 ตัวละครในภาคจบ
- นางรำเพย แม่ของรพินทร์ สตรีผอม แบบบาง สูงอายุ
(จอมพรานเล่ม1 หน้า50)
- นายชิดชนก ชายหนุ่ม เลขานุการส่วนตัวของเชษฐา ผู้มาส่งดารินที่สถานีกักสัตว์ (จอมพราน เล่ม 1 หน้า123)
- นายศักดา นายอำเภอ เพื่อเก่ารพินทร์สมัยเรียนชั้นมัธยม (จอมพราน เล่ม 1 หน้า 129)
- พลโทวิชัย ไกรรณยุทธเจ้ากรมข่าว ทหารบก ที่ปรึกษาของผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นบิดา พันตรีเชิดวุธ เป็นผู้มาติดต่อนายอำพล(จอมพรานเล่ม 1 หน้า 131)
- พันตรีเชิดวุธ ไกรรณยุทธนายทหารฝ่ายไทยที่ไปกับรพินทร์ เป็น ท.ส. ของพ่อ สถานะโสด(จอมพรานเล่ม 1 หน้า 196) เกิดที่ปัตตานี โตที่กรุงเทพ บ้านต้นตระกูลอยู่ปัตตานี (ไอ้งาดำ เล่ม 1 หน้า 1380) คนหนุ่ม ใจถึง ไหวพริบดี (ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 1923) อายุ 32 ปี (ไอ้งาดำเล่ม 4 หน้า 2503)
- บิลล์ สแตนลีย์ บุรุษวัย 45-46 ปี ถ้าสูงไม่ถึง 6 ฟุตก็เฉียดๆ ตาสีฟ้า ผมทอง แววตาลึก หน้าผากมีริ้วย่นอย่างนักคิดผู้ชำนาญการเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ และการบิน เป็นหัวหน้าคณะ(จอมพราน เล่ม 1 หน้า 158-159) เป็นสุภาพบุรุษและเป็นผู้ใหญ่ มนุษยสัมพันธ์ดี จิตวิทยาสูง (ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 1923) เป็น "แคธอลิค" พ่อแม่เสียชีวิตไปนานแล้ว ยังไม่มีครอบครัว ไม่ได้เป็นโฮโม (นาคเทวี 2 หน้า 4456, 4459) เป็นนักจิตวิทยา (นาคเทวี 2 หน้า 5656)หนึ่งในคณะกรรมการของพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (มงกุฎไพร เล่ม 2)
- ตอนปลายๆของภาค 2 รพินทร์วิจารณ์ให้คริสฟังว่า
สแตนลีย์เหมาะเป็นหัวหน้า สุขุม รอบคอบ เยือกเย็น และมีเหตุผล (มงกุฎไพร 1 หน้า 6713)
- รพินทร์ตอบดารินที่ศาลาปาริชาติ "สุขุม เยือกเย็น มีเหตุผล และจะเลือกเอาทางประนีประนอมก่อนเสมอถ้าเกิดปัญหาขัดแย้ง" (มงกุฎไพร 3 หน้า 7412)
