สัตว์ในเรื่องเพชรพระอุมา
(ภาคแรก)


อยู่ระหว่างเตียมภาพและรายละเอียดให้อยู่ครับ

สัตว์สี่เท้า

แรด เป็นสัตว์ที่สายตาเลวที่สุด เชื่อจมูกมากกว่าสายตา เป็นสัตว์ที่มีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่มีเหตุผล

เสือลายพาดกลอน

เสือดำ เสือดาว เป็นเสือตระกูลเดียวกัน อยู่ที่สีจะออกไปทางใด บางตัวสีออกดำจนบังรอยดาวไป ในฝูงหนึ่งของลูกเสือดาวหรือเสือดำจะมีทั้งลายดำและลายดาวปนกันอยู่

ลิง

กระทิง

ชะนี

ค่าง = กวางโจน

กวาง

หมูป่า

เก้ง

อีเห็น

หมาใน

หมาป่า

หมาจิ้งจอก ที่หมู่บ้านร้างพุเตย

วัวแดง

วัวดำ เจอก่อนถึงหล่มช้าง

ละมั่ง ละอง สมั่น หรือฟานเป็นกวางที่หายาก พบระหว่างตามรอยไอ้แหว่งตอนออกจากหุบชมด และพบอีกครั้งก่อนถึงหล่มช้าง

สมเสร็จ

หมีควาย พบครั้งแรกตอนรพินทร์นำไชยยันต์ตามรอยวัวแดงที่เขาโล้น

เม่น = เป็ดป่า

ไอ้จ้าว กระทิงที่รพินทร์ตามไปพบในหุบหมาหอน

ไอ้กุด
"ไอ้กุด" ที่พรานของเขาเอ่ยถึง คือเจ้าลายพาดกลอนขนาดแปดศอกวายร้ายแห่งป่าหนองน้ำแห้ง กิตติศัพท์ชื่อเสียงระบือก้องไปในบรรดาพรานและชาวป่าทั้งหลาย ในด้านความเฉลียวฉลาด เล่ห์เหลี่ยม และอาฆาตพยาบาทอย่างรุนแรง ดูจะเป็นพิเศษผิดไปจากธรรมชาติสามัญของเสือทั่วไป จนกระทั่งพวกบ้านป่าทั้งหลายเรียกมันว่า "สมิง" เพราะเชื่อว่าจะต้องมีวิญญาณของภูตร้ายเข้าสิงคอยชักนำ สาเหตุที่พรานทั้งหลายขนานนามมันว่า "ไอ้กุด" ก็เพราะเมื่อปีเศษที่แล้วมาพรานพื้นเมืองเก่าแก่ของนายอำพลคนหนึ่งถูกมันขย้ำและลากเอาไปเป็นเหยื่อ ในขณะที่เดินส่องเก้งอยู่ในทุ่งโล่งบริเวณใกล้เคียงกับสถานีกักสัตว์ของรพินทร์เอง ในคืนเกิดเหตุสยองนั้นเพื่อนอีกคนหนึ่งที่แยกกันส่องเก้งอยู่ไม่ห่างออกไปนัก ได้ยินเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดและตกใจของพรานผู้นั้นอย่างถนัด วิ่งหน้าตื่นมาตามเขา รพินทร์พร้อมกับพรานคู่ใจของเขาออกตามรอยในคืนนั้น พบแต่ศพชายผู้เคราะห์ร้ายถูกลากเข้าไปซุกที่โขดหินซับซ้อนบริเวณหนึ่ง ห่างจากตำแหน่งเกิดเหตุเกือบหนึ่งกิโลเมตรเต็ม ๆ ท้องของศพเหวอะหวะ เครื่องในถูกลากออกไปกินหมด เขาแจ้งข่าวร้ายไปให้นายอำพลผู้อำนวยการบริษัทไทยไวล์ด ไล้ฟอันเป็นเจ้านายโดยตรงของผู้ตายให้ทราบ นายอำพลโกรธแค้นมากแสดงความจำนงกับเขาขอที่จะเป็นผู้ฆ่ามันด้วยมือเอง เพียงแต่ขอร้องให้รพินทร์เป็นผู้นำทางเท่านั้น เขาไม่อยากจะขัดใจนายอำพลผู้กำลังเต็มไปด้วยโทสะและความเคียดแค้น จึงนำนายอำพลไปนั่งเฝ้าทรากศพของพรานผู้นั้นตามประสงค์ ดึกของคืนถัดมาระหว่างที่นั่งซุ่มเฝ้ากันอยู่เพียงสองคนระหว่างเขากับนายอำพล เจ้าเสือร้ายก็ย้อนกลับมาที่ทราก รพินทร์เป็นคนส่องไฟและนายอำพลเป็นคนยิง แต่จะเป็นเพราะมือไม่เคยชินมาก่อน หรือจะเป็นเพราะความตื่นเต้นอย่างใดไม่ทราบได้ ภายหลังจากกระสุนปืนของนายอำพลระเบิดออกไป เจ้าลายผีสิงผละจากเหยื่อเผ่นพรวดหายเข้าไปในดงทึบ เมื่อเข้าไปสำรวจก็พบว่านิ้วข้างหนึ่งจากอุ้งตีนใหญ่โตทางด้านขวาของมันขาดตกอยู่ให้เห็น กระสุนไรเฟิลแฝดของนายอำพลเพียงแต่ตัดนิ้วของมันขาดออกเท่านั้น ผลของการดักสังหารในครั้งนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเพียรเฝ้าหรือแกะรอยกันสักขนาดไหนในเวลาต่อมา

