้านั้นรพินทร์เรียกแงซาย มาถามถึงวิธีการถอนบัวมรณะ ต่อหน้านายจ้าง (นัยว่าจะแสดงให้เห็นธาตุแท้กันจะจะ) แต่โดนแงซายศอกกลับ เสนอแผนให้คนสองคนลงไปเหยียบ อีกคนคอยเอาบ่วงมาผูก  แล้วเจ้าตัวดี หันมาถามหน้าตาเฉย ว่า ใครจะเหยียบ  หุ..หุ... มีหรือ พรานป่าผู้ยิ่งยง จะให้แงซายเหยียบ หรือ เปลี่ยนแผนอื่น ที่เสี่ยงน้อยกว่า ฮ่าๆๆ เสียฟอร์มว่าขี้ขลาดต่อหน้านายจ้างไม่เท่าไหร่ หรอก แต่ ถูกเจ้าแงซายยิ้มเยาะนี่ซิ มันปวดกระดองใจ

miew

เมื่อแงซายถามว่าแล้วใครจะเหยียบ? เหมียวคิดว่าการที่รพินทร์จะศอกกลับแงซายให้ได้เจ็บปวดยิ่งกว่าการเสนอตัวเอ งเข้าไปเหยียบบัวเองก็คือตอบว่า "แล้วทำไมใครจะต้องเหยียบ เราแค่โยนซากสัตว์ลงไปให้บัวมันหุบแล้วแกหรือฉันก็คอยคล้องฐานบัว คอยดึงรากมันขึ้นมาไม่ดีกว่าหรือ?"  ตอบอย่างนี้สิ แงซายก็จะกลายเป็นคนโง่บรมโง่ในสายตาของนายจ้างทั้งหลายทันที จริงไหมล่ะคะ?

ซือแป๋มันตรัย

หุ..หุ... แต่ตอนนั้นรพินทร์กำลังพิสูจน์ให้นายจ้างเห็นว่า เจ้าแงซายตัวดีมันไม่ได้โง่ตามที่มันพยายามแสดงไงครับ ความจริงมันฉลาดเป็นกรด ถ้าตอบแบบนั้นก็โดนเจ้าแงซาย หัวเราะกั๊กๆ สบายใจเฉิบ ผิดวัตถุประสงค์ที่เรียกแงซายมาถามต่อหน้านายจ้างครับ อิอิ

grand

วันที่, เขียนโดย:
หุ...หุ..... รักษาฟอร์มของพรานป่าผู้ยิ่งยงไงครับ  ก่อนหน้านั้นรพินทร์เรียกแงซาย มาถามถึงวิธีการถอนบัวมรณะ ต่อหน้านายจ้าง (นัยว่าจะแสดงให้เห็นธาตุแท้กันจะจะ) แต่โดนแงซายศอกกลับ เสนอแผนให้คนสองคนลงไปเหยียบ อีกคนคอยเอาบ่วงมาผูก  แล้วเจ้าตัวดี หันมาถามหน้าตาเฉย ว่า ใครจะเหยียบ  หุ..หุ... มีหรือ พรานป่าผู้ยิ่งยง จะให้แงซายเหยียบ หรือ เปลี่ยนแผนอื่น ที่เสี่ยงน้อยกว่า ฮ่าๆๆ เสียฟอร์มว่าขี้ขลาดต่อหน้านายจ้างไม่เท่าไหร่ หรอก แต่ ถูกเจ้าแงซายยิ้มเยาะนี่ซิ มันปวดกระดองใจ  

 
 
ป้าเห็นด้วยกับคุณมันตูค่ะ เพราะ ทั้งรพินทร์และแงซาย จ้องชิงไหวชิงพริบกันอยู่ตลอด รพินทร์นั้นฉุนอยู่ตลอดว่าแงซายมักชอบแกล้งโง่ในสายตานายจ้าง พอมาถึงเหตุการณ์ดอกบัว รพินทร์เห็นว่ามันเป็นจังหวะเหมาะที่จะกระชากหน้ากากเจ้าแงซายออกมาให้นายจ้ างได้เห็น กลับกลายเป็นโดนแงซายย้อนศรซะนี่ จะกลับลำก็ไม่ทัน ก็อย่างที่คุณมันตูบอกแหละค่ะว่าเจอลูกไม้นี้ของแงซายเข้า รพินทร์ก็ต้องรักษาฟอร์ม(ของนายพรานใหญ่)ยิ่งชีพแล้วล่ะค่ะ รพินทร์เลยต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงแบบนั้น

