นอกจากเป็นพรานแล้ว ยังเป็นนักค้นคว้าทางโบราณวัตถุและชำนาญมากที่สุดก็คือการดูหินและซากฟอสซิล (จอใผีดิบมันตรัย เล่ม 3 หน้า 4297)
บิลล์ โรเจอร์ พรานผิวขาวชาวอเมริกันจากซาฟารี วัย ๕๐ เศษ ผ่านชีวิตพรานอาชีพคร่ำหวอดมาไม่น้อยกว่าจิม ไปตามล่าสิงห์โตที่กัดจิม มุลเลอร์ แต่ก็ถูกสิงห์โตขบสมองเหลวไปในวันที่ 8 หลังจิม มุลเล่อร์ถูกกัด ( ดงมรณะ เล่ม 4 หน้า 3339)
นังเทียะ สาวมะราบรีลูกเจ้าเกอะ ถูกสางเขียวฆ่าแหวะอก เป็นผีมาช่วยพาดารินและรพินทร์หนีฝูงหมาป่า
เจ้าเกอะ มะราบรีที่คณะเดินทางช่วยชีวิตไว้ ได้มาช่วยบอกข่าวสางเขียวจะรมยาสลบ ( ดงมรณะ เล่ม 4 หน้า 3022) เป็นผู้ฆ่ามุมบา แต่สุดท้ายก็หัวขาดจากดาบสางเขียว ( ดงมรณะ เล่ม 4 หน้า 3128)
เจ้าลู ลูกชายซูซู ถูกคณะเดินทางซ้อนกลจับเป็นตัวประกันให้เป็นคนนำทางไปสู่ถิ่นสางเขียว
ซูซู หัวหน้าเผ่าสางเขียว ชายรูปร่างล่ำสันแข็งแรงนั่งถือหอก คลุมไหล่ไว้ด้วยหนังเสือดาว ศีรษะปักด้วยขนนกแดง ( ดงมรณะ เล่ม 4 หน้า 3110)
มุมบา หมอผีประจำเผ่าสางเขียว แต่งตัวด้วยหนังหมีห่อร่างกายทำให้มองดูเหมือนสัตว์มากกว่าคน มีกระดูกเป็นสายสังวาลพันรุงรังรอบตัว วาดหน้าไว้ด้วยสีแดง เขียว และขาวดูน่ากลัว ในมือข้างหนึ่งถือแซ่หางกระทิงโบกแก่วงไปมา ( ดงมรณะ เล่ม 4 หน้า 3110)
เจ้าม้วน ลูกบ้านที่โปร่งหอมที่บุญคำเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นชายวัย 30เศษ ขึ้นชื่อลือชามากในด้านไสยเวทย์คาถาอาคมเมตตามหาระรวย ได้ชื่อว่าเป็น หมอม้วนขุนแผน สุดท้ายตายเพราะไปเอาผีตะเคียนเป็นเมีย (จอมผีดิบมันตรัย เล่ม 1 หน้า 3454)
เจ้าม้วน ในภาคสอง เป็นลูกหาบที่โดนมอนสเต๋อหักคอ (หนึ่งในสองศพของลูกหาบในภาคสอง)
กำนันโห้ เป็นไอ้เสือเก่า ดุเหลือหลาย ฆ่าคนมาเสียนักต่อนัก มีลูกสาวสวย เจ้าม้วนเอาไปเป็นเมีย แต่ทำอะไรเจ้าม้วนไม่ได้ (จอมผีดิบมันตรัย เล่ม 1 หน้า 3455)
แม็ทธิว ดูลีย์ นักสำรวจชาวอังกฤษ รู้จักกับรพินทร์ตอนเป็นตำรวจชายแดนประจำการที่แม่ฮ่องสอน เป็นผู้เล่าเรื่องเสือโคร่งดำให้ฟัง
(จอมผีดิบมันตรัย เล่ม 2 หน้า 3875)
แจน เครมเมอร์ อายุราว 35-40 ปี สูง 6ฟุต 1 นิ้ว ผมสีแดง(ทั้ง 3 คน) เจ้าของสมุดบันทึกที่ไปตายในดงเถาวัลย์ แล้วคณะของรพินทร์ไปพบในภายหลัง เหตุการณ์ตอนที่ตายเกิดในปี ค.ศ 1942
กรูเยอร์ เพื่อนผิวขาวของแจน เสียชีวิตเพราะไต่เขาพลาด (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 2 หน้า 4080)
