|
"72 ปี พนมทียนไม่เสียชาติเกิด ที่เลือกมาเป็นนักขียน"
เช้าวันที่ 23 พ.ย.เป็นช่วงเวลาที่นักเขียนยิ่งยงของเมืองไทย
พนมเทียน หรือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ต้อง ประหลาดใจ
เมื่อ เป็กกี้-สุมิตรา คู่ชีวิต ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการ จัดงานวันคล้ายวันเกิด
ขึ้นที่บ้าน ไม่เพียงแค่ ฉลองกันเล็กๆ เฉพาะ ครอบครัวเท่านั้น ทว่า
ศรีภรรยาและลูกๆ จัดเตรียมอาหาร-เครื่องดื่มมากมายไว้คอย ต้อนรับแขก
เหรื่อในช่วงเย็นอีกคำรบ
"ความจริงผมเป็นคนรักสงบ ชอบอยู่อย่างเงียบๆ และไม่สังคมกับใคร
เบื่อสังคมเต็มทีแล้ว แต่มาวันนี้ภรรยาเขาทำ เซอร์ไพรส์ให้ผม เขาเชิญใครต่อใครที่รู้จักผม
รู้สึกว่าจะมากพอสมควร ผมก็ตกใจ ว่ามีกันถึงขนาดนี้เลยหรือ ปกติวันเกิดผมทำอย่างเงียบๆ
ผมไม่ชอบ ทำอะไรที่เอ้อเฟ้อฟู่ฟ่าทั้งสิ้น วันนี้เป็นวันที่เรียกว่า
ผมตื่นขึ้นมาแล้ว ผมก็พบกับบรรยากาศอย่างนี้"
พนมเทียน เกริ่นกล่าวในห้วงแดดร่มลมตก ก่อนที่ญาติมิตร
จะเดินทางมาร่วมอวยพรวันเกิด แม้จะออกตัวว่าไม่ชอบสังคม แต่วันนี้ดูเหมือนต้องยกเว้น
เพราะดูเขาจะดีใจ และสดชื่นกระปรี้กระเปร่าไม่น้อย
"วันนี้ตรงกับวันเกิดผมเป๊ะเลย วันที่ 23 พ.ย.แต่ย้อนหลังไปเมื่อปี
2474 นะ" พนมเทียน กล่าวอย่างอารมณ์ดี
วันพิเศษอย่างนี้ จะไม่ให้พูดถึงชีวิตที่ผ่านมา ไม่ว่าความรักชอบทางด้านปืน
หรืองานเขียนอมตะ "เพชรพระอุมา" นวนิยายผจญไพรขนาดยาวที่มีคนอ่านมากที่สุด
ซึ่งล่าสุดท่านมุ้ย-ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล จะนำมาสร้างหนัง...ได้อย่างไร
0 โอกาสที่ครบรอบ 72 ปี พอจะบอกเล่าถึงการใช้ชีวิตได้ไหม
ชีวิตผมผ่านมาเยอะเหลือเกิน ผ่านมาจนรู้สึกว่าคนอายุ
72 ปีเท่าๆ กันนี่ น่าจะผ่านได้น้อยกว่าผม และการที่ผมได้ผ่านมา มากๆ
อย่างนี้ เป็นผลประโยชน์ในด้านที่ผมมาสร้างเป็นบทประพันธ์ของผมขึ้นมา
ผมจำเป็นต้องใช้ชีวิตที่คุ้มค่าจริงๆ ไม่งั้นผมเขียนหนังสือไม่ได้ครับ
เพราะฉะนั้น 72 ปีของผม อาจจะไม่เหมือนกับ 72 ปีของคนอื่น
0 มีประสบการณ์ด้านไหนเป็นพิเศษคะ เห็นสนใจทั้งเรื่องปืน
และเรื่องป่า
ด้านการผจญภัยครับ การเดินป่า ด้านการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมของมนุษยชาติทุกวันนี้
ด้านการท่องเที่ยวเดินทางต่างๆ ประสบการณ์ชีวิตของผมมีมาก ไหลออกไปหลายแขนง
ทั้งในป่าคอนกรีต ป่าดงพงลึก รวมทั้งวงการพวกนักเลง มิจฉาชีพต่างๆ
ทำให้ผมเขียนนวนิยายเรื่องการผจญภัย นิยาย อาชญากรรม
0 เขียนมามากมาย ที่ภูมิใจที่สุดคงเป็นเรื่องเพชรพระอุมา
เห็นว่าท่านมุ้ยจะนำไปสร้างหนัง
ครับ เนื่องจากว่าผมได้ใช้ชีวิตทุ่มเทการเขียนทั้งหมด
25 ปี 7 เดือนกับอีก 2 วัน... ผมไม่มีส่วนในบทหนัง มีส่วนอย่างเดียว
คือเขียนออกมาได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ท่านเอาไปทำเป็นบทภาพยนตร์ได้อย่างชัดเจนเหมือนกัน
ต้องเอาตามต้นฉบับเดิม ยกเว้นอาจจะตัดภาคบางส่วนออกไป อย่างเช่น ภาคที่ล่าสัตว์
หรือการดักสัตว์อะไรต่างๆ อาจจะลดลง แต่เน้นการผจญภัยถึงเมืองลึกลับ
อาถรรพณ์ต่างๆ ในป่า มากว่าเป็นการทำลายสัตว์
0 ตอนที่เขียนเรื่องนี้ อยากจะบอกอะไรกับคนอ่าน
อยากสะท้อนให้เห็นว่าเมืองไทยเคยสมบูรณ์มาก เกี่ยวกับเรื่องป่าดงพงพี
ทรัพยากรทางธรรมชาติเรามีมากเหลือเกิน สัตว์ป่าเราก็มีมาก ป่าไม้เราก็อุดมสมบูรณ์
แต่ ณ บัดนี้ เราไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว สะท้อนภาพอันนี้ออกมาให้เห็นเพื่อให้คนรุ่นหลังได้มองเห็นว่าประเทศไทยเราในอดีต
ซึ่งห่างตอนนี้ไปประมาณ 40-50 ปี มันมีอะไรบ้าง มันหาดูไม่ได้อีกแล้ว
0 รู้สึกอย่างไร ที่เวลานี้ตามอินเทอร์เน็ตมีเรื่องย่อเพชรพระอุมา
มีเรื่องย่อชีวิตของพนมเทียน
ผมรู้แต่เพียงว่า ถึงแม้ผมจะเขียนมานาน 30 กว่าปีแล้วก็ตาม
นวนิยายเรื่องนี้ยังอยู่ในใจของคนอ่านตลอด กระทั่งปัจจุบันนี้ วัยรุ่นก็หันมาอ่านหนังสือผม
แม้เด็กอายุ 9 ขวบ 10 ขวบก็อ่านหนังสือผมแล้ว คือรวมความว่าคนทุกชั้น
ทุกวัย ทุกระดับ อ่านเรื่องเพชรพระอุมา
0 คนรุ่นใหม่ต่อติดได้อย่างไร ไม่มีป่าให้เห็นแล้ว
เขาจะมองเห็นได้จากการบรรยาย ทำให้มองเห็นภาพขึ้นมา
ทำให้เขามีความรู้สึกรักในป่าดงพงไพร รักในธรรมชาติ ทำให้เด็กพวกนี้เป็นนักศึกษาที่จะต้องเดินป่าในแง่ของอนุรักษ์ต่อไป
ผมดีใจมาก ดีใจเหลือเกินที่ผมเขียนมาเป็นเวลานานแล้ว ปรากฏว่าเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานยังมาอ่านอยู่
0 เรื่องปืน ยังเขียนอยู่หรือเปล่า
ก็ยังเขียนอยู่
แต่เขียนเป็นหลักวิชาการ บทความเกี่ยวกับ เรื่องบาดแผล ของกระสุนปืน
ลักษณะของกระสุนปืนต่างๆ ลักษณะ ของอาวุธแปลกๆ เกี่ยวกับทางนิติเวชวิทยา
หรือว่า ทาง นิติวิทยาศาสตร์ อย่างที่หมอพรทิพย์ทำอยู่ ที่เขาพยายามทดลอง
กะโหลก เรซิ่น เขาพยายามทำให้ดีที่สุด แต่น่าเสียดายที่ว่าผู้ที่รู้จริงๆ
น่าจะมีมากกว่านั้น วงจำกัดเกินไป
0 ตอนนี้เขียนเรื่องอะไรอยู่บ้าง
ผมหยุดการเขียนนิยายชั่วขณะ เนื่องจากเขียนมามากแล้ว
แต่ถ้า มีพล็อต ก็จะเขียนต่อไป เพราะชีวิตนักประพันธ์ นี่ไม่มีการหยุดหรอกครับ
เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งอาจจะพัก อายุก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ขอเวลาพักผ่อนสำหรับตัวเองบ้าง
ไม่ทรทานตัวเองจนเกินไปนัก
0 เรียกว่าเขียนมาตลอดชีวิต
55 ปีในการสร้างชื่อเสียงขึ้นมา เขียนเรื่องยาวประมาณ
38-40 เรื่อง อย่างจักรๆ วงศ์ๆ หรือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อินเดียโบราณ
ผมเขียนหมดอย่าง จุฬาตรีคูณ, ปฐพีเพลง, ศิวาราตรี หรือล่าสุด คิมหันต์
สวรรค์หาย ดูจำนวนแล้วอาจจะน้อย แต่ว่าแต่ละเรื่องของผมมันยาวๆ ทั้งนั้น
ผมเขียนเรื่องหนึ่งเท่ากับคนอื่นเขียน 4-5 เรื่อง อย่างเพชรพระอุมาเรื่องเดียว
เท่ากับคนอื่นเขียน 48 เรื่อง
0 ลูกหลานมีคนสืบทอดงานด้านนี้ไหม
จนกระทั่งป่านนี้แล้ว ผมก็ยังมองไม่เห็นว่าใครจะมาเขียนหนังสืออย่างที่ผมเขียน
ทุกคนเลือกไปมีอาชีพทางด้านธุรกิจกันหมด อาจจะมีบ้างว่าคนนั้นอยากจะเขียน
คนนี้อยากจะเขียน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จแน่นอนลงไป
0 อยากจะบอกถึงอาชีพนักเขียน หรือฝากอะไรรุ่นน้องๆ
บ้าง
อยากจะบอกกับนักเขียนทุกคนว่า จะเขียนเรื่องอะไรก็ตาม
นอกจากจะเขียนหนังสือให้คนติด นอกจากเขียนให้คนมีอารมณ์คล้อยตามแล้ว
อย่าลืมใส่ความเป็นมนุษยธรรมเอาไว้ด้วย ศีลธรรมอาจจะเสื่อมไปบ้าง แต่มนุษยธรรม
ควรจะดำรงไว้อย่างยิ่ง นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ และเท่าที่เขียนทุกวันนี้ก็คือ
เอามนุษยธรรมเป็นหลัก
0 สำหรับตัวเอง อยากจะพูดอะไรบ้างไหม
ผมก็ไม่มีอะไรจะบอกมากไปกว่าว่า ในการเกิดมาเพื่อที่จะเป็นนักเขียน
ผมได้ทำงานของผมอย่างเต็มที่ ทำตามอย่างอุดมคติที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกแล้วครบถ้วน
จนกระทั่งมาถึงอายุบัดนี้ คือ 6 รอบ ก็ภูมิใจว่าไม่เสียชาติที่เกิดมา
อย่างที่บอกแล้ว จำนวนเรื่องอาจจะดูว่าน้อย แต่แต่ละเรื่องของผมมันยาวมาก
เพราะฉะนั้นถ้าจะถามบรรทัดกันแล้ว ผมไม่ได้เขียนน้อยกว่านักประพันธ์ที่เขาเขียนมากๆ
กันทั้งหลายเลย ก็จัดเป็นนักเขียนที่เขียนเรื่องมากคนหนึ่งเหมือนกัน
|