|
(ภาคแรก)
แรด เป็นสัตว์ที่สายตาเลวที่สุด เชื่อจมูกมากกว่าสายตา เป็นสัตว์ที่มีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่มีเหตุผล เสือลายพาดกลอน เสือดำ เสือดาว เป็นเสือตระกูลเดียวกัน อยู่ที่สีจะออกไปทางใด บางตัวสีออกดำจนบังรอยดาวไป ในฝูงหนึ่งของลูกเสือดาวหรือเสือดำจะมีทั้งลายดำและลายดาวปนกันอยู่ ลิง กระทิง ชะนี ค่าง = กวางโจน กวาง หมูป่า เก้ง อีเห็น หมาใน หมาป่า หมาจิ้งจอก ที่หมู่บ้านร้างพุเตย วัวแดง วัวดำ เจอก่อนถึงหล่มช้าง ละมั่ง ละอง สมั่น หรือฟานเป็นกวางที่หายาก พบระหว่างตามรอยไอ้แหว่งตอนออกจากหุบชมด และพบอีกครั้งก่อนถึงหล่มช้าง สมเสร็จ หมีควาย พบครั้งแรกตอนรพินทร์นำไชยยันต์ตามรอยวัวแดงที่เขาโล้น เม่น = เป็ดป่า ไอ้จ้าว กระทิงที่รพินทร์ตามไปพบในหุบหมาหอน
ไอ้กุด มันได้รับสมญาว่า "ไอ้กุด" มาตั้งแต่บัดนั้น และต่อจากนั้นมาอีกเพียงเดือนเศษภายหลังจากถูกดักยิง พวกชาวป่าตัดหวาย พวกตัดไม้ของนายอำพลตลอดจนกระทั่งพวกที่อาศัยอยู่ตามดง ถูกรังควานชนิดนอนตาไม่หลับ ดูเหมือนอีกครั้งสุดท้ายนับได้ศพที่ ๑๓ โดยไม่รวมถึงพวกวัวควายสัตว์เลี้ยงที่ถูกลากเอาไป มันไม่แน่นักว่า "ไอ้กุด" จะเข้าจู่โจมชีวิตคน และสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นเพื่อเฉพาะเป็นอาหารประการเดียว เพราะปรากฏอยู่บ่อย ๆ ว่า มันเคยขย้ำพวกตัดไม้ของนายอำพลเสียสองศพซ้อนภายในวันเดียวกัน เวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมง แพะแกะวัวควายของชาวดงที่เลี้ยงไว้ ก็ถูกกัดตายเสียเฉย ๆ โดยไม่มีรอยแทะกิน พรานทุกคนถือมันเป็นอาชญากรร้ายและตามล่ามัน แต่ยังไม่มีใครพบกับความสำเร็จ สองคนพลาดลงอีก คนหนึ่งถูกกัดตาย และอีกคนหนึ่งรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ต้องเข้าโรงพยาบาล ไม่เพียงแต่คนเท่านั้นที่แกะรอยล่ามัน "ไอ้กุด" ก็ถือว่าคนเป็นศัตรูที่มันจ้องอาฆาต ด้วยเล่ห์เหลี่ยม ไหวพริบอันฉลาดล้ำอย่างชนิดที่ก็น่าจะเชื่อตามที่ชาวป่าพูดกันเหมือนกันว่า มันเป็น "เสือสมิง" รพินทร์เองเคยติดตามมันมาเป็นเวลาแรมเดือน "ไอ้กุด" เหมือนจะมีสัญชาตญาณรู้ดีว่า การเผชิญหน้ากับจอมพรานอย่างรพินทร์เป็นภัยกับมันเช่นไร