- พันเอกลาร์รี่ คิ๊ธ ล่ำสันแข็งแรง ตัดผมเกียนแบบ"จีไอ" ทรงลานบิน แขนมีกล้ามเป็นมัดๆ ทรงเหมือนหมีควาย กรอบตาลึก มีแววตายโส เคราเขียวตัดกับผิวหน้าสีแดงก่ำ อายุไม่เกิน 40 ขนที่แขนรุงรัง ท่าทางเป็นนักล่ามนุษย์ในสนามรบมาแล้ว เป็นนายทหารเสนาธิการ(จอมพราน เล่ม 1 หน้า 158-159) มีครอบครัวแล้ว มีลูก 3 คน คนโตอายุ 14 ภรรยารู้จักกับเบล (จอมพรานเล่ม1หน้า248) ชำนาญการบินและเป็นพนักงานวิทยุ (จอมพรานเล่ม 1 หน้า 245) นักเลงโต โอหัง (ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 1923)
- ตอนปลายๆของภาค 2 รพินทร์วิจารณ์ให้คริสฟังว่า
คี๊ธรูปร่างของเขาใหญ่โตแข็งแรงก็จริง แต่แก่นลึก เขาเป็นคนไม่เอาไหน เชื่องช้า งุ่มง่าม เอาตัวรอดยากในเวลาเกิดวิกฤตขึ้น และจุดอ่อนอันตรายที่สุดคือ ความโอหัง อวดดี นั่นคือความอ่อนแอ (มงกุฎไพร 1 หน้า 6711-6712)
- รพินทร์ตอบดารินที่ศาลาปาริชาติ "บุ่มบ่าม มุทะลุบ้าเลือด อวดดี โอหัง ดูภายนอกว่าเหี้ยมหาญทรหดดี แต่แก่นแท้อ่อนแอไปหน่อย แต่เมื่อคุ้นเคยกันไปนานแล้ว เขาจัดได้ว่าเป็นคนคบง่าย เป็นมิตรที่ดีคนหนึ่ง" (มงกุฎไพร 3 หน้า 7413)
- คริสติน่า กรูบิล นักเคมีฟิสิกส์ ผมทอง ท่าทางสุขุมเยือกเย็น ผิวขาวเป็นไข่ปอก ร่างสูงโปร่ง สูงเท่ารพินทร์ (จอมพรานเล่ม 4 หน้า 1171)สูงกว่าเบลเกือบช่วงศีรษะ (มงกุฏไพร 3 หน้า 7482) แต่ก็ยังเตี้ยกว่าเมยานี (มงกุฏไพร 3 หน้า 7520) เคยสอนที่ฮาร์วาร์ด แล้วมาร่วมงานกับสแตนลีย์เกี่ยวกับพลังงานปรมณู(จอมพรานเล่ม 1 หน้า 162-163) ผมยาว (จอมพรานเล่ม 2 หน้า 425) อายุ 32 (จอมพรานเล่ม 1 หน้า 181) จะ 33 เต็มในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ (จอมพรานเล่ม 4 หน้า 1167) เคยเป็นนางงามวัยรุ่นประจำรัฐเวอร์จิเนียสมัยเรียนไฮสคูล (จอมพรานเล่ม 4 หน้า 1166) แชมป์วิ่งเร็วสมัยเรียนมหาวิทยาลัย(จอมพรานเล่ม2 หน้า383) ครูฝึกฝึกวิชาฆ่าคนให้กับสายลับหญิง(จอมพรานเล่ม3 หน้า680) ผมสีทองตาสีฟ้า ค่อนข้างขรึม ไว้ตัว ยโสนิดๆ เหมือนภูเขาไฟที่ผิวนอกคลุมด้วยหิมะ (ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 1922) มีอีกชื่อว่า ไลล่า อามิเตจ (ไอ้งาดำเล่ม 4 หน้า 2334) เคยเรียนแพทย์มาก่อน แต่สะเพร่าซาดิสทำคนไข้ตายคาเตียงผ่าตัดตอนเรียนปีสุดท้าย (ไอ้งาดำ เล่ม 4 หน้า 2429) ไซส์ หน้าอก36-37 นิ้ว (จิตรางคนางค์ 2 หน้า 3080)