มันได้รับสมญาว่า "ไอ้กุด" มาตั้งแต่บัดนั้น และต่อจากนั้นมาอีกเพียงเดือนเศษภายหลังจากถูกดักยิง พวกชาวป่าตัดหวาย พวกตัดไม้ของนายอำพลตลอดจนกระทั่งพวกที่อาศัยอยู่ตามดง ถูกรังควานชนิดนอนตาไม่หลับ ดูเหมือนอีกครั้งสุดท้ายนับได้ศพที่ ๑๓ โดยไม่รวมถึงพวกวัวควายสัตว์เลี้ยงที่ถูกลากเอาไป มันไม่แน่นักว่า "ไอ้กุด" จะเข้าจู่โจมชีวิตคน และสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นเพื่อเฉพาะเป็นอาหารประการเดียว เพราะปรากฏอยู่บ่อย ๆ ว่า มันเคยขย้ำพวกตัดไม้ของนายอำพลเสียสองศพซ้อนภายในวันเดียวกัน เวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมง แพะแกะวัวควายของชาวดงที่เลี้ยงไว้ ก็ถูกกัดตายเสียเฉย ๆ โดยไม่มีรอยแทะกิน

พรานทุกคนถือมันเป็นอาชญากรร้ายและตามล่ามัน แต่ยังไม่มีใครพบกับความสำเร็จ สองคนพลาดลงอีก คนหนึ่งถูกกัดตาย และอีกคนหนึ่งรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ต้องเข้าโรงพยาบาล ไม่เพียงแต่คนเท่านั้นที่แกะรอยล่ามัน "ไอ้กุด" ก็ถือว่าคนเป็นศัตรูที่มันจ้องอาฆาต ด้วยเล่ห์เหลี่ยม ไหวพริบอันฉลาดล้ำอย่างชนิดที่ก็น่าจะเชื่อตามที่ชาวป่าพูดกันเหมือนกันว่า มันเป็น "เสือสมิง"

รพินทร์เองเคยติดตามมันมาเป็นเวลาแรมเดือน "ไอ้กุด" เหมือนจะมีสัญชาตญาณรู้ดีว่า การเผชิญหน้ากับจอมพรานอย่างรพินทร์เป็นภัยกับมันเช่นไร เพราะฉะนั้นเขาจึงพบแต่รอยและผลของความย่อยยับล้มตายที่มันสร้างไว้เท่านั้น นี่เป็นเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่พรานพื้นเมืองยืนยันว่ามันเป็นเสือผีสิง นายอำพลตั้งสินบนไว้เป็นเงินหมื่นสำหรับพรานทุกคน ไม่ว่าจะได้มันมาชนิดเป็นหรือตาย เพราะคนของเขาหลายคนต้องเสียชีวิตไปเพราะ "ไอ้กุด" ตลอดเวลารพินทร์เพียงแต่เฝ้ารอโอกาสเท่านั้น เพราะการมุ่งหน้าติดตามอย่างจริงจังของเขาไม่ได้ผล มันคอยหลีกหลบเขาเหมือนนกรู้ และระยะหลังประมาณ ๓-๔ เดือนที่แล้วมา ข่าวของมันก็ดูจะสร่างซาไป ไม่แผ้วพานเข้ามาอาละวาดในเขตหนองน้ำแห้งอีก