เพราะฉะนั้นเขาจึงพบแต่รอยและผลของความย่อยยับล้มตายที่มันสร้างไว้เท่านั้น นี่เป็นเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่พรานพื้นเมืองยืนยันว่ามันเป็นเสือผีสิง นายอำพลตั้งสินบนไว้เป็นเงินหมื่นสำหรับพรานทุกคน ไม่ว่าจะได้มันมาชนิดเป็นหรือตาย เพราะคนของเขาหลายคนต้องเสียชีวิตไปเพราะ "ไอ้กุด" ตลอดเวลารพินทร์เพียงแต่เฝ้ารอโอกาสเท่านั้น เพราะการมุ่งหน้าติดตามอย่างจริงจังของเขาไม่ได้ผล มันคอยหลีกหลบเขาเหมือนนกรู้ และระยะหลังประมาณ ๓-๔ เดือนที่แล้วมา ข่าวของมันก็ดูจะสร่างซาไป ไม่แผ้วพานเข้ามาอาละวาดในเขตหนองน้ำแห้งอีก
ไอ้แหว่ง กระจ้อน ดารินซ้อมมือระหว่างนั่งเกวียนจากเขาโล้นไปโป่งกระทิง หมาบลัดฮาวด์ มีเอ่ยถึงในเรื่องนี้สามครั้ง ครั้งแรกตอนที่จันพับแงซายตามรอยไอ้แหว่งที่โป่งน้ำร้อน จันผู้มีประสาทชำนาญในการฟังเสียง และดมกลิ่นไม่ผิดอะไรกับหมาบลัดฮาวด์ อีกครั้งตอนเผชิญหน้ามหิงสาครั้งแรก เชษฐายิงถูกสะโพกหลังด้วยกระสุน .458 เกิดพบรอยเลือด เกิดกับแงซายก็ผละออกตามรอยเลือดนั้นต่อไปราวกับหมาบลัดฮาวด์ ครั้งที่3 ตอนตามรอยแงซายแล้วพบรอยเท้ามันตรัย ซึ่งกว้าง 6 นิ้ว ยาว 1ฟุตนิ้วยาวเท่ากันหมด ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นรอยเท้าใครเพราะเป็นตอนที่เพิ่งเจอมันตรัย ..ว่าแล้ว เจ้าต่องสู่ก็ออกคลานจับตามรอยตีนที่บ่ายหน้าไปให้เห็นช่วงสั้นๆนั้น ราวกับหมาบลั้ดฮาวด์สูดกลิ่น คะหยิ่นยืนยันเห็นด้วยมาอีกคน .. ชมดเชียง กลิ่นจัดฉุนรุนแรง ลิงกัง หางสั้น คัวใหญ่กว่าลิงกังปักษ์ใต้ เวลายืนสูงขนาดเด็ก 7 - 8 ขวบ หมีคน หมีหมา หมีควาย มหิงสา = ควายเขาเกก ควายป่า ดุร้าย ทรหด อารมณ์บ้าดีเดือด นิสัยควายป่าชอบล่อให้คนเข้าไปในป่ารกแล้วซุ่มนิ่งรอจังหวะพุ่งใส่ พบตัวครั้งแรกที่ดินโป่งตอนตามรอยไอ้แหว่งจากหุบชมด พบอีกครั้งก่อนถึงหล่มช้าง คราวนี้มาเป็นฝูงตื่นหนีงูยักษ์ ตัวนิ่ม หรือตัวลิ่น ชมดแผง จอมโขมยประจำป่า แมวป่า จอมโขมยประจำป่า หมาไม้ จอมโขมยประจำป่า กระจง เก้ง แรดสองนอ = กระซู่ (เป็นภาษกระเหรี่ยง)หนังหนาเป็นเกล็ดราวกับเกราะเพราะนักรบโบราณมาแปะไว้เป็นแถบๆ หัวเรียวเล็กไม่ได้ขนาดกับลำตัว หูยาวรี