แม่ผมทองลูกครึ่ง ระหว่างตุรกีกับอเมริกันผู้มีอะไรในตัวหลายๆอย่าง เป็นส่วนผสมระหว่าง มาเรีย ฮอฟมัน (อนันตรัย) กับแม่ดอกฟ้าดารินของรพินทร์ แต่ก็มีคุณลักษณะพิเศษเฉพาะตัวบางส่วนแยกออกไป สวยลี้ลับอย่างแขกขาวผสมตะวันตก ฉลาดคม ลึกซี้ง อ่อนหวานและกร้าวโหด สุดแต่ภาวะทางอารมณ์ (นาคเทวี 1 หน้า 4053)
- ตอนปลายๆของภาค 2 รพินทร์วิจารณ์ให้คริสฟังว่า
ตัวคริสเองเป็นคนไม่มีพิษมีภัยเมื่อสามารถหยั่งซึ้งถึงจิตใจกันได้แบบนักกีฬา และเป็นเพื่อนตายที่ดีที่สุดคนหนึ่งในสถานการณ์คับขัน เป็นคนเคารพซื่อตรงต่อหน้าที่ รักเพื่อน รักหมู่คณะ รับผิดชอบ (มงกุฎไพร 1 หน้า 6713)
- รพินทร์ตอบดารินที่ศาลาปาริชาติ "เป็นมือทำงานตัวฉกาจของคณะ แข็งแรงปราดเปรียว ผิดไปจากรูปร่างลักษณะภายนอก เฉียบขาด ดุดันและฉลาดลึก สามารถเป็นมิตรที่ดีได้คนหนึ่ง" (มงกุฎไพร 3 หน้า 7415)
- อิสซาเบล มูร์ แพทย์ (อายุรเวช โดยเฉพาะโรคเมืองร้อน)และนักธรณีวิทยาระดับสอนในมหาวิทยาลัย (แต่ปางบรรพ์ เล่ม 1 หน้า 5523) ผมแดง สยายยาวเคลียไหล่ ตาสีน้ำตาล (มงกุฏไพร3 หน้า 7481)ผิวแดง...คือคล้ำเล็กน้อย จมูกเชิดรั้ง ตาคมวาวมีแววร่าเริงอยู่เป็นนิจ กะทัดรัดขนาดหญิงไทยร่างสูงๆคนหนึ่ง อกชะเงื้อมราวกับภูเขา ล้นทะลักบราเซียร์ (จอมพรานเล่ม 1 หน้า 162) แข่งว่ายน้ำโอลิมปิกได้ที่ 3 เหรียญทองแดง (จอมพรานเล่ม2 หน้า383) เป็นนักขี่ม้ากระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง (มงกุฏไพรเล่ม 4 หน้า 7700) อายุน้อยกว่าคริส 2 ปี (ไอ้งาดำเล่ม 1 หน้า1873) สะโพก 38 (ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 1815) ขี้เล่น เจ้าชู้ อเมริกันทั้งตัว เข้ากับคนง่าย เฟรนลี่ เปิดเผย (ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 1922) เป็นจิตแพทย์ (psychiatrist) ด้วย (นาคเทวี 2 หน้า 5656)
- ตอนปลายๆของภาค 2 รพินทร์วิจารณ์ให้คริสฟังว่า
อิสซาเบล เป็นน้องเล็กสุดในคณะเดินทาง ไม่เลวในด้านฝีไม้ลายมือทางการเอาตัวรอด เมื่อเกิดภัยพิบัติเธอคล่องตัวทีเดียว (มงกุฎไพร 1 หน้า 6714)