เต๋า

ผมว่าเหตุผลมันหลวมๆ ยังไงม่ายรุ.....เพราะมันมีเห็ดอยู่หลายดอก  ถ้ารพินทร์คิดจะหาหลักฐานยืนยันว่า อนุชากับหนานอิน เด๊ดสะมอเร่  ด้วยการขุดเห็ดขึ้นมาดู  แล้วอันแรกเกิดไม่เจอะเจออะไร  มิต้องขุดกันหมดบึงรึ?

~ เ จ้ า ถุ ง ~

เจ้าถุง...เคยสงสัยเหมือนกันว่า ถ้าบัวมรณะเนี่ยไม่มีกระดูกคนอยู่ รพินทร์จะทำยังไงต่อไป  Roll Eyes
 
 
 
แต่...คิดว่า ....รพินทร์น่าจะทดลองกับบัวต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ฆ่ามากกว่า จากสภาวะแวดล้อม สถานที่และตำแหน่งของบัว  คือตำแหน่งที่คิดว่า ใครๆ ก็น่าจะข้ามบึงผ่านมาทางนี้ แล้วถ้าพลาดก็น่าจะพลาดจากบัวดอกนี้ นะคะ  

miew

ใช่ค่ะ ของงด้วยคน  บัวมันมีอยู่ตั้งหลายต้น (กอ, ดอก, หน่อ, เส้น... ใช้อันไหนหว่า?)  แล้วรพินทร์รู้หรือว่าสงสัยได้ยังไงว่าไอต้นนี้แหละที่จะมีกระดูกคนอยู่ จริงล่ะว่าต้นนี้มันอวบสุด แต่การอวบสุดอาจจะเป็นการกินกระทิงหรือช้างไปทั้งตัวนี่นา ไม่จำเป็นจะต้องมีกระดูกคนอยู่ในนั้นเลย
 
และอย่างน้องเจ้าถุงว่า.. ถ้าเกิดผ่าออกมาแล้วไม่มีกระดูกคนล่ะ?  เหนื่อยก็เหนื่อยเปล่า  แงซายก็หัวเราะเยาะอีกต่างหาก..

ซือแป๋มันตรัย

กราบเรียนหลานกันแมน และคุณเต๋า
 ละเว้นหน้าแรกให้ผมซักกระทู้นะครับ อิอิ

ตอบเจ้าถุง คุณเต๋า เจ้าเหมียว ครับ เรื่องเลือกลงไปงมหาของในบัว นี่ ผมสงสัยอย่างท่านๆมานานแล้วครับตั้งแต่อ่านรอบแรกเลยครับ แล้วก็ผ่านๆไปไม่เคยคิดหาคำตอบซักที พอมีประเด็นนี้ขึ้นมา ก็เหมือนกํบกระตุ้นผมให้หาคำตอบ วันนี้ทำงานตรวจสินค้าไป ใจก็คิดถึงแต่ประเด็นนี้ครับ กลับถึงโรงแรมรีบมาตอบเลยครับ  เลยได้คำตอบมาประมาณนี้ครับ (ขอบคุณผู้ตั้งประเด็นมากครับ ที่ทำให้ผมแก้ปัญหาคาใจได้อีกเปราะนึง)