ไอ้แหว่ง
พอขึ้นป่าหวายเราจะหลีกช้างไม่พ้นเลย ไม่ว่าเราจะเจตนาพบมันหรือไม่ บางทีอาจต้องออกกำลังวิ่งกันบ้างพอยืดเส้นยืดสาย โดยเฉพาะมีโขลงพิเศษอยู่โขลงหนึ่งประมาณ ๓๐ เห็นจะได้ เป็นช้างงาอยู่ในราว ๖-๗ ตัว ชาวป่าในละแวกนี้เรียกมันว่า "โขลงไอ้แหว่ง" เพราะตัวจ่าฝูงหูข้างขวาแหว่งไปข้างหนึ่ง เป็นช้างโขลงที่ดุร้ายอันตรายที่สุด สถิติของมันเท่าที่ผมรู้ เคยย่ำหมู่บ้านกระเหรี่ยงราบพนาสูรมาแล้ว ๔ หมู่บ้าน รื้อแค้มป์นักสำรวจป่าในขณะที่เจ้าของเค้มป์นอนหลับไม่ทันรู้ตัว ๓ ครั้ง คนที่ตายทั้งหมดรวม ๆ กันแล้วจากกองทัพของมัน ไม่ต่ำกว่า ๔๐ ศพได้กลิ่นคนแทนที่จะหนีกลับบ่ายหน้าเข้าใส่ ผมเองตามโขลงของมันมาเป็นเวลา ๗ เดือนแล้ว และถ้าไม่ติดงานนำทางในครั้งนี้มาขัดไว้ก่อน เข้าป่าคราวนี้ผมก็ตั้งใจจะตามมันให้ได้

กระจ้อน ดารินซ้อมมือระหว่างนั่งเกวียนจากเขาโล้นไปโป่งกระทิง

หมาบลัดฮาวด์ มีเอ่ยถึงในเรื่องนี้สามครั้ง ครั้งแรกตอนที่จันพับแงซายตามรอยไอ้แหว่งที่โป่งน้ำร้อน จันผู้มีประสาทชำนาญในการฟังเสียง และดมกลิ่นไม่ผิดอะไรกับหมาบลัดฮาวด์ อีกครั้งตอนเผชิญหน้ามหิงสาครั้งแรก เชษฐายิงถูกสะโพกหลังด้วยกระสุน .458 เกิดพบรอยเลือด เกิดกับแงซายก็ผละออกตามรอยเลือดนั้นต่อไปราวกับหมาบลัดฮาวด์ ครั้งที่3 ตอนตามรอยแงซายแล้วพบรอยเท้ามันตรัย ซึ่งกว้าง 6 นิ้ว ยาว 1ฟุตนิ้วยาวเท่ากันหมด ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นรอยเท้าใครเพราะเป็นตอนที่เพิ่งเจอมันตรัย …..ว่าแล้ว เจ้าต่องสู่ก็ออกคลานจับตามรอยตีนที่บ่ายหน้าไปให้เห็นช่วงสั้นๆนั้น ราวกับหมาบลั้ดฮาวด์สูดกลิ่น คะหยิ่นยืนยันเห็นด้วยมาอีกคน…..

ชมดเชียง กลิ่นจัดฉุนรุนแรง

ลิงกัง หางสั้น คัวใหญ่กว่าลิงกังปักษ์ใต้ เวลายืนสูงขนาดเด็ก 7 - 8 ขวบ

หมีคน หมีหมา หมีควาย

มหิงสา = ควายเขาเกก ควายป่า ดุร้าย ทรหด อารมณ์บ้าดีเดือด นิสัยควายป่าชอบล่อให้คนเข้าไปในป่ารกแล้วซุ่มนิ่งรอจังหวะพุ่งใส่ พบตัวครั้งแรกที่ดินโป่งตอนตามรอยไอ้แหว่งจากหุบชมด พบอีกครั้งก่อนถึงหล่มช้าง คราวนี้มาเป็นฝูงตื่นหนีงูยักษ์