เขาแทนที่จะงอกออกจากมุมของศีรษะทั้งสองด้าน กลับโผล่แหลมตั้งโง้วอยู่บนจมูก เขาหน้ายาวใหญ่ เขาหลังที่ขึ้นเรียงซ้อนกัน สั้นกว่าเล็กน้อย ต่างกับแรดตรงที่ มีขนาดเล็กกว่า หนังบางกว่าเรียบกว่าแรด มีขนมากกว่า มีเล็บเท้าเพียงสามเล็บ มีรอยพับช่วงไหล่พับเดียว ฟันหน้าข้างล่างมีคู่เดียว นอมักยาวและแหลมกว่าแรด พบตอนตามรอยมหิงสาที่ห้วยยายทอง เลียงผา = คูรำ พบบนสันเขาตอนออกจากห้วยแม่เลิง
จงอาง มัจจุราชร้ายแห่งดงดิบ มฤตยูลายลูกหวาย แต่งูจงอางกลัวตะขาบ โดนตะขาบกัดก็ตายเหมือนกันที่ใดมีตะขาบที่นั่นไม่มีจงอาง สามารถร้องเหมือนเสียงไก่ได้ ได้ยินที่ป่าหวายตอนลงจากดอยนางมาตามขบวนเกวียน งูหลาม เจอตอนออกไปนั่งห้างครั้งแรกที่เขาโล้น แงซายขว้างมีดสั้นไปตัดคอขาด งูสามเหลี่ยม ดารินยิงตอนพักที่โป่งกระทิง งูกะปะไฟ รพินทร์กระทืบตายตอนตามไอ้แหว่งตอนออกจากหุบชมด งูเห่าดง เหตุเกิดตอนหลังปราบโขมดดง ดารินอาบน้ำในลำธารแล้วไปนอนบนแผ่นหินที่อยู่ใกล้โพรงของมัน เห่าดงก็เหมือนงูเห่าทั่วไปเพียงแต่ตัวใหญ่กว่า ขนาดน้องๆจงอาง งูเหลือม กินเหยื่อโดยการกลืนสัตว์เข้าไปทั้งตัว เมื่อเนื้อเปื่อยยุ่ยแล้วมันก็จะสำรอกเอากระดูกออกมา แต่ถ้าเป็นสัตว์ประเภทมีเขาเช่น กวาง ควาย มันจะกลืนเท่าที่กลืนได้จนถึงส่วนที่เป็นเขาก็จะคาอยู่ที่ปากจนส่วนเนื้อเปื่อยยุ่ยหลุดไปเอง รพินทร์เล่าให้คณะนายจ้างฟัง ตอนพบงูเหลือมกินเสือดาวในคืนหลังพิชิตโขมดดง งูยักษ์ตัวผู้ ส่วนศีรษะเป็นรูปละม้ายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ยอดบนของศีรษะมีอะไรชนิดหนึ่งตั้งแนวอยู่เป็นสัน คล้ายๆหงอนไก่ชน ดวงตาทั้งคู่ใหญ่ใหญ่โปนทะลักเด่นออกมานอกเบ้า ที่มีขอบสีออกแดงจัดล้อมเป็นวงกลมเหมือนตาปลาทอง กระดิกกลิ้งเหลือบไปมาได้อย่างน่าสยอง เขี้ยวแหลมโค้งทั้งสี่ข้างโผล่ออกมาจากปากเหมือนงาของตัววอลรัส แต่โผล่แซงสวนกันทั้งล่างและบน ใต้คางเห็นแผ่นหนังห้อยยานประดุจเหนียงอยู่สองแถบ สิ่งที่จะบอกชัดได้ถึงสัญชาติดั้งเดิมของก็คือลิ้นอันมีปลายสองแฉก ที่พุ่งพ้นปากออกมาแปลบปลาบเป็นจังหวะ ลักษณะท่าทางของการเลื้อยไปได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วประเปรียวก็ดี มันเป็นคุณลักษณะของจงอางมากกว่าประเภทงูเหลือมซึ่งอืดอาดเชื่องช้ากว่า งูเขียวปากจิ้งจก ตัวเล็กๆ อ่อนไปอ่อนมาสีเขียวสดเหมือนกิ่งไม้ เกาะอยู่ตามรั้วพู่ระหงษ์หรือตามพุ่มไม้เล็กๆ ปากแหลมเหมือนจิ้งจก เป็นของเล่นสมัยรพินทร์เป็นเด็ก เอาหัวมันจุ่มขี้ควายแล้วมันจะไล่คน เด็กๆก็วิ่งหนีเป็นที่สนุกสนาน
ตะขาบ=กุ้งบก เพราะเนื้อเหมือนกุ้ง ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิทุกชนิด กบเทียน.....ข้าวต้มกบเทียนที่โป่งน้ำร้อน ดารินเป็นคนทำ บึ้ง ตัวเหมือนแมลงมุม แต่ตัวใหญ่กว่า รพินทร์หาได้ตอนอยู่ดอยนางก่อนลงป่าหวาย อร่อยกว่ากุ้งเผา (ไชยยันต์ว่าอย่างนั้น) ตุ่น สัตว์ตระกูลหนู รพินทร์เอามาย่างกินตอนอยู่ดอยนาง เพราะไม่มีสัตว์ให้หาได้ ต่อหลุม ลองใน .ช่วงที่พบมะราบรี และระวังสางเขียว มีแต่เสียงลองในเท่านั้นที่แซ่ระงมไปทุกสุมทุมพุ่มพฤกษ์
นกเงือก กรงนกเงือกตอนเสือดำหลุดจากกรง และยังมีกล่าวถึงอีกหลายครั้ง เยี่ยวดง ตัวที่ดารินสอยลงมาจากยอดกระหร่างด้วยความมันมือในวันแรกที่ออกจากหนองน้ำแห้ง ไก่ป่า กระทาดง เกิดกับแงซายเก็บไข่นกกระทาดงระหว่างตามรอยไอ้แหว่งตอนออกจากหุบชมด นกเขาเขียว นกกระหร่าง เสียงนกกระหร่างร้องลั่นอยู่ตามกิ่งไม้และบินกันว่อน กางเขนดง นกกรดหางยาว พญาลอ นกหว้า คล้ายนกยูงแต่ขนมีน้ำตาลไม่เขียวเหมือนนกยูง รำแพนได้สวยกว่านกยูง ป่าไหนมีนกหว้าแปลว่าเป็นป่าลึก เวลาร้องจะร้องโหยหวล นกหว้าตัวผู้มักจะทำลานไว้สำหรับรำแพนเรียกตัวเมีย เรียกลานนกหว้า มันจะใช้ปีกกวาดจนลานสะอาดไม่ยอมให้แม้ใบไม้สักใบตกลงมา พรานป่าทุกคน เมื่อพบลานรำแพนของนกหว้า ถ้าเขาต้องการจะได้ตัวมัน เขามีวิธีจะเอาตัวมันได้โดยไม่จำเป็นจะทำบ่วงแร้วดัก หรือเสียลูกปืน โดยอาศัยสัญชาติญาณรักษาความสะอาดลานของมันนี่แหละเป็นเครื่องฆ่าตัวมันเอง คือเขาจะเอาไม้ไผ่ยาวสักสองสามคืบมาหลาว วิธีหลาวก็หลาวเฉพาะครึ่งหนึ่งของไม้ไผ่นั้น ให้บางและคมราวกับใบมีดทั้งสองคมขนาดกว้างประมาณหนึ่งเซนติเมตร ส่วนอีกครึ่งไม่ต้องหลาว เอาด้านที่ไม่ได้หลาวย่องไปปักแน่นไว้กลางลาน ในเวลาที่มันออกไปหากินห่างจากลานโดยให้ใบอันหลาวไว้อย่างคมกริบนั้นโผล่พื้นดินขึ้นมาราวคืบกว่าๆ พอมันกลับมาถึงลาน เห็นไม้ไผ่ระเกะระกะลูกตาอยู่กลางลานอันแสนหวงแหนของมันเช่นนั้น มันก็หาวิธีเขี่ยออกมาให้พ้น แต่ไม้ไผ่อันนั้นปักแน่นเกินกว่าที่มันจะจิกหรือคุ้ยให้ออกไปได้ ในที่สุดมันก็จะใช้ลำคอยาวของมันพันเข้ากับไม้ไผ่อันคมกริบนั้น เอาเท้ายันพื้นแล้วกระชากถอนขึ้นโดยแรงเพื่อจะให้หลุดตามประสาของมัน .รพินทร์เล่าให้นายจ้างฟัง นกยูง มีมากที่โป่งน้ำร้อน บ่าง รูปร่างครึ่งค้างคาว ครึ่งกระรอกหรือหนู ตัวเกือบเท่าแมวเขื่องๆ มีปีกเป็นหนังบางๆขึงรอบตัวเหมือนร่มชูชีพ ไต่ต้นไม้คล่องเหมือนกระรอก ไม่กระพือปีกแบบนกหรือค้างคาว แต่จะขึ้นไปบนต้นไม้สูงแล้วถาร่อนกางหนังปีกออก ไปได้ไกล เวลาเกาะต้นไม้จะเห็นเหมือนถุงห้อยอยู่ดูคล้ายกาบมะพร้าว หากินกลางคืน นอนกลางวัน มีหลายชนิด ที่ดารินสอยลงมาเป็นบ่างควาย กินพืชและผลไม้ ไม่มีอันตรายมากไปกว่ากระรอกหรือค้างคาว ร้องเหมือนผีจนดารินเกลียดออกมาไล่ยิง ชาวป่าเรียกบ่างผี เพราะเชื่อกันว่าถ้าได้ยินเสียงมันร้องจะต้องมีภัยพิบัติหรือการตายเกิดขึ้น นกกินยุง จอมโขมยประจำป่า ตัวไม่โตนัก ขนาดนกเขาใหญ่ เวลากลางคืนเดือนหงาย ชอบเกาะกิ่งไม้ร้อง "จ๊กๆๆ" นกทึดทือ เหมือนนกฮูก ทำเสียงครางเหมือนคน รพินทร์บอกไชยยันต์ตอนไปหมู่บ้านพุเตย แล้วไชยยันต์ได้ยินเสียงคนครางจากบ้านผาเอิง นกกะลิง นกเปล้า นกต้อยตีวิด พบตอนตามรอยไอ้แหว่งตอนออกจากหุบชมด นกกระยาง เสียงนกกระยางร้องแซดตามยอดไม้ เหตุการณ์ตอนเจอฝูงหมู70 80 ตัวตอนออกจากหุบชมด นกเค้าแมว สองตัวเกาะบนกิ่งเถาวัลย์ที่วังช้าง โขมดดง ตัวสัณฐานคล้ายแมงมุมดำมะเมื่อมเป็นเจ้าของดวงตาทับทิมคู่นั้น ส่วนทับทิมดวงใหญ่ที่เป็นเป้าสะท้อนแสงมองเห็นถนัดที่สุดทันที่ที่แสงไฟกระทบ ติดอยู่ใต้ตัวมัน ลักษณะเหมือนมันจะคร่อมกกเอาไว้คล้ายๆเป็นไข่ หรือมิฉะนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นท้องที่แนบติดอยู่กับพื้น .. ลักษณะของมันน่าจะเป็นแมลงชนิดหนึ่ง แต่คงไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของกีฎะวิทยา ตัวป้อมกลมขนาดซองบุหรี่ มีขาหกขาแบบแมลงมุมมีพิษ ตาโปนสีแดงยื่นออกมาเหนือหัวซึ่งเรียวเล็ก ลักษณะเหมือนตาปู แต่มีงวงหรือปากอันยาวแหลมคล้ายยุง ส่วนปีกเหมือนปีกแมลงวัน ร่างอันแหลกเละกะรุ่งกะริ่งเพราะการกระทืบทะลักไปด้วยเลือดสีดำคล้ำคล้ายเลือดในท้องยุง ตลอดทั้งตัวเต็มไปด้วยขนน่าขยะแขยง สิ่งที่ทำให้ทุกคนงงงัน อัศจรรย์ใจอย่างขีดสุดก็คือ ทับทิมลักษณะสัณฐานแบนกลมเม็ดหนึ่ง ขนาดดวงทับทิมสะท้อนแสงที่ติดอยู่ยังบังโคลนหลังของจักรยาน ซึ่งแนบติดอยู่ใต้แผ่นท้องของมัน ไม่ผิดอะไรกับไข่ที่ติดท้องแมลงมุมอันมองดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวมัน แต่มันไม่มีเซลล์ติดต่อถึงกันเลย แสดงว่าทับทิมเม็ดนั้นไม่ได้เป็นส่วนของอวัยวะมัน เป็นเพียงสิ่งที่มันกกหรืออุ้มติดอกอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น .. นกแตวแร้ว นิสัยของนกชนิดนี้มักชอบเดินหากินตามหลังกวาง ถ้าเห็นนกแตวแร้วชนิดนี้อยู่ที่ไหน พยายามสะกดตามมันไป มีหวังได้ยิงกวาง เพราะเวลามันหนี มันจะหนีไปทางที่กวางอยู่เสมอ ชาวป่าเรียกมันว่า "นกเต้นตามกวาง" มันจะเป็นสัญญลักษณ์เตือนให้รู้และนำเราไปพบกวางโดยที่ทันเองก็คงไม่ได้ตั้งใจ นกกะราง เสียงนกกะรางร้องรับกันเป็นระยะๆ พบตอนตามรอยมหิงสา นกกระลุ่ม คู่ขันคูอยู่บนยอดยางสูง บรรยายตอนล้มมหิงสาได้แล้วหาที่พัก กระรอกเผือก พบบนสันเขาตอนออกจากห้วยแม่เลิง นกแก้วโนรี พบบนสันเขาตอนออกจากห้วยแม่เลิง นกการเวก พรรณาตอนคืนหนึ่งบนไหล่เขาช่วงที่ออกจากห้วยแม่เลิงก่อนลงหุบหมาหอน นกฟ้ากำลังร้องเพลง เล่นแสงเดือน คนเห็นมันแต่เงา คนได้ยินมันแต่เสียง ไม่มีใครรู้แหล่งที่อยู่ ไม่มีใครได้สัมผัสแม้แต่ขนหาง แต่คงมีสักโอกาสหนึ่งที่วิหคฟ้าผละแดนสวรรค์ลงมาเกลือกเล่นธุลีดิน วันนั้นย่อมเป็นวันปิติโสมนัสของพสุธา นกกระหร่าง นกปรอดหัวโขน นกระวังไพร เสียงที่พวกสางเขียวเลียนเพื่อส่งข่าว นกหัวขวาน ในหนังสือบรรยายไว้ตอนตามรอยแงซายที่ถูกวิญญาณวรมันต์เข้าสิงว่า สีสรรดำสนิทราวกับอีกา ขนาดเกือบไก่ชน เหมือนอีกาปากเหล็กในนรก
ตะขาบยักษ์ ตัวใหญ่สีแดง มีเขี้ยวขนาดใหญ่โง้งเหมือนเขาควาย แต่เป็นเขี้ยวตัน ไม่มีพิษ แต่ตัวที่ย่อมกว่ากลับมีพิษ กัดไชยยันต์ปางตาย ยาแก้พิษคือเนื้อตะขาบบดผสมพริกขี้หนูยักษ์ดงเดียวกัน เมื่อถูกกัดจะมีอาการร้อนเหมือนถูกเหล็กเผาไฟแดงๆจี้ แล้วหมดสติทันที ค้างคาวยักษ์ เฉพาะลำตัวไม่นับปีก ขนาดเท่าแม่วัว
|