รพินทร์ ไปเจอปลอกกระสุนก่อนที่จะลุยลงน้ำครับ แล้วเกิดสงสัยว่าพรานชดตายที่นี่หรือเปล่า ตอนถอนบัวไม่มีใครรู้ว่ารพินทร์สงสัยว่า พรานชดตายที่นี่หรือ เปล่า แม้กระทั่งแงซาย แค่รู้กันว่า ถอนขึ้นมาเพื่อศึกษาเพราะหลังจากที่หนีออกมายืนคิดคนเดียวอีกด้านนายจ้างตาม มาสมทบ และพูดจาประมาณว่าสงสัยว่าบัวอันนี้เป็นสัตว์หรือพืชกันแน่  ก็จึงเข้าทางรพินทร์ครับ (แกยังไม่อยากบอกนายจ้างครับว่าแกสงสัยอะไร)  
     ที่นี้ถ้าถอนขึ้นมาแล้วไม่เจออะไร  รพินทร์คงหมดข้ออ้างที่จะถอนบัวอันต่อไป ผมว่ารพินทร์คงต้องบอกนายจ้างครับ ว่าตัวเองเจอปลอกกระสุนแล้วสงสัยอะไร ที่นี้ถ้านายจ้างทราบเรื่องก็คงมีทางตัดสินใจอยู่ สองทาง
   1. ลงไปถอนบัวทุกอันเพื่อพิสูจน์ งานนี้เจ้าแงซายก็คงต้องรีบบอกครับ ว่าตัวเองไปเจอปลอกกระสุน ที่อีกฝั่งนึง เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาถอนกันอีก
   2. อาจตัดสินใจค้นหาหลักฐานของฝั่งด้านนี้ เพื่อพิสูจน์ว่าพรานชดตายในบึงหรือไม่ แล้วก็คงเจอร่องรอยหลักฐานเองครับ

เต๋า

ขออภัยท่านมันตูนะครับ....ถึงยังไง...ผมก็ว่ามันไม่เมคเซ้นส์ในการเอาตัวเข้ าไปเสี่ยงแบบเดาสุ่มอยู่ดีอ่ะครับ  อย่างที่หลายๆ คนให้ความเห็นว่า  ควรใช้สัตว์ สิ่งของอื่นๆ จะดีกว่าเอาตัวเข้าแลก...เรื่องราวช่วงนี้จึงดูเหมือนรพินทร์ไม่ค่อยฉลาดเท่ าไหร่นา

miew

เอ..ซือแป๋ขา....  ดูเหมือนว่าตอนที่รพินทร์จะลงไปถอนบัวในสระน่ะ แงซายรู้อยู่แล้วนะคะว่ารพินทร์คิดอะไรอยู่...  เหมียวจะเรียงลำดับเหตุการณ์ให้ดู ไม่ทราบว่าจะถูกหรือเปล่า (เพราะขี้เกียจไปเปิดเช็คในหนังสือ  ถ้าผิดก็ช่วยบอกด้วยนาคะ)
 
1. รพินทร์เจอร่องรอยนายชดก่อนลงบึง (อาจจะเป็นกระสุนหรือรอยฟันใบไม้ ไม่แน่ใจ)
2. แงซายก็เจอด้วย (แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กับรพินทร์ เป็นอันว่าต่างคนต่างสงสัยว่านายชดลงบึงแน่..)
3. รพินทร์สงสัยว่าบัวมรณะไม่ใช่บัวธรรมดา จึงใช้ให้แงซายข้ามไปอีกฝั่ง เพราะรู้ว่าแงซายรู้วิธีหลบหลีก
4. แงซายข้ามไปอีกฝั่ง รพินทร์จับตาดูวิธีการข้าม
5. แงซายถึงอีกฝั่งโดยสวัสดิภาพ ก็เลยเดินสำรวจหาร่องรอย..แล้วเลยเจอรอยปลอกกระสุนและรอยพักกินอาหารของนายช ดหนานอิน.. สรุปว่าตอนนี้แงซายรู้ล่ะว่านายชดปลอดภัยไม่ตายกลางบึง ****แต่รพินทร์ยังไม่รู้****
6. รพินทร์พานายจ้างข้ามฟากมาบ้างตามรอยแงซายแล้วมายืนพิจารณากอบัวอยู่อีกฝั่ง  
7. รพินทร์สงสัยว่านายชดตายในบึงแน่ๆก็เลยสั่งให้แงซายคอยคล้องบัว ตัวเองเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับบัวกอที่โตที่สุด ***** ตอนนี้แงซายรู้ทั้งรู้ค่ะว่ารพินทร์สงสัยอะไร แงซายรู้ว่ารพินทร์ยังไม่เห็นหลักฐานว่านายชดผ่านบึงนี้มาได้ แต่แงซายก็ไม่บอกรพินทร์ เพราะอยากเห็นรพินทร์ลำบาก..และหน้าแตกที่ลงไปงมกอบัวแต่ไม่เจออะไร
8. รพินทร์ก็มั่นใจในตัวเองมาก... เอาตัวเข้าไปเสี่ยงจนเกือบตายอย่างที่เรารู้ๆกัน
 