อเล็กซีส เพื่อนผิวขาวของแจน ป่วยแล้วถูกค้างคาวสูบเลือดตายเพราะหนีไม่ได้ (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 2 หน้า 4083)
ทินอ่อง พม่า ถูกงูพิษกัดตาย ที่หัวเข่า (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 2 หน้า 4080)
เส่งลา พรานพม่า ถูกเสือโคร่งดำขบตาย (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 2 หน้า 4089)
ตูเล่ พรานคะฉิ่น อายุ 45-50 ปี สูง 5 ฟุต 3 นิ้ว ไปตายในดงเถาวัลย์พร้อมกับแจน เครมเมอร์ (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 2 หน้า 4100
แคธเธอรีน หรือเคท เมียเจ้าไม้ค์ (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 3 หน้า 4508)
ไม้ค์ จังเกลอร์ ทหารจั๊สแมกเพื่อนของไชยยันต์ ผู้ที่ไชยยันต์เพ้อถึงตอนที่ตกเหว แล้วมาเรียมาปลุก (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 3 หน้า 4508)
หม่องอูขิ่น สางที่บุญคำเล่าให้คณะนายจ้างฟัง (อาถรรพณ์นิทรานคร เล่ม 2 หน้า 5546)
ตาอ้น อายุ 60 ปี คนงานของรพินทร์ ทำงานบ้านพักหนองน้ำแห้ง เป็นพรานกวาง ยิงกวางเป็นร้อยๆตัว ถูกขวงกวางเข้าให้จนเสียคน บ้าๆบอๆ เวลาเดินไปสักสิบก้าวยี่สิบก้าว ก็จะโดดเหยง ร้องเปิ๊บๆขึ้นมาเสียครั้งหนึ่ง ร้องเหมือนเสียงกวางไม่มีผิด เผลอๆก็เอาเสียที เป็นมา 20 ปี ( บุญคำเล่าให้ไชยยันต์ฟังในคืนหนึ่งที่นิทรานคร อาถรรพณ์นิทรานคร เล่ม 1 หน้า5434)
ไอ้มุด เป็นคนงานของนายห้างอำพล เป็นคนกินเหล้าจุ บ้าผู้หญิง ลูกเมียใครมักปล้ำไม่เลือกหน้า โชคดีที่ไม่โดนชาวบ้านรุมกระทืบ เพราะถูกเสือลากไปกินเสียก่อน (เสือตัวที่ว่าเป็นเสือโคร่งตาบอดเพราะถูกขนเม่นตำ...ป่าโลก4 หน้า 8289 เล่าให้ดารินฟัง) ในคราวไปตัดไม้ในป่า พรานใหญ่ไปตามได้ซากกลับมาครึ่งตัว ผีตัวนี้ชอบมาเข้าบุญคำ ยามที่บุญคำไล่ปล้ำผู้หญิง (อาถรรพณ์นิทรานคร เล่ม 1 หน้า เล่าให้ไชยยันต์ฟัง)
คาอุป เป็นนักโบราณชีวศาสตร์ ที่พบกะโหลกของไดโนเทเรียม ในปี 1832 ที่เอปเมลเซอิม ในไรนาแลนด์ (อาถรรพณ์นิทรานคร เล่ม 2 หน้า 5688)
คลิปสเตียน เป็นนักโบราณชีวศาสตร์อีกคน ที่พบกะโหลกของไดโนเทเรียม ในปี 1832 ที่เอปเมลเซอิม ในไรนาแลนด์ (อาถรรพณ์นิทรานคร เล่ม 2 หน้า 5688)
วายา เจ้านครลิง อายุกว่า 60 ปี ร่างใหญ่โตมหึมา รุงรังไปด้วยขนสีดำปนน้ำตาล สูงร่วม 7 ฟุต ขนสั้นกว่าลิงตัวอื่น สัณฐานวงหน้าใกล้เคียงมนุษยชาติมากที่สุด ทรงหน้ายาวลงมาแทนที่จะกลม ขนบนหน้าบาง หน้าผากสูง ริมฝีปากยื่นหนา มีเค้าดครงสันจมูกซึ่งเป็นของคน กรอบตาลึกมีเบ้าเป็นสัดส่วน และมีขนคิ้วหนาแยกต่างหากออกไปจากขนอ่อนๆที่ปกคลุมใบหน้า แผงอก หัวไหล่และแขนขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามได้ส่วน (ป่าโลกล้านปี เล่ม 2 หน้า 7312-7314) เป็นต้นตระกูลของมนุษยชาติ นีแอนเดอร์ธอลส์ แมน เดิมทีพ่อแม่ของวายาอยู่เหนือขึ้นไป ถูกตัวสามเขาบุกเข้าไปถึงถ้ำ ถูกเหยียบขยี้เสียชัวิต ลิงจากเขานิลกาญจญ์มาพบ ก้เลยเอามาเลี้ยงไว้
นิลวรรณ ลิงแม่ลูกอ่อนที่ยอมให้ดารินเอาลกมันมาอุ้ม (ป่าโลกล้านปี เล่ม 2 หน้า 7301)
สิงหรากษัตริย์มรกตนคร ผู้โค่นล้มราชวงศ์เทพด้วยการทรยศ รูปร่างอ้วนใหญ่ค่อนข้างเตี้ย สีหน้าอูมกลมบ่งถึงอำนาจวาสนา แววตาประกายกลอกกลิ้ง เคราดำสนิท ถักเรียบติดกับผิวแก้มและคางที่อวบอูม (แงซายจอมจักรา เล่ม3 หน้า 9527)
รหัสยะ น้องชายสิงหรา กษัตริย์มรกตนคร เป็นชายมีอายุ ล่ำสันแข็งแรง จากปลายคิ้วซ้ายพาดผ่านดั้งจมูกลงมาถึงมุมขากรรไกรขวา เป็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่จากบาดแผลฉกรรจ์คล้ายถูกฟันด้วยดาบ (นี่คือคนที่ 5 ที่หน้าบาก) นัยน์ตาทั้งสองลุกโพลงแข็งกระด้าง หนวดเคราบนริมฝีปากและใต้คางปรากฏสีเทาประปราย หน้าตาไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ
(แงซายจอมจักรา เล่ม2 หน้า 8964)
กุตะมะ อดีตขุนพลมือซ้ายของกษัตริย์วิษณุพรหมนาถ ผู้ทรยศ(อ้างว่ามีดาบจ่อคอบิดามารดาบังคับให้ทรยศ) ปัจจุบันเป็นมือซ้ายของกษัตริย์สิงหราเป็นผู้มาจับคณะเดินทาง เป็นชายวัยชรา ศีรษะขาวเป็นดอกเลา มีเมียแต่เมียตาย ไม่มีลูก
วามิส ขุนพลทหารม้ามรกตนคร ผู้บังคับกองพลทหารม้า หนึ่งในสามของมรกตนคร
ยุษฐิทผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 1 แห่งกองทัพม้ามรกตนคร
วิกรม ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 2 แห่งกองทัพม้ามรกตนคร
พรหมเมศว์ ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 3 แห่งกองทัพม้ามรกตนคร
พราหุต ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 4 แห่งกองทัพม้ามรกตนคร
อรชุน เป็นชายสูงอายุ ที่มีผมและเคราขาวโพลนหมดทั้งศีรษะ ท่าทางแข็งแรงและปราดเปรียว นัยน์ตาเป็นประกายแจ่มใสวาว ใบหน้าเต็มไปด้วยอำนาจและเฉียบขาด (แงซายจอมจักรา เล่ม 3 หน้า 9677) ผู้เฒ่าอดีตแขนขวาของกษัตริย์วิษณุพรหมนาถ หนีออกมาตั้งชมรมประชาชนต่อสู้กับกษัตริย์ทรราช ไม่เพียงเป็นนักรบ หากได้ศึกษาร่ำเรียนวิชาโหราศาสตร์และดาราศาสตร์จากมหาปุโรหิตประจำราชตระกูลเทพผู้ล่วงลับไปแล้ว จนสามารถอ่านฤกษ์ยามและดวงดาวบนท้องฟ้าได้ทุกดวง(แงซายจอมจักรา เล่ม 4 หน้า 9712) จึงสามารถล่วงรู้ว่าจักราช ยุวกษัตริย์สามารถหนีเล็ดลอดจากเงื้อมมือทรราชไปได้ และยังรู้หมายกำหนดการณ์ที่จักราชเข้ามาเหยียบแผ่นดินมรกตยครได้ จึงออกไปติดต่อจักราชก่อนที่กองทัพรหัสยะจะไปถึง
เมยานีลูกสาวคนเดียวของผู้เฒ่าอรชุน อยู่หลังม้ามาตั้งแต่อายุขวบเดียว พ่อเป็นคนสอนในเรื่องสรรพอาวุธและเล่กลศึกฝึกวิทยายุทธจนเชี่ยวชาญดั่งชายชาตรี เป็นกำลังสำคัญของกองโจรประชาชน
วายุ หัวหน้าหน่วยของกองโจร ถูกรหัสยะจับตัดแขนตัดขา
สุกรี ผู้อาวุโสรองจากวายุ ถูกรหัสยะจับได้ ได้รับการเยียวยารักษาจากดาริน และในคืนนั้นเองที่เมยานีแหวกค่ายมาช่วยออกไปได้
จิตเสน นายทหารของรหัสยะ คุมกองทัพที่อยู่นอกเมืองในค่ำที่รหัสยะไม่อยู่ และเป็นผู้นำอาหารเที่ยง มาให้คณะเชลย ระหว่างรอเข้าเฝ้าสิงหรา
วาชิกาแม่มดผู้เรืองเวทย์ หยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์มรกตนครมาตลอด จวบจนสมัยกษัตริย์วิษณุพรหมนาถ นางไม่อาจยับยั้งวัยชราได้ จึงต้องอาศัยเลือดจากสาวพรมจรรย์ แต่กษัตริย์วิษณุพรหมนาถไม่ทรงเห็นด้วย จึงถูกสิงหรากำจัดภายใต้ความเห็นชอบของวาชิกา
มหินธา หัวหน้าคณะบริบาลและให้อาหารแก่แม่มดวาชิกา (มี4 คน) รูปร่างสูงเกือบ 7 ฟุต หน้าตาเหี้นมเกรียมตายด้านประดุจผีดิบ
(แงซายจอมจักรา เล่ม 4 หน้า 9961)
สวามิสนารายณ์บิดาของวิษณุพรหมนาถ ปู่ของแงซาย
สัตยันต์ครูดาบของมรกตนคร ผู้ประสิทธิประศาสตร์วิชาดาบให้เมยานี
ขุนพลวรมันต์ บุตรชายคนเดียวของยุทธกะ ขุนศึกเฒ่าคู่พระทัยของชัยสุริยา
ยุทธกะ ขุนศึกเฒ่าคู่พระทัยของชัยสุริยา
พันธุมวดี ลูกชัยสุริยา คู่รักขุนพลวรมันต์ ลูกพี่ลูกน้องจิตรางคนางค์ แต่อายุอ่อนกว่า 10 ปี
ชัยสุริยา กษัตริย์นิทรานครต่อจากมหิทธิเดชะ ก่อนอาณาจักรนิทรานครล่ม
ไอ้พุก ควายเผือก ที่ดุและบ้าเลือดที่สุด สบัดหนีเสือจนเชือกหลุด ในคืนที่ 2 ที่โป่งกระทิง (ไพรมหากาฬ 2 หน้า 567-568)
ยังไม่หมดครับ....
สิ่งนอกเหนือธรรมชาติ
อรัญญานี ภูติต้นตะเคียน ดารินเล่าให้ฟังว่าเป็นหญิงสวยนุ่งผ้ายกสีจำปา สะไบเฉียงสีทอง ผมยาวถึงเอว
ก็องกอย ภูติแห่งไพร เป็นประชากรของนิทรานคร รูปร่างลักษณะ วงหน้าเล็กจิ๋วขนาดเด็ก8ขวบ แต่เหี่ยวย่นแบบคนแก่เหมือนใบหน้าของสัตว์ประหลาดในนรกภูมิ มีสีคล้ำประหนึ่งเปลือกไม้ จมูกแบนแฟบ เห็นแต่รูกลวงลงไปกลางใบหน้าสองรู ปราศจากริมฝีปาก ฟันล่างครอบฟันแถวบนเป็นรูปใบหอกสามซีกเรียงกันอยู่ข้างหน้า และเขี้ยวสองคู่ยาวประมาณองคุลีเศษแทรงประสานกันดุจเขี้ยวงู
ภายใต้เบ้าตากลมถลน ขนาดเกือบเท่าไข่ไก่ มีแสงวาวสะท้อนแสงไฟสว่างแดงฉานราวกับทับทิม และเขี้ยวแหลมยาวขาววับสองคู่โผล่แทรงกันอยู่ในปากที่สยายเหมือนจะยิ้ม ผมยาวเป็นกระเซิงรุงรังปกต้นคอด้านหลัง และแผ่ออกไปรอบๆใบหน้าเหมือนลูกตาลยี ช่วงขายาวเรียว ช่วงแขนสั้นรุงรังไปด้วยขน ท้องป่องพลุ้ย กลิ่นสาปสางคล้ายกลิ่นศพตายซาก ไม่มีเลือด มีแต่ยางหล่อเลี้ยง (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 1 หน้า 3630)
ตัวเหมือนเด็ก แต่หน้าเป็นคนแก่ เล็บแหลมเหมือนตีนเหยี่ยว (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 1 หน้า 3613)
รอยตีนกว้างประมาณ 3 นิ้ว ยาวเกือบคืบ ลักษณะคล้ายรอยเท้าลิง เว้นแต่ตีนไม่ได้ฉีกกว้างออกไปอย่างลิง แต่อยู่ในมุมแคบชิดกับนิ้วอื่นๆเหมือนตีนคน แต่ละนิ้วเหล่านั้รยาวมีเบาะอุ้งเท้าอยู่เพียงเล็กน้อยใกล้เคียงกับตีนนกตีนกา (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 1 หน้า 3615)
มันเคลื่อนไหวไปในลักษณะวิ่งเขย่งเกงกอย (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 1 หน้า 3725)
มันตรัย หน้าตอบ ผิวติดกระดูก ตาลึกใหญ่ หัวโล้นเกลี้ยง ห่มผ้าย้อมเปลือกไม้สีคล้ำๆ มีลูกปะคำห้อยคอ (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 2 หน้า 3994)ชายวัยประมาณ 50 เศษ สูง 6 ฟุต (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 2 หน้า 4004)ควักนัยน์ตาข้างหนึ่งทำต้มยำรักษาพระเจ้ามหิทธเดชะพ่อของจิตรางคนางค์ (จิตรงคนางค์ 2 หน้า 3285)
เสือสมิง ก็คือวิญญาณตายโหงจากคนที่มันฆ่ากินมากๆเข้าสิง ทำให้เห็นเป็นรูปร่างต่างๆๆด้ในเวลาออกล่าเหยื่อยเพื่อให้หลงเข้าใจผิด อย่างไอ้กุด
สมิงพราย เป็นวิญาณที่ผูกด้วยอาคม หรือม่ายก็เป็นกฤติยามนต์อันแรงฤทธิ์อาถรรพณืที่สุด เชื่อโยงระหว่างเสือกับคน เป็นสิ่งที่ผูกขึ้นด้วยไสยเวทย์ เหมือนๆกับธนูพราย ควายธนูปั้นด้วยเทียนขี้ผึ้งตัวนิดเดียว พอเสกด้วยเวทมนต์ เอาวิญญาณของควายป่าเข้าสิงเท่านั้น มันก็บันดาลเป็นควายตัวใหญ่มหึมา ไล่ขวิดทุกอย่างวอดวายพินาศไปตามแต่เจ้าของจะใช้ สมิงพรายก็อย่างเดียวกับควายธนู บุญคำพยายามจะบอกรพินทร์ว่าเสือหินตัวนั้นเป็น สมิงพราย ที่มีวิญญาณร้ายเข้าสิง พอถอดวิญญาณออกก้เป็นหิน พอวิญญาณเข้าก็เป็นโคร่งดำ บุญคำเล่าให้ฟังตอนเจอ หินรูปโคร่งดำในถ้ำใกล้ๆป่าเถาวัลย์
พันธุมวดี นางพญาองค์นั้น....(จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 2 หน้า 4139)
ตะขาบที่กัดไชยยันต์ (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 1 หน้า 3761) กว้าง1 ฟุต ยาว 3 วา มองไม่ผิดอะไรกับถ่านไฟที่เคลื่อนไหวได้ (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 1 หน้า 3771) เขี้ยวของมันขนาดเขี้ยวหมูป่า งอโค้งแหลมเข้าหากัน เป็นสีเหลืองจัด ส่วนปลายอันเรียวแหลมมีสีดำคล้ำ มีท่อน้ำพิษที่ปลายเขี้ยว ไม่ผิดอะไรกับเขี้ยวงู พิษของสันร้ายกาจ ขนาดวิ่งไปไม่กี่ก้าวก็ล้มลง
ตะขาบยักษ์ ซุงขนาดสองคนโอบ สีแดงคล้ำ ส่วนหัวกลมรีประกอบด้วยหนวดสั้นๆสองเส้น จุดดำเหมือนนิลก้อนเท่าครกตำน้ำพริกอยู่ด้านบนทั้งสองข้าง เขี้ยวโง้วเ้าหากันมีขนาดเท่าเขาควายอยู่ในส่วนต่ำของท่อนปลายหัว ถัดมาก็เป็นลำตัวที่เป็นปล้องและเห็นเป็นช่วงติดต่อกัน ลำตัวอันยาวใหญ่โตเหล่านี้วางอยู่บนส่วนที่น่าจะเรียกว่าตีน...แต่ทว่ามันเป็นตีนที่นับจำนวนคู่ไม่ถ้วน (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 1 หน้า 3723) เสียงเลื้อดังซู่ๆ มีเสียงพ่นลมฟู่เบาๆออกจากปาก (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 1 หน้า 3727) ตัวยาวร่วม 50 เมตร ลำตัวปานต้นรัง (จอมผีดิบมันตรัยเล่ม 4 หน้า 4834)
ตัวละครภาคจบบริบูรณ์
เส้นทาง : สารบัญ
ผ่าเพชรพระอุมา
ตัวละคร