- รพินทร์ตอบดารินที่ศาลาปาริชาติ "เบลเป็นคนรื่นเริงสนุกสนาน และขี้เล่นตลอดเวลา ไม่จริงจังต่ออะไรทั้งสิ้น เปิดเผยเป็นมิตรกับทุกคน มีน้ำใจในการร่วมกับหมู่คณะ แต่ค่อนข้างจะสร้างปัญหาในด้านที่ประมาท และไม่ค่อยจะปฏิบัติตามข้อห้ามหรือคำสั่งของรพินทร์นัก ทำให้ตัวเองต้องเคราะห์ร้ายอยู่เสมอๆ เป็นคนที่ไม่ค่อยจะรู้จักสำรวม พูดอะไรโดยไม่คิดและมักเป็นเรื่องไร้สาระเสมอ" (มงกุฎไพร 3 หน้า 7415)
- นายตาบ หัวหน้าลูกหาบ ชุดที่ไปกับรพินทร์ อายุราว 50 เศษ(จอมพรานเล่ม 1 หน้า 224) คนนี้เก่งครับ บางช่วงยังไปปรากฏกายช่วยคณะเชษฐาด้วย.....(ฮา)
- นายช้วน ชายวัย40 เศษ (จิตรางคนางค์3 หน้า 3380) เป็นหัวหน้าลูกหาบฝ่ายเชษฐา พูดกะเหรี่งได้ เพราะอธิบายให้คะหยิ่นฟังตอนเผชิญกบยักษ์ (นาคเทวี 4 หน้า 5124)
- กะเหรี่ยงปี หัวหน้าหมู่บ้านซับบอน ชายร่างผอมเล็ก ผิวเกรียม ลูกชายถูกเสือคาบหายไป(จอมพรานเล่ม 2)
- เจ้าทะเย ลูกชายกะเหรี่ยงปี ที่ถูกเสือคาบหายไป บุญคำเป็นผู้พบซากที่โป่งน้ำร้อน (จอมพรานเล่ม 3 หน้า 843 844) ฟันหลอ 4 ซี่ด้านหน้าแถวบน (จิตรางคนางค์2 หน้า 3156)
- โบเมียะ หัวหน้ากระเหรี่งตะเคียนทอง ใช้ปืนแก๊ปสามปล้องเป็นอาวุธประจำตัว ((จอมพราน เล่ม 3 หน้า 981)) ร๔ปร่างผอม เกร็ง กะทัดรัด อายุราว 50 โพกผ้าแดง (ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 1716) มีหน้าเหมือนกวาง (ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 17168
- อูถะลูกบ้านตะเคียนทองที่จะไปตามรพินทร์ที่หนองน้ำแห้ง โพกหัว(จอมพรานเล่ม 3 หน้า 948)สถานะโสด (ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 1766) รูปร่างผอมเกร็งเหมือนคนขาดอาหาร (จิตรางคนางค์ 4 หน้า 3665)
- พะโต้ ลูกบ้านตะเคียนทองที่จะไปตามรพินทร์ที่หนองน้ำแห้ง รูปร่างผอมสูง (จอมพรานเล่ม 3 หน้า 949) สถานะโสด (ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 1766) รูปร่างผอมเกร็งเหมือนคนขาดอาหาร (จิตรางคนางค์ 4 หน้า 3665)
- สะเอิงลูกบ้านตะเคียนทองที่จะไปตามรพินทร์ที่หนองน้ำแห้ง ถูกกระทิงขวิดไส้ไหล (จอมพรานเล่ม 3 หน้า 949)
- ไอ้วงษ์ ลูกหาบที่มากับรพินทร์ ถูกผีดิบหักคอตายที่ป่าไผ่ ()
- เจ้าม้วน ลูกหาบที่มากับรพินทร์ ถูกผีดิบหักคอตายที่ป่าไผ่ (())
- เจ้ายวง ลูกหาบที่มากับรพินทร์ถูกหมาป่ากัด ที่โคนต้นไทร นิทรานคร (โดนที่ต้นแขน) (แต่ปางบรรพ์ 2 หน้า 5734))