ดังนั้น ถ้าแงซายบอกรพินทร์ซักนิดว่าตัวเองเจอปลอกกระสุนฝั่งที่ข้ามมาแล้ว รพินทร์ก็คงไม่เสียเวลางมโข่ง (จริงๆงมกระดูก) อยู่.. แต่นี่เพราะเจ้าแงซายอยากเห็นรพินทร์เสียหน้า  ก็เลยปล่อยให้รพินทร์ทำการทดลองกับตัวเอง... เหมียวเห็นว่า จะส่งซากสัตว์ลงไปหรือรพินทร์ลงไปเป็นเหยื่อล่อเอง รพินทร์ก็แพ้รู้แงซายอยู่ดีอ่ะแหละ...เกมนี้อ่ะ

~ เ จ้ า ถุ ง ~

Grin สมมุติ ถ้ารพินทร์ไม่เจอกระดูกคนในบัวพวกนี้
 
 
เจ้าถุง...คิดว่ารพินทร์น่าจะเลือกที่จะบอกนายจ้างว่าเจอปลอกกระสุน
 
คณะอาจจะอยู่ในอาการตกใจเสียขวัญและอาจจะคิดว่า พรานชดและหนานอิน อาจจะลงไปนอนเล่นในบัวนั้นแล้ว และอาจจะคิดถอนบัวในบึงทั้งหมดนั้นขึ้นมาดู
 
 
แต่....อาจจะมีคน 2 คนนะคะที่จะต้องคัดค้าน โดยการให้สำรวจบริเวณให้ทั่วๆ ก่อน คนหนึ่งก็คือ นายใหญ่ อีกคนคือคนที่เกี่ยวข้องกับพรานชดน้อยที่สุด คือ มาเรีย
 
 
หนึ่งในสองคนนี้จะต้องบอกให้ตรวจดูบริเวณให้ทั่วก่อนแน่ๆ ถ้าไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม ถึงจะทำการถอนบัวไม่ไว้ใย นะคะ
 
 
 
 Undecided  Roll Eyes  
 

Teardrop

ว่าแต่ว่า กระโหลกคนสองคนที่พบ นี่เค้าเดินทางมาด้วยกันหรือเปล่าครับ ? ถ้าใช่ผมสงสัยว่า ทำไมทั้งสองคนถึงไปตายอยู่ในต้นเดียวกันได้

ลักษณะการเดินข้ามลำน้ำแบบนี้ น่าจะเดินเรียงเดี่ยวกันไปมากกว่า หรือเดินเคียงข้างกันก็ตามที คงไม่เดินชนิด ผูกสามขา หรือผูกเอวติดกันไว้ชนิดเป็นคนๆเดียวกันแน่ๆ  และดูจากการดูดจับของบัวมรณะที่ลองเหวี่ยงขอนไม้ลงไป พบว่า ถ้ามีสิ่งใดมากระทบ มันจะดูดลงไปทันที โอกาสเป็นไปได้แค่ไหน ที่คนสองคนจะถูกดูดลงไปพร้อมกัน ผมว่าน้อยมากนะครับ ถ้าเดินเรียงเดี่ยว คนนำหน้าถูกดูดลงไป คนหลังก็น่าจะรู้สึกตัว ช่วยเหลือตัวเองได้ หรือไม่ก็ไปถูกต้นอื่นดูด หรือถ้าเดินมาพร้อมกัน เมื่อคนใดคนหนึ่งก้าวเหยียบไปโดน ใบมันหุบดูดลงทันที อีกคนก็น่าจะหลบพ้นไปได้  
 