ตัวนิ่ม หรือตัวลิ่น

ชมดแผง จอมโขมยประจำป่า

แมวป่า จอมโขมยประจำป่า

หมาไม้ จอมโขมยประจำป่า

กระจง

เก้ง

แรดสองนอ = กระซู่ (เป็นภาษกระเหรี่ยง)หนังหนาเป็นเกล็ดราวกับเกราะเพราะนักรบโบราณมาแปะไว้เป็นแถบๆ หัวเรียวเล็กไม่ได้ขนาดกับลำตัว หูยาวรี เขาแทนที่จะงอกออกจากมุมของศีรษะทั้งสองด้าน กลับโผล่แหลมตั้งโง้วอยู่บนจมูก เขาหน้ายาวใหญ่ เขาหลังที่ขึ้นเรียงซ้อนกัน สั้นกว่าเล็กน้อย ต่างกับแรดตรงที่ มีขนาดเล็กกว่า หนังบางกว่าเรียบกว่าแรด มีขนมากกว่า มีเล็บเท้าเพียงสามเล็บ มีรอยพับช่วงไหล่พับเดียว ฟันหน้าข้างล่างมีคู่เดียว นอมักยาวและแหลมกว่าแรด พบตอนตามรอยมหิงสาที่ห้วยยายทอง

เลียงผา = คูรำ พบบนสันเขาตอนออกจากห้วยแม่เลิง



สัตว์ไม่มีเท้า

จงอาง มัจจุราชร้ายแห่งดงดิบ มฤตยูลายลูกหวาย แต่งูจงอางกลัวตะขาบ โดนตะขาบกัดก็ตายเหมือนกันที่ใดมีตะขาบที่นั่นไม่มีจงอาง สามารถร้องเหมือนเสียงไก่ได้ ได้ยินที่ป่าหวายตอนลงจากดอยนางมาตามขบวนเกวียน

งูหลาม เจอตอนออกไปนั่งห้างครั้งแรกที่เขาโล้น แงซายขว้างมีดสั้นไปตัดคอขาด

งูสามเหลี่ยม ดารินยิงตอนพักที่โป่งกระทิง

งูกะปะไฟ รพินทร์กระทืบตายตอนตามไอ้แหว่งตอนออกจากหุบชมด

งูเห่าดง เหตุเกิดตอนหลังปราบโขมดดง ดารินอาบน้ำในลำธารแล้วไปนอนบนแผ่นหินที่อยู่ใกล้โพรงของมัน เห่าดงก็เหมือนงูเห่าทั่วไปเพียงแต่ตัวใหญ่กว่า ขนาดน้องๆจงอาง

งูเหลือม กินเหยื่อโดยการกลืนสัตว์เข้าไปทั้งตัว เมื่อเนื้อเปื่อยยุ่ยแล้วมันก็จะสำรอกเอากระดูกออกมา แต่ถ้าเป็นสัตว์ประเภทมีเขาเช่น กวาง ควาย มันจะกลืนเท่าที่กลืนได้จนถึงส่วนที่เป็นเขาก็จะคาอยู่ที่ปากจนส่วนเนื้อเปื่อยยุ่ยหลุดไปเอง รพินทร์เล่าให้คณะนายจ้างฟัง ตอนพบงูเหลือมกินเสือดาวในคืนหลังพิชิตโขมดดง

งูยักษ์ตัวผู้ ส่วนศีรษะเป็นรูปละม้ายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ยอดบนของศีรษะมีอะไรชนิดหนึ่งตั้งแนวอยู่เป็นสัน คล้ายๆหงอนไก่ชน ดวงตาทั้งคู่ใหญ่ใหญ่โปนทะลักเด่นออกมานอกเบ้า ที่มีขอบสีออกแดงจัดล้อมเป็นวงกลมเหมือนตาปลาทอง กระดิกกลิ้งเหลือบไปมาได้อย่างน่าสยอง เขี้ยวแหลมโค้งทั้งสี่ข้างโผล่ออกมาจากปากเหมือนงาของตัววอลรัส แต่โผล่แซงสวนกันทั้งล่างและบน ใต้คางเห็นแผ่นหนังห้อยยานประดุจเหนียงอยู่สองแถบ สิ่งที่จะบอกชัดได้ถึงสัญชาติดั้งเดิมของก็คือลิ้นอันมีปลายสองแฉก ที่พุ่งพ้นปากออกมาแปลบปลาบเป็นจังหวะ ลักษณะท่าทางของการเลื้อยไปได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วประเปรียวก็ดี มันเป็นคุณลักษณะของจงอางมากกว่าประเภทงูเหลือมซึ่งอืดอาดเชื่องช้ากว่า

งูเขียวปากจิ้งจก ตัวเล็กๆ อ่อนไปอ่อนมาสีเขียวสดเหมือนกิ่งไม้ เกาะอยู่ตามรั้วพู่ระหงษ์หรือตามพุ่มไม้เล็กๆ ปากแหลมเหมือนจิ้งจก เป็นของเล่นสมัยรพินทร์เป็นเด็ก เอาหัวมันจุ่มขี้ควายแล้วมันจะไล่คน เด็กๆก็วิ่งหนีเป็นที่สนุกสนาน



สัตว์เลื้อคลาน ครึ่งบกครึ่งน้ำ

ตะขาบ=กุ้งบก เพราะเนื้อเหมือนกุ้ง ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิทุกชนิด

กบเทียน.....ข้าวต้มกบเทียนที่โป่งน้ำร้อน ดารินเป็นคนทำ

บึ้ง ตัวเหมือนแมลงมุม แต่ตัวใหญ่กว่า รพินทร์หาได้ตอนอยู่ดอยนางก่อนลงป่าหวาย อร่อยกว่ากุ้งเผา (ไชยยันต์ว่าอย่างนั้น)

ตุ่น สัตว์ตระกูลหนู รพินทร์เอามาย่างกินตอนอยู่ดอยนาง เพราะไม่มีสัตว์ให้หาได้

ต่อหลุม

ลองใน….ช่วงที่พบมะราบรี และระวังสางเขียว มีแต่เสียงลองในเท่านั้นที่แซ่ระงมไปทุกสุมทุมพุ่มพฤกษ์

สัตว์ปีก

นกเงือก กรงนกเงือกตอนเสือดำหลุดจากกรง และยังมีกล่าวถึงอีกหลายครั้ง

เยี่ยวดง ตัวที่ดารินสอยลงมาจากยอดกระหร่างด้วยความมันมือในวันแรกที่ออกจากหนองน้ำแห้ง

ไก่ป่า

กระทาดง เกิดกับแงซายเก็บไข่นกกระทาดงระหว่างตามรอยไอ้แหว่งตอนออกจากหุบชมด

นกเขาเขียว

นกกระหร่าง เสียงนกกระหร่างร้องลั่นอยู่ตามกิ่งไม้และบินกันว่อน

กางเขนดง

นกกรดหางยาว

พญาลอ

นกหว้า คล้ายนกยูงแต่ขนมีน้ำตาลไม่เขียวเหมือนนกยูง รำแพนได้สวยกว่านกยูง ป่าไหนมีนกหว้าแปลว่าเป็นป่าลึก เวลาร้องจะร้องโหยหวล นกหว้าตัวผู้มักจะทำลานไว้สำหรับรำแพนเรียกตัวเมีย เรียกลานนกหว้า มันจะใช้ปีกกวาดจนลานสะอาดไม่ยอมให้แม้ใบไม้สักใบตกลงมา พรานป่าทุกคน เมื่อพบลานรำแพนของนกหว้า ถ้าเขาต้องการจะได้ตัวมัน เขามีวิธีจะเอาตัวมันได้โดยไม่จำเป็นจะทำบ่วงแร้วดัก หรือเสียลูกปืน โดยอาศัยสัญชาติญาณรักษาความสะอาดลานของมันนี่แหละเป็นเครื่องฆ่าตัวมันเอง คือเขาจะเอาไม้ไผ่ยาวสักสองสามคืบมาหลาว วิธีหลาวก็หลาวเฉพาะครึ่งหนึ่งของไม้ไผ่นั้น ให้บางและคมราวกับใบมีดทั้งสองคมขนาดกว้างประมาณหนึ่งเซนติเมตร ส่วนอีกครึ่งไม่ต้องหลาว เอาด้านที่ไม่ได้หลาวย่องไปปักแน่นไว้กลางลาน ในเวลาที่มันออกไปหากินห่างจากลานโดยให้ใบอันหลาวไว้อย่างคมกริบนั้นโผล่พื้นดินขึ้นมาราวคืบกว่าๆ พอมันกลับมาถึงลาน เห็นไม้ไผ่ระเกะระกะลูกตาอยู่กลางลานอันแสนหวงแหนของมันเช่นนั้น มันก็หาวิธีเขี่ยออกมาให้พ้น แต่ไม้ไผ่อันนั้นปักแน่นเกินกว่าที่มันจะจิกหรือคุ้ยให้ออกไปได้ ในที่สุดมันก็จะใช้ลำคอยาวของมันพันเข้ากับไม้ไผ่อันคมกริบนั้น เอาเท้ายันพื้นแล้วกระชากถอนขึ้นโดยแรงเพื่อจะให้หลุดตามประสาของมัน…….รพินทร์เล่าให้นายจ้างฟัง

นกยูง มีมากที่โป่งน้ำร้อน

บ่าง รูปร่างครึ่งค้างคาว ครึ่งกระรอกหรือหนู ตัวเกือบเท่าแมวเขื่องๆ มีปีกเป็นหนังบางๆขึงรอบตัวเหมือนร่มชูชีพ ไต่ต้นไม้คล่องเหมือนกระรอก ไม่กระพือปีกแบบนกหรือค้างคาว แต่จะขึ้นไปบนต้นไม้สูงแล้วถาร่อนกางหนังปีกออก ไปได้ไกล เวลาเกาะต้นไม้จะเห็นเหมือนถุงห้อยอยู่ดูคล้ายกาบมะพร้าว หากินกลางคืน นอนกลางวัน มีหลายชนิด ที่ดารินสอยลงมาเป็นบ่างควาย กินพืชและผลไม้ ไม่มีอันตรายมากไปกว่ากระรอกหรือค้างคาว ร้องเหมือนผีจนดารินเกลียดออกมาไล่ยิง ชาวป่าเรียกบ่างผี เพราะเชื่อกันว่าถ้าได้ยินเสียงมันร้องจะต้องมีภัยพิบัติหรือการตายเกิดขึ้น

นกกินยุง จอมโขมยประจำป่า ตัวไม่โตนัก ขนาดนกเขาใหญ่ เวลากลางคืนเดือนหงาย ชอบเกาะกิ่งไม้ร้อง "จ๊กๆๆ"

นกทึดทือ เหมือนนกฮูก ทำเสียงครางเหมือนคน รพินทร์บอกไชยยันต์ตอนไปหมู่บ้านพุเตย แล้วไชยยันต์ได้ยินเสียงคนครางจากบ้านผาเอิง

นกกะลิง

นกเปล้า

นกต้อยตีวิด พบตอนตามรอยไอ้แหว่งตอนออกจากหุบชมด

นกกระยาง เสียงนกกระยางร้องแซดตามยอดไม้ เหตุการณ์ตอนเจอฝูงหมู70 –80 ตัวตอนออกจากหุบชมด

นกเค้าแมว สองตัวเกาะบนกิ่งเถาวัลย์ที่วังช้าง

โขมดดง ตัวสัณฐานคล้ายแมงมุมดำมะเมื่อมเป็นเจ้าของดวงตาทับทิมคู่นั้น ส่วนทับทิมดวงใหญ่ที่เป็นเป้าสะท้อนแสงมองเห็นถนัดที่สุดทันที่ที่แสงไฟกระทบ ติดอยู่ใต้ตัวมัน ลักษณะเหมือนมันจะคร่อมกกเอาไว้คล้ายๆเป็นไข่ หรือมิฉะนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นท้องที่แนบติดอยู่กับพื้น……….. ลักษณะของมันน่าจะเป็นแมลงชนิดหนึ่ง แต่คงไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของกีฎะวิทยา ตัวป้อมกลมขนาดซองบุหรี่ มีขาหกขาแบบแมลงมุมมีพิษ ตาโปนสีแดงยื่นออกมาเหนือหัวซึ่งเรียวเล็ก ลักษณะเหมือนตาปู แต่มีงวงหรือปากอันยาวแหลมคล้ายยุง ส่วนปีกเหมือนปีกแมลงวัน ร่างอันแหลกเละกะรุ่งกะริ่งเพราะการกระทืบทะลักไปด้วยเลือดสีดำคล้ำคล้ายเลือดในท้องยุง ตลอดทั้งตัวเต็มไปด้วยขนน่าขยะแขยง สิ่งที่ทำให้ทุกคนงงงัน อัศจรรย์ใจอย่างขีดสุดก็คือ ทับทิมลักษณะสัณฐานแบนกลมเม็ดหนึ่ง ขนาดดวงทับทิมสะท้อนแสงที่ติดอยู่ยังบังโคลนหลังของจักรยาน ซึ่งแนบติดอยู่ใต้แผ่นท้องของมัน ไม่ผิดอะไรกับไข่ที่ติดท้องแมลงมุมอันมองดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวมัน ……แต่มันไม่มีเซลล์ติดต่อถึงกันเลย แสดงว่าทับทิมเม็ดนั้นไม่ได้เป็นส่วนของอวัยวะมัน เป็นเพียงสิ่งที่มันกกหรืออุ้มติดอกอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น…..

นกแตวแร้ว นิสัยของนกชนิดนี้มักชอบเดินหากินตามหลังกวาง ถ้าเห็นนกแตวแร้วชนิดนี้อยู่ที่ไหน พยายามสะกดตามมันไป มีหวังได้ยิงกวาง เพราะเวลามันหนี มันจะหนีไปทางที่กวางอยู่เสมอ ชาวป่าเรียกมันว่า "นกเต้นตามกวาง" มันจะเป็นสัญญลักษณ์เตือนให้รู้และนำเราไปพบกวางโดยที่ทันเองก็คงไม่ได้ตั้งใจ

นกกะราง เสียงนกกะรางร้องรับกันเป็นระยะๆ พบตอนตามรอยมหิงสา

นกกระลุ่ม คู่ขันคูอยู่บนยอดยางสูง บรรยายตอนล้มมหิงสาได้แล้วหาที่พัก

กระรอกเผือก พบบนสันเขาตอนออกจากห้วยแม่เลิง

นกแก้วโนรี พบบนสันเขาตอนออกจากห้วยแม่เลิง

นกการเวก พรรณาตอนคืนหนึ่งบนไหล่เขาช่วงที่ออกจากห้วยแม่เลิงก่อนลงหุบหมาหอน นกฟ้ากำลังร้องเพลง เล่นแสงเดือน คนเห็นมันแต่เงา คนได้ยินมันแต่เสียง ไม่มีใครรู้แหล่งที่อยู่ ไม่มีใครได้สัมผัสแม้แต่ขนหาง แต่คงมีสักโอกาสหนึ่งที่วิหคฟ้าผละแดนสวรรค์ลงมาเกลือกเล่นธุลีดิน วันนั้นย่อมเป็นวันปิติโสมนัสของพสุธา

นกกระหร่าง

นกปรอดหัวโขน

นกระวังไพร เสียงที่พวกสางเขียวเลียนเพื่อส่งข่าว

นกหัวขวาน ในหนังสือบรรยายไว้ตอนตามรอยแงซายที่ถูกวิญญาณวรมันต์เข้าสิงว่า…สีสรรดำสนิทราวกับอีกา ขนาดเกือบไก่ชน เหมือนอีกาปากเหล็กในนรก



สัตว์ในนิยาย

ตะขาบยักษ์ ตัวใหญ่สีแดง มีเขี้ยวขนาดใหญ่โง้งเหมือนเขาควาย แต่เป็นเขี้ยวตัน ไม่มีพิษ แต่ตัวที่ย่อมกว่ากลับมีพิษ กัดไชยยันต์ปางตาย ยาแก้พิษคือเนื้อตะขาบบดผสมพริกขี้หนูยักษ์ดงเดียวกัน เมื่อถูกกัดจะมีอาการร้อนเหมือนถูกเหล็กเผาไฟแดงๆจี้ แล้วหมดสติทันที

ค้างคาวยักษ์ เฉพาะลำตัวไม่นับปีก ขนาดเท่าแม่วัว