- เจ้าเกลี้ยง ลูกหาบที่มากับรพินนทร์ถูกหมาป่ากัด ที่โคนต้นไทร นิทรานคร ((โดนที่ก้น) (แต่ปางบรรพ์ 2 หน้า 5734))
- วราดาชรี เป็นเทวะนารี เดิมชื่อ อรัญญานี เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นวราดาชรีตอนมาอยู่บ้านวรรณกรรมฉบับปรับปรุงใหม่ 2545((ไอ้งาดำเล่ม 2 หน้า 1867)) เป็นลูกสาวท้าวสหัสเดชะ ได้รับโองการประกาศิตจากพระมหาเทพมาเฝ้าพระราชเหล็กไหล จะได้ไปผุดไปเกิดก็ต่อเมื่อมีคนมาตัดหรืออัญเชิญพระราชเหล็กไหลไป มีศักดิ์เหนือกว่าภูต พราย รุกขเทพ หรืออากาศเทพ เป็นผู้บอกรพินทร์ว่าเหตุทั้งหมดเกิดจากมันตรัย และเป็นไก๊ด์พาดารินไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับรพินทร์ที่ผาตะเคียนทองโดยได้รับอนุญาตจากฤาษีโกฑัญญะ
- ท้าวสหัสเดชะผู้ครองขุนเขาและถ้ำที่ผาหินตัดที่ถล่มลงมา ก่อนถึงห้วยเสือร้อง ()
- นายช่วง ชายสูงอายุ ลูกบ้านหนองน้ำแห้ง รพินทร์มอบหมายให้เป็นหัวหน้าดูแลลูกบ้านระหว่างที่รพินทร์ไม่อยู่((ไอ้งาดำ เล่ม 3 หน้า 2214))
- ซอกาเล่ กะเหรี่ยงตะเคียนทอง เพื่อของพรานลุกน้องรพินทร์(ไอ้งาดำ เล่ม 4 หน้า 2615)
- ซอกาเล่ กะเหรี่ยงหัวหน้าห้วยเสือร้อง ()
- นาคเทวี ธิดาพญานาค เหนือศีรษะประดับไว้ด้วยมงกุฏแก้วระยิบระยับเป็นรูปนาคราชสองหัวเกี่ยวไขว้กัน วงพักตร์ลักษณางามพริ้มเพราเหนือนางมนุษย์ใดในโลกของภูมิศาสตร์ ฉวีกายเป็นสีชมพูเรื่อและแดงปลั่ง ที่ริมฝีปากอิ่มเต็มประดุจกลีบกระจับแย้มเยือน ฟันขาวสะอาดปานมุก ลำคอระหงประดับซับซ้อนไปด้วยสังวาลเพชร ตาบติพย์ ทับทรวง ล้วนสกาววาววับไปด้วยอัญมณีล้ำค่า ปวงถนิมพิมพาภรณ์ รวมทั้งอาภรณ์ที่ครองร่างอยู่ สง่างามบรรเจิดวิจิตรเกินกว่านางใดในพิภพโลก (นาคเทวีเล่ม 2 หน้า 4429)
- คางคกยักษ์ หน้าตาเหมือนกบหรือคางคกทั่วไป ตาปูดโปน แต่ละข้างจนาดลูกมะพร้าว ขนาดตัวราวรถถัง รถบดถนนย่อมๆ (นาคเทวี เล่ม 4 หน้า 5100)
- นางเซอะ เสือสมิงที่ดารินเจอตอนฟื้นจากน้ำพัด แปลงร่างเป็นหญิงสาวผิวคล้ำอย่างเดียวกับชาวป่า นุ่งผ้าลักษณะเตี่ยวสั้น ชายขาดรุ่งริ่ง โดยพ้นเอวที่คอดกิ่วไว้ชิ้นเดียว นอกนั้นเปลือยตลอด เห็นทรวงอกงอกงามตั้งชูชัน ใบหน้าคมเข้ม จัดอยู่ในเกณฑ์งามพอสมควรทีเดียวสำหรับมนุษย์ตามป่าดอย ผมยาวจรดแผ่นหลังเป็นกระเซิงเล็กน้อย เหนือหูทัดดอกเอื้องป่าช่อเหลืองสลับดำเหมือนพวกเอื้อง"ช้างแดง" อันหายาก(นาคเทวี เล่ม 4 หน้า 5272) เสียงพูดเป็นภาษาไทยแปร่งๆเพี้ยนๆเหมือนพวกบ้านป่าทั้งหลาย เป็นกะหร่างปนตองเหลือง (นาคเทวี เล่ม 4 หน้า 5273)
- พระเจ้ามหิทธิเดชะ กษัตริย์นิทรานคร มีน้องชื่อชัยสุริยา มีลูกสาวชื่อ จิตรางคนางค์ (นาคเทวี เล่ม 4 หน้า 5334)
- พระเจ้าชัยสุริยา กษัตริย์นิทรานคร สืบต่อจากมหิทธิเดชะ เป็นน้องมหิธิเดชะ เป็นอาของจิตรางคนางค์ เป็นพ่อพันธุมวดี ทรยศต่อพี่ สุดท้ายตายด้วยยาพิษของมันตรัย(นาคเทวีเล่ม 1 หน้า4321) พร้อมกับการล่มสลายของอาณาจักรนิทรานคร (นาคเทวี เล่ม 4 หน้า 5334)
- จิตรางคนางค์ ลูกมหิทธิเดชะ รั้งตำแหน่งมกุฏราชกุมารี เป็นผู้จะสืบสันตติวงค์นิทรานคร เป็นพี่สาวพันธุมวดี อายุแก่กว่า 10 ปี เป็นอดีตชาติของดาริน (นาคเทวี เล่ม 4 หน้า 5334) กำพร้าแม่แต่แบเบาะ (แต่ปางบรรพ์ 4 หน้า 6458)
- พันธุมวดี ลูกชัยสุริยา อายุอ่อนกว่าจิตรางคนางค์ 10 ปี ไม่มีฝีมือทางวิทยายุทธ แต่เป็นเอตทัคคะทางนาฏศิลป์ รำฟ้อน ได้รับการสถาปนาเป็นมกุฏราชกุมารีเช่นเดียวกับจิตรางคนางค์ผู้พี่ (แต่ปางบรรพ์เล่ม 1 หน้า 5371)มีคู่รักชื่อ ขุนพลวรมันต์ เป็นนางในโลงแก้วในภาคแรก (นาคเทวี เล่ม 4 หน้า 5334)
- ขุนพลวรมันต์ คนรักของพันธุมวดี ถูกสาบเป็นก๋องก๋อย เข้าสิงวิญญาณแงซาย เป็นผู้ชักนำให้คณะรพินทร์(ในภาคแรก) มายังนิรานคร และคอยช่วยเหลือนำดารินออกจากพันธนาการของมันตรัย
(นาคเทวี เล่ม 4 หน้า 5334)
- กษัตริย์สิงหลกะ เจ้าเมืองปัญจาล เป็นพ่ออัคนีรุทร์
(แต่ปางบรรพ์ เล่ม 1 หน้า 5348)
- อัคนีรุทร์ เจ้าเมืองปัญจาล อดีตชาติของรพินทร์
(นาคเทวี เล่ม 4 หน้า 5334)
- อราลี สตรีสูงอายุ พิทักษ์มหาเทวาลัย เป็นผู้รอบรู้เสมอด้วยปราชญ์ ราชบัณฑิต ผู้รอบรู้ทิศทางโคจรของดวงดาว สนิทกับจิตรางคนางค์ (แต่ปางบรรพ์ 4 หน้า 6457-6458)
แต่มันตรัยเรียก แม่มด ผู้รักษาเทวาลัย(นาคเทวี เล่ม 4 หน้า 5335)
- วัชระ ขุนศึกคู่พระทัยสิงหลกะ (แต่ปางบรรพ์เล่ม 2 หน้า 5745)
- พหุเทพ นายทหารของอัคนีรุทร์(แต่ปางบรรพ์เล่ม 2 หน้า 5745)
- สหพรหม แม่ทัพม้ารักษาพระองค์ ผู้มีผมสีดอกเลา มากับอัคนีรุทร์
(แต่ปางบรรพ์เล่ม 2 หน้า 5745)
- ปารเมศร์ กษัตริหนุ่มโฉมงามแห่งแคว้นเวสาลี คู่แข่งด้านความรักของอัคนีรุทร์ (แต่ปางบรรพ์เล่ม 2 หน้า 5753)
- วามิส ขุนศึกวามิสเป็นทหารม้ารักษาพระองค์ของจิตรางคนางค์ คุมคน 3 พัน(แต่ปางบรรพ์เล่ม 2 หน้า 5774)
- เจ้าหญิงรัตนาวดี แห่งแคว้นไพศาลี เป็นคู่หมั้นอัคนีรุทร์ (แต่ปางบรรพ์เล่ม 2 หน้า 5790)
- สัตยาวัน แห่งไพศาลี ผู้ถูกอ้างว่าเป็นขบถ แล้วให้อัคนีรุทร์ไปปราบ (แต่ปางบรรพ์เล่ม 2 หน้า 5795)
- เศวตนันท์ คชสารศึกประจำตัวจิตรางคนางค์ (ก็ตัวงาดำที่ไปรับดารินนั่นแหละ) ((แต่ปางบรรพ์ 4 หน้า 6408))
- อัยเรศอลงกรณ์ ช้างดั้น เป็นช้างสีดอ (ก็ไปรับดาริน) (แต่ปางบรรพ์ 4 หน้า 6408)
- มหินธรหัตถี ช้างแทรง เป็นช้างสัดอ (ก็ไปรับดาริน) (แต่ปางบรรพ์ 4 หน้า 6408)
- อัศวามิศร์ ผู้บัญชาการกองทัพม้าส่วนพระองค์ของมกุฎราชกุมารีจิตรางคนางค์ ผู้เคยแปรพักตร์ไปเข้ากับชัยสุริยา หลังจากจิตรางคนางค์ปลิดชีพตัวเอง((แต่ปางบรรพ์ 4 หน้า 6470))
- สัตยันต์ ผู้หมายปองจิตรางคนางค์อีกคน เสียชีวิตด้วยฤทธิ์มีดสั้น เมื่อมันตรัยออกอุบายให้ไปปราบอัคนีรุทร์ ได้รับเกียรติฝังศพเยี่ยงราชวงศ์คนหนึ่ง สภาพศพจึงยังสมบูรณ์ มันตรัยใช้ซากนี้สวมวิญญาณ บอกกับจิตรางคนางค์ว่า ที่ใช้ร่างนี้สิงก็เพราะเป็นสองรักร่วมกัน
((แต่ปางบรรพ์ 4 หน้า 6475 และ 6485))
- วิศณุกร ช่างปฎิมากรรม เป็นผู้หล่อและแกะสลักรูปปั้นจิตรางคนางค์ ด้วยขี้ผึ้ง ภายหลังสถาปนาเป็นราชกุมารี ใช้เวลาหล่อ ปั้น แกะสลัก เพียง 6 เดือน((แต่ปางบรรพ์ 4 หน้า 6483))
- ท้าวเวสสุวัณ มหาเทพ ผู้มอบหมายให้นาคเทวีไปปราบมันตรัย ((แต่ปางบรรพ์ 4 หน้า 6497))
- นิลิยา นางกำนัลสาวสวยอดีตพนักงานรับใช้ใกล้ชิดสนิทเป็นพิเศษกับดารินเมื่อครั้งมาคราวก่อน คราวนี้มาพาดารินไปศาลาปาริชาติ((มงกุฏไพร 3 หน้า 7346))
- อุษา นางพระกำนัลใกล้ชิดเบื้องพระบาท เป็นผู้อัญเชิญพระราชเสาวณีย์สั่งนิลิยาให้พาดารินไปศาลาปาริชาติ((มงกุฏไพร 3 หน้า 7348))
- ()
- ()
ตัวละครภาคแรก
เส้นทาง : สารบัญ ผ่าเพชรพระอุมา ตัวละคร
|
|