หรือถ้า ทั้งสองคน ต่างคนต่างเดินมาต่างกรรมต่างวาระ ก็จัดว่าเป็นยอดพรานทีเดียว ที่บุกบั่นมาถึงนี่ได้ด้วยตัวคนเดียว ก็ไม่น่ามาพลาดกับเรื่องบัวนี้ แถมมาตายต้นเดียวกันเสียด้วย ...

Gunman

คาดว่าพรานชดคงหาอะไรมาล่อแล้ววิ่งข้ามคับ

เต๋า

อาจไม่ได้หาอะไรมาล่อก็ได้นา Gunman เพราะพวกรพินทร์ก็ไม่ต้องวิ่งข้ามนี่  ค่อยๆ เดินกันไปไม่ใช่รึ?

ที่คุณหยดฯ ว่า  ก็น่าคิดนะครับ...งั้น ผมเพิ่มว่า  ถ้าถอนออกมาทุกต้น  ก็น่าจะมีกระโหลกใครต่อใคร  แทบทุกต้นมั๋ง  แสดงว่ามันไม่ย่อยสลายไปง่ายๆ  ก็คงเป็นไปได้ว่า  ไม่ได้ตายพร้อมกัน  แต่เหลือซากทิ้งไว้ที่เดียวกัน....เปลี่ยนชื่อตอนเป็น สุสานใต้น้ำ ซะเลยเป็นไง

ซือแป๋มันตรัย

มาตอบข้อสงสัยต่อ
 
 ตอบคุณน้องเหมียว
 
   ที่เหมียวไล่เหตุการณ์มาเกือบถูกต้องทั้งหมดครับ ยกเว้น ร่องรอยพรานชดที่รพินทร์เก็บได้ เป็นปลอกกระสุนครับ ตอนรพินทร์เก็บได้ไม่มีคนรู้เห็นครับ รวมทั้งเจ้าแงซายตัวดีด้วย นั่นหมายถึง ตอนถอนบัวนั้นแงซายไม่รู้จริงว่าวัตถุประสงค์ของรพินทร์ คือ แสวงหาร่องรอยพรานชด
   และอย่างที่ เหมียวว่า งานนี้แงซายชนะครับ
 
 ตอบ คุณเต๋าครับ  
 ไม่เป็นไรครับ ลองกลับไปอ่านความเห็นแรกๆ ที่ผมตอบลุงอินดูครับ ว่าทำไมไม่ใช้สิ่งอื่น แทนตัวรพินทร์ ในการเหยียบบัวมรณะ
 
ตอบ คุณน้องหยด ขอตอบแบบนี้ครับ
 
1. Quote:
ก็จัดว่าเป็นยอดพรานทีเดียว ที่บุกบั่นมาถึงนี่ได้ด้วยตัวคนเดียว

 
  อืมๆๆ ไม่แน่หรอกครับ  ปลามันอาจตายน้ำตื้นก็ได้ ในเรื่องมีให้เห็นตั้งเยอะ เช่น มังมหานรธาเดินไปกว่านี้ ยังเรียบร้อยโรงเรียนอีแร้งเลยครับ หรือ ใกล้ๆ ตอนรพินทร์สั่งแงซายทำบ่วงเตรียมคล้องหุบ ยังพลาดเลยครับ
 
2. โดนดูดพร้อมกันสองคน มีโอกาสครับ ที่น้องหยดว่า ทีขอนไม้ทุ่มมายังหุบทันทีเลย แต่ ถ้าคนเหยียบนี่ไม่แน่ครับว่าจะหุบทันที เพราะตอนที่รพินทร์ขึ้นไปเหยียบนะ นานครับกว่าจะหุบ จนรพินทร์สงสัยว่าทำไมมันไม่หุบ ที่นี้มาสงสัยต่อ ว่าทำไมท่อนไม้หุบเร็ว คนหุบช้า อาจจะเป็นเรื่องของโมเมนตัมครับ (น.น คูณ ความเร็ว)
 
หุ..หุ.... ที่ตอบมาทั้งหมดนี่ บางท่านอ่านแล้วคงสงสัย ว่าผมเป็นองค์รักษ์พิทักษ์คนแต่ง หรือ รพินทร์ แน่ๆเลย  ชอบออกมาแก้ต่างให้ ขอบอกว่าไม่เชิงนะครับ เพราะสิ่งที่ท่านๆสงสัย ผมก็เคยสงสัยมาก่อนครับ แล้วมาช่วงหลังๆของการอ่านนี่แหละครับ พยายามหาเหตุผลที่มีอยู่ในเรื่องทั้งหมด มาหาคำตอบให้ตัวเองครับ หรืออีกหลายกระทู้ที่ไม่เคยสงสัยมาก่อน ก็ใช้วิธีเดียวกันนี่แหละครับ  แต่เป็นคำถามปลายเปิด ผมไม่ค่อยมาตอบครับ (ยกเว้น คำถามแจกเสื้อ ฮา แบบว่า อยากได้ครับ พูดแบบไม่อายเลยครับ สาธุ สาธุ )

Gunman

สุดยอดนักวิเคราะห์จริงคับ

ซือแป๋มันตรัย

หุ..หุ...ไม่ใช่หรอกเจ้าหนุ่ม พอดีชอบเหตุการณ์ตอนนี้มาก เลยฟังใจจำนะครับ  แล้ว ได้ทราบจากคุณลุงว่า เหตุการณ์ตอนนี้ติด 1 ใน 3  ที่คุณลุงเล่าให้ฟังว่าแกใช้เวลาคิดนานมากในการแต่ง เพชรพระอุมาครับ

เต๋า

กลับไปอ่านแล้วนะค้าบบบ...เป็นอันว่าที่ไม่ใช่สิ่งของอื่นๆ ล่อ...เพราะกลัวเสียฟอร์ม...สรุปเรื่องนี้พระเอกหน้าแตกบ่อย เพราะรักษาฟอร์มนี่เอง

Gunman

ว่าไงลุงมันตูอีก2ตอนที่ลุงพนมเทียนแต่งนานที่สุดอ้ะ

ซือแป๋มันตรัย

หุ..หุ.... สองคนน้าหลาน มาทำสงครามยึดหน้าแรก กันซะ ไม่รู้เลยว่า มีคนมารอคำตอบ สมๆๆๆ
 
เรื่องแรก ก็คือ ชื่อพระเอกกับนางเอกครับ คิดนานมาก ทั้งๆที่มีพล็อตเรื่องอยู่แล้ว คุณลุงแกค่อนข้างให้ความสำคัญกับชื่อตัวละครมากครับ
 
เรื่องที่สอง ก็คือ ปรากฏการ์ณปิ่นพระศิวะ ฉายแสงเรืองรองเมื่อใด เจ้ากันแมนก็จะมายึดหน้าแรกเมื่อนั้น (ฮา) อันนี้แกคิดนานครับ ว่าจะเอาอย่างไรดีให้คลาสสิกที่สุด ก็ออกมาอย่างที่เห็นแหละครับ

miew

เรื่องชื่อนี่เคยได้มีโอกาสคุยกะคุณลุงก็เลยได้รู้ว่า "รพินทร์" นั้นมาจากคำว่า "รวี" ที่แปลว่า "พระอาทิตย์"  
ส่วน "ดาริน" ก็แปลว่า "ดวงดาว"...  พระอาทิตย์นั้นอยู่กลางวัน ดวงดาวนั้นอยู่กลางคืน...เปรียบเหมือนคนสองคนที่มีชีวิตเหมือนจะอยู่คนละโลก  แต่ชะตากรรมก็นำพาให้มาพบเจอและรักกันได้อ่ะนะ
 
โรแมนติคจริงๆ



เส้นทาง : สารบัญ วิพากษ์เพชรพระอุมา ทำไมต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงกับบัวมรณะ